กรมอุทยานฯส่งแพทย์ตรวจสุขภาพเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าหลังเริ่มเจ็บป่วย อธิบดีฯยอมรับปีนี้ไฟป่ามาเร็วและรุนแรง แต่9จังหวัดภาคเหนือยังรับมือไหว

วันที่ 4 มีนาคม 2563 ที่สวนรุกชาติห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าจากพื้นที่ต่างๆของจังหวัดเชียงใหม่ ทยอยเดินทางเข้ารับการตรวจสุขภาพจากหน่วยแพทย์ ศูนย์ศรีพัฒน์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  หลังจากเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าเหล่านี้ต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อดับไฟป่าที่เกิดขึ้นในหลายจุดของจังหวัดเชียงใหม่ จนทำให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าหลายคนเริ่มมีอาการเจ็บป่วย และได้รับผลกระทบจากควันไฟป่า จนมีส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ และปอด โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์  ประธานของคณะกรรมการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ในฐานะมูนิธิพิทักษ์ป่าและรักษ์ทะเล พร้อมคณะ  เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า โดยมีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ให้การต้อนรับ

โดย พล.อ.สุรศักดิ์ ได้มอบป้ายของคุณของมูนิธิพิทักษ์ป่าและรักษ์ทะเล แก่ภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนเครื่องอุปโภค-บริโภค เช่น น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และไข่ไก่ แก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและอาสาสมัครภาคประชาชนที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดับไฟป่า 

ด้านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า สาเหตุของไฟป่าที่เกิดขึ้นในภาคเหนือมาจากฝีมือของมนุษย์ที่เข้าไปหาของป่าและล่าสัตว์  รวมทั้งการเผาในพื้นที่เกษตรจนลุกลามเข้าไปในเขตป่า ที่ผ่านมาเราต้องสูญเสียกำลังพล ทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ และจิตอาสาที่เข้าไปดับไฟป่า ทางกรมจึงคำนึงถึงสุขภาพของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก จนเป็นที่มาของการตรวจสุขภาพให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ ส่วนสถานการณ์ไฟป่าปีนี้ถือว่าเกิดขึ้นเร็วและรุนแรงกว่าทุกปี เพราะสภาพความแห้งแล้งที่มากกกว่าปกติจนสูญเสียทรัพยากรไปจำนวนมาก ทั้งที่ภูกระดึง ภูเรือ เขาใหญ่ และทัพลาน  จึงฝากถึงพี่น้องประชาชนขอให้ช่วยกันตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไฟป่าและหมอกควัน ขณะที่ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่และ 9 จังหวัดภาคเหนือ  จากที่ได้รับรายงาน เจ้าหน้าที่ยังรับมือได้และเอาอยู่  

“สำหรับพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯที่มีกว่า 70 ล้านไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ ยอมรับว่าไม่เพียงพอ แต่กรมพยายามทำให้ดีที่สุด จึงอยากขอความร่วมมือภาคประชาชน ให้ช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ หากพบพื้นที่เกิดไฟป่าให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อระดมกำลังเข้าไปดับไฟป่า และไฟป่าที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากฝีมือมนุษย์ โดยเฉพาะการเผาในพื้นที่เกษตรจนลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวน และป่าอนุรักษ์ ที่ผ่านมาหลายพื้นที่พบปัญหาในลักษณะเช่นนี้ และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมประชาชนที่ลักลอบจุดไฟเผาได้แล้วหลายราย”

ทั้งนี้ล่าสุดทางกรมอุทยานฯ มีการแก้ไขเพิ่มโทษ ใน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติปี พ.ศ. 2562   มาตรา 41 ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิมในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยานสวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 19 (1) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่  4 – 20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 – 2,000,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งผู้ถูกจับกุมหลายรายอยู่ในกระบวนการตัดสินของศาล

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน