หนุ่มเจ้าของร้านอาหารหอบเมีย-ลูกร้องเรียน อ้างถูกตำรวจพื้นที่แม่อายตั้งด่านลอยเรียกรับเงิน3แสนบาท ข้อหาไม่พกบัตรต่างด้าว ผู้การฯเต้น ตั้งกรรมการสอบด่วน

วันที่ 10 มีนาคม 2563 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ นายฐานะพล เสาวคนธ์ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านอาหารในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ นางพิมพ์ชนก นายประทุม อายุ 22 ปี ภรรยา และ ด.ช.อีเกิ้ล ลูกชายวัย 2 ขวบ พร้อมทนายความ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการร้องเรียนพฤติกรรมของตำรวจในพื้นที่อำเภอแม่อาย โดยระบุว่าเมื่อบ่ายวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นางพิมพ์ชนก ภรรยาและบุตรของตนเองเดินทางไปงานแต่งงานญาติที่หมู่บ้านโป่งงาย ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย และขณะที่เดินทางกลับได้อาศัยนั่งรถคนในหมู่บ้าน ระหว่างทางมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายตั้งด่านสกัดกั้นเพื่อขอตรวจค้นสิ่งของผิดกฏหมาย ตรวจปัสสาวะ และตรวจบัตรประชาชน แต่ไม่พบสารเสพติด หรือสิ่งผิดกฏหมายใดๆ มีเพียงนางพิมพ์ชนก ไม่ได้พกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยติดตัว 

นายฐานะพล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ 1 คน ได้เชิญตัวนางพิมพชนก บุตรชายของตนเอง พร้อมคนที่นั่งมาในรถอีก 2 คน และเด็กสาว 1 คน เข้าไปเจรจาในป่าบนดอย ตนเองจึงโวยวายว่าทำไมไม่พาไปโรงพัก ต่อมาจึงถูกนำตัวมาควบคุมไว้ที่ป้อมแม่สาว ตอนแรกกลุ่มคนที่แต่งกายลักษณะตำรวจ อ้างว่าจะโดนข้อหานำพาต่างด้าว ข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และอื่นๆ ซึ่งเป็นข้อหาหนักถึงขั้นติดคุก หลังจากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่อีกคนทำทีมาบอกว่าหากมี 1 แสนบาทก็จบกลับบ้านได้ 

“ระหว่างนั้นได้มีหญิงสาวอ้างตัวเป็นแม่หลวงของหมู่บ้านในพื้นที่ เข้ามาเจรจาตกลงปัญหาทุกอย่าง โดยขอเงินจำนวน 5 แสนบาท เพื่อจะได้กลับบ้านและจบคดี แต่พวกตนไม่มีเงิน จึงต่อรองเหลือยอดรวม 3 แสนบาท ทำให้ชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจได้นำบัตรเอทีเอ็มของตนไปกดเงินได้เพียง 80,000 บาท ก่อนที่จะพาตนเองไปโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็มให้เพิ่มอีก 60,000 บาท ก่อนที่แม่หลวงคนนั้นจะบอกว่าอีก 1.6 แสนบาท จะออกให้ก่อน แล้วค่อยให้พวกตนผ่อนชำระให้ภายหลังการปล่อยตัว เมื่อพวกตนเองกลับมาบ้านในอำเภอสันทราย ได้หาเงินจำนวน 1.6 แสนบาท โอนไปให้หญิงคนดังกล่าว แต่เมื่อได้ปรึกษากับคนรู้จักจึงรู้ว่าไม่ได้กระทำความผิดอะไร แค่ลืมพกบัตร น่าจะถูกปรับเงินเท่านั้น จึงคิดว่าถูกกรรโชกทรัพย์แน่นอน  จึงเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมในครั้งนี้”

โดยระหว่างที่ พ.ต.อ.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ รองผู้บังคับการสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 รับหนังสือร้องเรียนอยู่นั้น ได้มีบุคคลอ้างเป็นตัวกลางโทรศัพท์เข้ามาเพื่อเจรจาและไกล่เกลี่ย ไม่ให้นายฐานะพลร้องเรียนและดำเนินคดีกับตำรวจในพื้นที่อำเภอแม่อาย มีการสอบถามว่านายฐานะพลต้องการเงินจำนวนเท่าใดเพื่อให้เรื่องเงียบ แต่นายฐานะพลยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพราะทราบว่ายังมีบุคคลต่างด้าวอีกจำนวนมากที่ถูกเรียกรับเงินเช่นเดียวกับภรรยาของตนเอง

ด้าน พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องราวร้องเรียน และสั่งการให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงสั่งการให้ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ใครผิดก็ไม่เลี้ยงไว้ รวมถึงให้ความดูแลความปลอดภัยต่อผู้ร้องเรียนไม่ให้เกิดปัญหาข่มขู่คุกคาม

ล่าสุดช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.พิเชษฐ จิระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เชิญนายฐานะพล พร้อมภรรยาและทนายความ มาสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายฐานะพล ยังคงยืนยันว่า ภรรยา ลูกชาย และเพื่อนบ้านถูกชายแต่งกายชุดตำรวจ 5 นาย เชิญตัวให้นั่งรถตราโล่ของ สภ.แม่อาย นำตัวไปยังป่าละเมาะแห่งหนึ่งเพื่อพูดคุย ทำให้ภรรยาตนโวยวายและใช้มือถือบันทึกภาพไว้ จนตำรวจต้องพามาควบคุมตัวไว้ที่ป้อมตำรวจ ก่อนที่จะแจ้งว่าไม่พกพาบัตรประจำตัว จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย ก่อนจะมีการเจรจาขอให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี 

พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทาง สภ.แม่อายแล้ว ขณะเดียวกันวันนี้จะสอบปากคำผู้เสียหายด้วยตัวเอง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะดำเนินการทั้งทางอาญา และทางวินัย ทำแบบตรงไปตรงมาไปมีการช่วยเหลือใดๆแน่นอน ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าวันดังกล่าวมีการตั้งด่านจริง และพบว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาไกล่เกลี่ย จึงได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวน รวมถึงคนกลาง และตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด  หากพบว่าตำรวจผิดก็อาจจะถูกวินัยร้ายแรงให้ออกจากราชการ และถูกดำเนินคดีอาญาตามกฏหมาย ซึ่งจากหลักฐานมีตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 นาย เบื้องต้นจะสั่งให้ย้ายออกจากพื้นที่ก่อน และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ต่อมาล่าสุด ช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.ต.พิเชษฐ เรียกตำรวจชั้นสัญญาบัตร 1 นาย และชั้นประทวน 4 นาย จาก สภ.แม่อาย ที่ตั้งด่านในวันเกิดเหตุและควบคุมตัวนางสาวพิมพ์ชนก พร้อมบุตรชายวัย 2 ขวบ ก่อนจะมีการเจรจาตกลงให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีเพราะไม่พกบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู)

พล.ต.ต.พิเชษฐ ระบุว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้อง พบว่ามีมูลบ่งชี้ว่าตำรวจทั้ง 5 นายได้กระทำผิดจริง จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัย และมีคำสั่งเรียกให้ทั้ง 5 นาย มาประจำการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ก่อน จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ หากผลสอบสวนแล้วเสร็จก็จะดำเนินการตามระเบียบ  โดยโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ผู้เสียหายเบื้องต้นประสงค์จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุดไม่มีการยอมความ จึงสั่งการให้อำนวยความสะดวกกับผู้เสียหายในการแจ้งความในวันพรุ่งนี้แล้ว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน