ข่าวด่วน

องคมนตรีห่วงฝนทิ้งช่วง-แล้งยาว สั่งโครงการหลวงบริหารจัดการน้ำรับมือด่วน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานประชุมมูลนิธิโครงการหลวงประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องดอยคำ อาคารฝึกอบรม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานภายในมูลนิธิฯ และหน่วยงานร่วมบูรณาการ มุ่งสู่ผลสำเร็จดังพระราชปณิธานในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดย พล.อ.กัมปนาท กล่าวว่า ในช่วงรอยต่อเข้าสู่ฤดูร้อนนี้ ประเทศไทยเริ่มเกิดภาวะขาดฝน ปริมาณน้ำเริ่มไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในปัญหาภัยแล้ง ที่จะส่งผลต่อการผลิตพืชของโครงการหลวงและโครงการขยายผลแบบโครงการหลวง ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินการกระจายกว้างขวางบนที่สูงในประเทศไทย ขอให้โครงการหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงานบริหารการใช้น้ำ พิจารณาแผนจัดทำโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้ ตามที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนในช่วงนี้ไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมว่า จะมีปริมาณลดลงกว่าทุกปี หลังจากนั้นจะเริ่มมีฝนบ้างประปราย แต่ปริมาณยังน้อยกว่าปกติ และจะมีแนวโน้มปริมาณฝนเข้าสู่เกณฑ์ปกติในปลายเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม

อย่างไรก็ตามปัญหาด้านการทำการเกษตรในช่วงที่อุณหภูมิสูงขึ้น อากาศร้อนและแห้งนี้ คือ โรคแมลงศัตรูพืช ซึ่งเกษตรกรต้องเฝ้าระวังคือ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ หนอนกัดใบและด้วงหมัดผัก ระบบในพืชตระกูลสลัด แตง พริก มะเขือ กะหล่ำ สตรอว์เบอร์รี เคพกูสเบอร์รี รวมทั้งไม้ดอก ได้แก่ เบญจมาศ กุหลาบ และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งพื้นที่สูงยังมีอากาศเย็น มีหมอกในตอนเช้า ส่งผลต่อระบาดของ โรคราน้ำค้าง ใบจุด โรคแอนแทรคโนส ราแป้ง เพลี้ยและหนอนกัดใบ ซึ่งโครงการหลวงได้มีแผนการป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดทุกด้านทั้ง การแจ้งเตือนแก่เกษตรกร การเฝ้าระวัง การป้องกัน และควบคุมการระบาด โดยปรับแผนการพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตในปี 2563 มุ่งเน้นวิจัย/พัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคุมโรคแมลง  วิจัยทดสอบพืชและสัตว์ รวมทั้งศึกษาระยะปลอดภัยของสารกำจัดศัตรูพืชในพิชแต่ละชนิด เพิ่มการผลิตชีวภัณฑ์ และพัฒนาสื่อเพื่อให้องค์ความรู้เข้าถึงกลุ่มเกษตรกรได้ง่ายและกว้างขวางยิ่งขึ้น

และในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน พล.อ.กัมปนาท เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง จ. เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกพืชเขตหนาว ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและสภาพพื้นที่ ซึ่งครอบคลุม 9 หมู่บ้าน 94,524 ไร่ ประชากร 1,610 ครัวเรือน รวม 4,167 คน เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าปากาเกอะญอ ลีซอ และคนพื้นเมือง  ปัจจุบันมีการส่งเสริมปลูกพืชตามมาตรฐานอาหารปลอดภัย ได้แก่ พืชผัก ไม้ผล พืชไร่ ชา กาแฟ และปศุสัตว์ จำนวน 20 ชนิด ผลผลิตหลัก ได้แก่ ถั่วแขก แตงกวาญี่ปุ่น ถั่วลันเตาหวาน มะเขือม่วงก้านเขียว  มะเขือเทศเชอรี่แดง เสาวรส กาแฟ และชา 

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน