ตร.ภาค5 แถลงจับขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ยึดยาบ้า2.3ล้านเม็ด ไอซ์50กิโลฯ เตรียมขยายผลออกหมายจับ-ยึดทรัพย์นายทุนผู้บงการ

DCIM\100GOPRO\GOPR3333.JPG

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่  20 กุมภาพันธ์  2563 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข  ผบช.ภาค5  พล.ต.ต.วีรชน  บุญทวี ผบก.สส.ภ.5  พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5  พร้อม พล.ท.สุภโชค ธวัชพีระชัย มทน.3/ผอ.ศอ.บส.ชน  และ พล.ต.บุญยืน  อินกว่าง รอง มทน.3/ผบ.ศป.ปส.ชน นายมานิต โกเมศ ผอ.ปปส.ภาค 5  และนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 2,322,000 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 50 กิโลกรัม เบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน คือ นายธนาวุฒิ วิชิตพัฒนเดชา หรือ บอย อายุ 34 ปี ที่อยู่ 225/2 หมู่ที่8 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

DCIM\100GOPRO\GOPR3340.JPG

พล.ต.ท.ประจวบ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก บก.สส.ภ.5 ปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามการกระทำผิดของเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบข่าวสารความเคลื่อนไหวในการกระทำผิดของ นายธนาวุฒิ วิชิตพัฒนเดชา ในการจัดหาและลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากพื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้ติดตามความเคลี่อนไหวของนายธนาวุฒิฯ มาอย่างต่อเนื่อง ต่อมา เมื่อวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวว่า จะมีการส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ จึงจัดกำลังเพื่อสะกดรอยติดตามกลุ่มผู้กระทำผิดโดยใกล้ชิด ต่อมาเวลาประมาณ 03.10 น. ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 ได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,322,000 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 50 กิโลกรัม ซึ่งผู้กระทำผิดได้นำมาพักคอยรอการส่งมอบให้แก่กลุ่มผู้ลำเลียง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบและทำการตรวจยึดไว้  โดยผู้กระทำผิดได้ไหวตัว และสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้ 

“จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบหลักฐานเชื่อมโยงว่า นายธนาวุฒิ  หรือบอย วิชิตพัฒนเดชา เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดจำนวนดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษ นายธนาวุฒิ หรือ บอย วิชิตพัฒนเดชา ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับ ที่ จ.66/2563 ลง 17 กุมภาพันธ์ 2563 ให้จับกุม นายธนาวุฒิ หรือ บอย วิชิตพัฒนเดชา ในความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า, ยาไอซ์) โดยมีปริมาณแอมเฟตามีนหรืออนุพันธุ์แอมเฟตามีน คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่ายี่สิบกรัมขึ้นไป ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุม นายธนาวุฒิฯ ตามหมายจับ ได้ที่ด่านตรวจผาหงษ์ สภ.ไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่  โดยในชั้นจับกุม นายธนาวุฒิฯ ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้ทำการตรวจยึด รถยนต์ จำนวน 3 คัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ”

DCIM\100GOPRO\GOPR3355.JPG

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของนายธนาวุฒิฯ ซึ่งเปิดร้านคาร์แคร์ พบว่าเคยมีประวัติถูกจับกุมในความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดจำหน่ายยาบ้า ในพื้นที่ สภ.ไชยปราการ เมื่อปี พ.ศ.2555 ต่อมา บก.สส.ภ.5 ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องพบความเชื่อมโยงในการกระทำผิดของ นายภาคิน พรเดชา ซึ่งประกอบอาชีพธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  โดย นายภาคินฯ ทำหน้าที่เป็นนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังการจำหน่ายยาเสพติดดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานในการกระทำผิด ขออนุมัติ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับ นายภาคิน พรเดชา และต่อมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้อนุมัติหมายจับที่ จ.69/2563 ลง 19 ก.พ.2563 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม นายภาคินฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย, ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินพื่อตัดทำลายเครือข่ายและดำเนินมาตรการตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ในการตัดทำลายแหล่งเงินทุนของผู้กระทำผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 จะได้ดำเนินการต่อไป

สำหรับนายภาคิน เป็นคนชาวไทยภูเขา ซึ่งในทางสืบสวนเจ้าหน้าที่พบว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดหลายทาง น้องชายของนายภาคินเคยถูกจับดำเนินคดีข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเมื่อ 3-4 ปีก่อน และยังมีชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัทรับเหมาก่อสร้างของพี่ชาย   

ด้านนายมานิต โกเมศ ผอ.ปปส.ภาค 5 กล่าวว่า การจับกุมคดีนี้ถือเป็นการทำลายโครงข่ายการค้ายาเสพติดชายแดน ซึ่งเชื่อมโยงชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลารวบรวมหลักฐานจนสามารถออกหมายจับตัวการผู้อยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริงได้  ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามยึดทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างแยกแยะทรัพย์สินที่คาดว่าจะได้มาจากการค้ายาเสพติด และการทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ในพื้นที่ภาค 5 ยังมีการสืบสวนเพื่อหาตัวการผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่องอีกหลายราย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน