เชียงใหม่เผย ไฟไหม้ป่าไปแล้ว1.4แสนไร่ พบจุดความร้อน4.3พันแห่ง เร่งคุมพื้นที่ให้ผ่าน2เดือนสุดท้ายให้ได้

DCIM\101GOPRO\GOPR3850.JPG

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าวสถานการณ์ฝุ่นควันและการแก้ไขปัญหาจังหวัดเชียงใหม่ว่า ปีนี้พบจุดความร้อน หรือ Hotspot มากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ในภาพรวมของดัชนีคุณภาพอากาศดีกว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถร่วมมือกันควบคุมพื้นที่ให้อยู่ในวงจำกัดป้องกันการขยายตัวลุกลามได้ การบริหารเชื้อเพลิงถูกต้อง และการงดเผาในที่โล่ง 

“ปีที่ผ่านมาเชียงใหม่เกิดจุดความร้อน 16,000 จุด ปีนี้เราจะพยายามควบคุมไม่ให้เกิน 10,000 จุด ซึ่งหลังจากนี้ต้องร่วมมือกันมากกว่าเดิม เพราะปีนี้แล้งมาก มีใบไม้สะสมเยอะ ก็ต้องบริการจัดการให้ดี เหลือเวลาอีก 2 เดือน ที่จะต้องก้าวผ่านปัญหานี้ไปให้ได้ ด้วยกำลังคนที่มี โดยเฉพาะการดูแลพื้นที่ในจุดหาของป่า ที่ขอความร่วมมือประชาชนให้งดเว้นการเข้าป่าล่าสัตว์ แต่หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็จะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปิดป่าและดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ปีที่ผ่านมาเชียงใหม่เกิดจุดความร้อน 16,000 จุด ปีนี้เราจะพยายามควบคุมไม่ได้เกิน 10,000 จุด ซึ้งหลังจากนี้ต้องร่วมมือกันมากกว่าเดิม เพราะปีนี้แล้งมาก มีใบไม้สะสมเยอะ ก็ต้องบริการจัดการให้ดี” ผู้ว่าฯ กล่าว 

นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 กุมภาพันธ์ 2563 พบจุดความร้อนแล้ว 4,372 จุด ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่า และเกิดในโซนตอนใต้ของเมือง คือ ฮอด ดอยเต่า และจอมทอง ตามลำดับ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พบการเผาไหม้ป่าไปแล้ว 140,000 ไร่ มากกว่าปีที่ผ่านมาที่ 120,000 ไร่ จับกุมผู้ตอ้งหาได้ 137 ราย ซึ่งในเดือนมีนาคมนี้มีเป้าหมายที่จะเข้มข้นในการควบคุมไม่ให้เกิดในโซนเหนือ คือ เชียงดาว สะเมิง และพร้าว 

“ช่วงที่ผ่านมาพบค่าคุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 12 วัน แต่ในปลายสัปดาห์หน้าค่าคุณภาพอากาศในพื้นที่น่าจะดีขึ้น หลังจากทิศทางลมที่พัดผ่านจะช่วยให้เกิดการระบายตัวของฝุ่นละอองได้ดี แต่ไม่ต้องไปหวังว่าจะมีฝนมาช่วยลดฝุ่น เพราะศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือระบุว่า ไม่มีแนวโน้มของการเกิดฝนเลย” นายสมคิด กล่าว

ในขณะที่ นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ไฟป่าที่พบในเขตป่ามากที่สุดเพราะกระแสลมแรง พื้นที่สูงชันยากต่อการเข้าดับไฟ ทำให้เกิดการลุกลามขยายตัวไปมาก โดยเฉพาะป่าสนเขาที่มีน้ำมันในตัว ที่ผ่านมามีการประกาศปิดป่าไปแล้ว 12 แห่ง และในวันที่ 1 มีนาคมนี้จะปิดป่าในเขตอุตยานแห่งชาติศรีลานนา ผาแดง และห้วยน้ำดัง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่คัดกรองคนเข้าไปหาของป่าอย่างเข้มงวด หากประชาชนพบเบาะแสการเกิดไฟป่าสามารถแจ้งได้ที่ Hotline 1362 หรือ 053-232019 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน