ท่าอากาศยานเชียงใหม่ฉลองครบรอบ32ปี เร่งเพิ่มขีดความสามารถ-คุณภาพการให้บริการปี2563 แก้ปัญหาพื้นที่จอดรถยนต์ ยอมรับไวรัส ‘COVID-19’ส่งผลผู้โดยสารลดลงเกือบ40%

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ห้องประชุมอาคารเอนกประสงค์ การท่าอากาศยานเชียงใหม่ เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ ประเสริฐศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทชม.ทอท.) แถลงในโอกาสครบรอบ 32 ปี การดำเนินงานของท่าอากาศยานเชียงใหม่ว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เป็นท่าอากาศยาน 1 ใน 6 แห่ง ในฐานะประตูสู่วัฒนธรรมล้านนาที่ดีงาม ปัจจุบันมีศักยภาพรองรับผู้โดยสาร 8 ล้านคนต่อปี แต่จากจำนวนผู้โดยสารในปี 2561 สูงกว่า 11 ล้านคน ส่งผลให้เกิดความแออัดและสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอในบางช่วงเวลา ซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่ดำเนินการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ขยายพื้นที่การให้บริการ และบริหารจัดการเส้นทางเดินของผู้โดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกรวดเร็วมากที่สุด ด้วย 12 เส้นทางบินทั่วประเทศ และ 28 เส้นทางบินต่างประเทศ ภายใต้คุณภาพการให้บริการในระดับสากลและมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) มาโดยตลอด 

เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ กล่าวว่า ปี 2563 ทชม.ทอท. เร่งบรรเทาความแออัดและพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถและคุณภาพการให้บริการที่สำคัญ ทั้งงานก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์สัมปทาน 4 ชั้น ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า 50% คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2563 ซึ่งจะสามารถรองรับการจอดรถยนต์ได้ 1,300 คัน งานก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งจะประกอบด้วยพื้นที่เชิงพาณิชย์ 3 ชั้น และพื้นที่จอดรถยนต์ 400 คัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างขออนุญาตก่อสร้าง ดำเนินการโดยบริษัทกิจการร่วมค้าแอทยู พอร์ท จำกัด ระยะเวลาก่อสร้าง 14 เดือน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนมิถุนายน 2563 โครงการปรับปรุงพื้นที่บริเวณจุดตรวจค้นผู้โดยสาร เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกและจุดตรวจหนังสือเดินทาง อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยจะเพิ่มพื้นที่หน้าจุดตรวจค้น สำหรับผู้โดยสารและพนักงาน เพิ่มพื้นที่และจำนวนเคาน์เตอร์จุดตรวจหนังสือเดินทาง และแยกช่องทางเข้าออกเฉพาะของเจ้าหน้าที่เพื่อลดการปะปนของเจ้าหน้าที่กับผู้โดยสารในการเข้าออกพื้นที่ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย งานปรับปรุงระบบปรับอากาศอาคารผู้โดยสารภายในประเทศท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็นของระบบปรับอากาศ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2563 และการก่อสร้างพื้นที่ห้องคัดกรองผู้โดยสาร เพื่อคัดกรองและกักกันผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศต้นทางที่มีการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก 

ในส่วนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 ที่มีเป้าหมายรองรับผู้โดยสาร 16.5 ล้านคน ซึ่งเดิมจะเริ่มดำเนินการในปี 2563-2565 นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) เพิ่มเติมในบางประเด็น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการตามแผนในปี 2565 สำหรับผลการดำเนินงานของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ในปี 2562 (มกราคม-ธันวาคม 2562) ปริมาณการจราจรทางอากาศ มีอากาศยานพาณิชย์ ขึ้น-ลง 79,529 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 หรือ 1.69% มีเที่ยวบินเฉลี่ย 220 เที่ยวบินต่อวัน มีจำนวนผู้โดยสาร 11.34 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 หรือ 3.17% เฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศมีประมาณ 3.23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20.92% ในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้โดยสารชาวจีนถึงกว่า 1.69 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ประมาณ 19% และมีปริมาณการขนถ่ายสินค้า 12,567 ตัน ลดลงจากปี 2561 จำนวน 15.72% 

“จากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2562 เป็นต้นมา ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารลดลงจำนวนมาก ซึ่งจำนวนเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-25 กุมภาพันธ์ 2563 เหลือเพียงวันละ 190 เที่ยวบิน ลดลง 24% และจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 22,000 คน ลดลงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 และหากแนวโน้มการระบาดของไวรัส COVID-19 ยาวนานไปถึงกลางปี คาดว่าจำนวนผู้โดยสารในช่วง 6 เดือนแรกของปี จะอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านคน ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับ 6 เดือนแรกของปี 2562 ที่มีจำนวน 5.74 ล้านคน เกือบ 40% อย่างไรก็ตามการที่จำนวนผู้โดยสารลดลง ทำให้ความคับคั่งแออัดของผู้ใช้บริการลดลงซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่จะใช้ช่วงเวลานี้ในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก และสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อพร้อมให้บริการหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย”

เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ กล่าวว่า เฉพาะวันที่ 1-26 กุมภาพันธ์ เที่ยวบินหายไป 1,600 เที่ยวบิน คือเที่ยวบินต่างประเทศ 1,000 เที่ยว และในประเทศ 600 เที่ยว ผู้โดยสารกว่า 400,000 คน แยกเป็นต่างปรเทศ 210,000 คน และในประเทศ 190,000 คน เชื่อว่าจากวันที่ 1 มีนาคมนี้เป็นต้นไปสายการบินจะระงับการเดินทางไปจีนจะหายไปหมด น่าจะวิกฤตที่สุด ปัจจุบันคงเหลือ 3 เส้นทางที่บินไปฮ่องกง กวางโจว และคุนหมิง และมีผู้โดยสารเฉลี่ยเพียง 70 คนต่อเที่ยวบินเท่านั้น ได้แต่คาดว่าในเดือนเมษายนจะสามารถหยุดการระบาดของไวรัสได้ ซึ่งตัวเลขผู้โดยสารรวมในปีนี้คงเหลืออยู่ที่ 9 ล้านคน ลดไป 20% 

“ทชม. ยืนยันว่านับจากเริ่มพบการระบาดยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เลยแม้แต่คนเดียวทั้งขาเข้า-ขาออก จากการคัดครองตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2563 จำนวน 25,000 คน พบผู้ต้องสงสัยเข้าข่าย 2 คน เป็นชาวจีนในเดือนมกราคม และคนไทยเดินทางกลับจากไต้หวันมีไข้ 38.5 ในเดือนกุมภาพันธ์ นำส่งโรงพยาบาลและล่าสุดไม่พบการติดเชื้อ ยกเว้นกรณีที่พบชายชาวจีน 1 ราย จากการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช 1 ราย และรักษาตัวจนหายเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์เท่านั้น มั่นใจว่าเราสามารถควบคุมได้ และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อร่วมกันฟันฝ่าวิฤตการณ์ครั้งนี้ โดยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทั้งการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ ในยามที่เกิดการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง และให้การต้อนรับดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่จะมาเยือนในโอกาสต่อๆ ไป หลังกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ” เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน