ผู้ว่าฯประชุมด่วน กรรมการโรคติดต่อรับมือ ‘โควิด-19’เตรียม พท.กักตัวกลุ่มคนเดินทางกลับจาก4 ประเทศเสี่ยง เลือกโรงยิมเนเซียม-ศูนย์ฝึกทหารรองรับ สสจ.เผยส่งผีน้อยสาวกักตัว รพ. นำสารคัดหลั่งตรวจหาเชื้อ

ช่วงบ่ายวันที่ 6 มีนาคม 2563 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดเชียงใหม่ (POC) อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558  ครั้งที่ 1/2563 โดยมี นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ตัวแทนทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยก่อนเข้าก่อนประชุมเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อตรวจวัดผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ขณะที่การประชุมใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงเศษ

นพ.จตุชัย เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้มีวาระสำคัญในการหารือถึงการบังคับใช้กฏหมายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และประกาศคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 มีนาคม 2563  ที่ผ่านมา และประกาศเขตโรคติดต่ออันตราย ซึ่งมี 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยง  คือ จีน เกาหลีใต้  อิตาลี และอิหร่าน ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง มีผลบังคับใช้ 5 มีนาคมที่ผ่านมา   ซึ่งจะต้องมีมาตรการดูแลผู้ที่เดินทางมาจาก 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยง  โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจาก 2 เมืองหลัก คือ เมืองแทกู และเมืองซองโด ของเกาหลีใต้  ตามข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข จะถูกแยกตัวไปอยู่ในสถานที่ดูแลระดับชาติที่จัดเตรียมไว้  เพื่อกักตัวเป็นเวลา 14 วัน สำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากการเกาหลีใต้ที่มาจากเมืองอื่นๆ  จะถูกแยกตัวมาอยู่ในสถานที่ดูแลหรือกักตัวในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด  เพื่อกักตัวเป็นเวลา 14 วันตามมาตรฐาน  โดยเบื้องต้นจังหวัดเชียงใหม่ได้เลือกสถานที่ไว้ 2 แห่ง คือ โรงยิมเนเซียมแห่งหนึ่ง และโรงฝึกของทหารอีกแห่งหนึ่ง เพื่อดูแลกลุ่มคนที่จะเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ 

“กลุ่มเสี่ยงทั้ง 4 ประเทศ จากข้อมูลพบว่าแต่ละวันมีผู้โดยสารจาก 4 ประเทศ เดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 300 – 400 คนต่อวัน จึงจำเป็นต้องเตรียมสถานที่ขนาดใหญ่ไว้หลายแห่งให้เพียงพอต่อจำนวนคนที่เดินทางกลับมา และยอมรับว่าขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่มีความกังวลต่อกลุ่มคนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงค่อนข้างมาก ต้องชี้แจงว่าผู้ที่เดินทางกลับมาไม่ใช่เป็นผู้ติดเชื้อหรือเป็นผู้ป่วยทั้งหมด ข้อเท็จจริงประเทศไทยผ่านกระบวนการคัดกรองโรคมานานกว่า 2 เดือนแล้ว มีผู้เดินทางเข้าประเทศหลายล้านคน เราพบผู้ป่วยเพียง 42 ราย ส่วนกลุ่มคนที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงก่อนหน้านี้ จังหวัดเชียงใหม่มีมาตราการติดตามตรวจสอบ โดยประสานขอข้อมูลไปยัง ตม. และสำนักหนังสือเดินทาง เบื้องต้นพบว่ามีประมาณ  100 กว่าราย  จากนี้จะส่งข้อมูลให้ทางอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสม. ช่วยติดตามและตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มคนเหล่านี้ปลอดภัย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน”

นพ.จตุชัย กล่าวอีกว่า สำหรับหญิงสาวอายุ 23 ปีที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม จากนั้นได้ไปรับประทานหม่าล่าและเบียร์ ที่ร้านแห่งหนึ่งย่านถนนห้วยแก้ว และไปเที่ยวที่สถานบันเทิงในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยได้โพสต์และเช็คอินลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว จนสร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ หญิงสาวคนดังกล่าว ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่แล้ว และสวมหน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูกตลอดเวลาระหว่างมาพบ แพทย์ทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมซักประวัติการเดินทาง พบว่าไม่มีไข้ ไม่เจ็บคอ แต่มีน้ำมูก และไอ อุณหภูมิร่างกายปกติ 36.8 องศาเซลเซียส รับว่าเคยเป็นภูมิแพ้ก่อนไปเกาหลีใต้ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษสังคมจากการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งหญิงสาวรายนี้ได้เดินทางไปทำงานที่เมืองอันยาง ประเทศเกาหลีใต้ ประมาณ 10 วันก่อนเดินทางกลับมา 

“อย่างไรก็ตามแม้หญิงสาวคนดังกล่าวจะไม่ได้เดินทางกลับจาก 2 เมืองที่มีการแพร่ระบาด แต่เจ้าหน้าที่ได้ส่งหญิงสาวรายนี้ไปดูแลที่โรงพยาบาลสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และได้เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง เพื่อส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว” นพ.จตุชัย กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน