นักวิจัย สวพส. แนะใช้ ‘เห็ดป่า’แก้ปัญหาฝุ่นควันและไฟป่า ฝุ่นเชียงใหม่ยังฟุ้งกระจาย

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าที่เรือตรี ศุลิเชษฐ์ ทองกล่ำ เจ้าหน้าที่โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพื้นฟูและส่งเสริมการใช้ประโยชน์เห็ดท้องถิ่นบนพื้นที่สูง และ ดร.จารุณี ภิลุมวงค์ นักวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. แถลงผลการค้นคว้าวิจัยและเรียบเรียงเกี่ยวกับแนวทางการใช้เห็ดป่า แก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าว่า จากปัญหาฝุ่นควันไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย และสังคมมองว่าเกิดจากการเก็บหาของป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เห็ดเผาะ’ หรือเห็ดถอบ กลายเป็นจำเลย เนื่องจากเป็นเห็ดที่มีความต้องการบริโภคของคนทั่วไปค่อนข้างสูงและมีราคาดี อีกทั้งยังมีเรื่องของความเชื่อที่สืบต่อกันมาว่าต้องเกิดไฟไหม้ก่อนเห็ดถึงจะออก 

ว่าที่เรือตรี ศุลิเชษฐ์  กล่าวว่า ในความเป็นจริงการหาเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบแต่เดิมนั้น คนเฒ่าคนแก่ในสมัยก่อนใช้การสังเกตลักษณะของพื้นที่ที่พบเห็ด โดยพบว่าหลังจากที่มีไฟไหม้ป่าแล้วนั้นจะพบเห็ดเผาะในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้มีการบอกต่อกันมาและเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กลายเป็นต้องเผาป่าก่อนเห็ดเผาะถึงจะออกให้ ซึ่งในความเป็นจริงเห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตที่เจริญเป็นเส้นใย หากโดนความร้อนทำลายก็สามารถที่จะตายได้”

“เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบจะเจริญอยู่ร่วมกันกับรากพืชและบริเวณรอบๆ ราก ทำให้ได้รับผลกระทบจากการทำลายของไฟป่าบ้างบางส่วน แต่เห็ดชนิดอื่นๆ ที่เกิดอยู่ในป่าซึ่งเป็นผู้ย่อยสลายอินทรีย์วัตถุให้เกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหารในดินจะมีการเจริญอยู่บนเศษวัสดุใบไม้ กิ่งไม้ เมื่อเกิดไฟไหม้เป็นระยะเวลานานเห็ดกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากถูกความร้อนเข้าทำลายเส้นใยและดอกเห็ดทำให้ไม่สามารถเจริญและแพร่ขยายพันธุ์ต่อไปได้ สังเกตได้จากพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้เห็ดกลุ่มที่เจริญเหนือดินจะมีปริมาณลดลง” ว่าที่เรือตรี ศุลิเชษฐ์  กล่าว

ดร.จารุณี กล่าวเสริมว่า หากเราจะแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน เราต้องทำให้เกิดการเผาหรือไฟไหม้ที่ลดลง โดย สวพส. ขอนำเสนอ 3 แนวทาง เพื่อให้นำไปใช้ตามความเหมาะสมของพื้นที่และบริบทของชุมชน คือ การใช้เห็ดกลุ่มไมคอร์ไรซ่า เช่น เห็ดเผาะ เห็ดไข่ เห็ดแดง และเห็ดหล่ม เป็นแรงจูงใจในการดูแลป่าโดยไม่ให้เกิดการเผาหรือไฟไหม้ ซึ่งสามารถทำได้โดยการใช้หัวเชื้ออย่างง่ายจากดอกเห็ดแก่ การทำหัวเชื้อน้ำหมักเห็ด ก้อนดินผสมน้ำหมักเห็ด แล้วนำไปเติมในพื้นที่ หรือต้นไม้ที่เติมหัวเชื้อเห็ดสำหรับนำไปปลูกเสริมในพื้นที่ ตามด้วยการนำเศษวัสดุใบไม้ในป่ามาทำเป็นวัสดุในการเพาะเห็ดโคนร่วมกับการทำแนวกันไฟ เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลงและความรุนแรงของการเกิดไฟป่าลง และสุดท้ายคือ การใช้จุลินทรีย์และเห็ดป่า เพื่อช่วยในการย่อยสลายเศษวัสดุใบไม้ กิ่งไม้ ที่จะกลายเป็นวัสดุเชื้อเพลิงในป่า ซึ่งสามารถทำได้โดยการนำดินและดอกเห็ดจากป่ามาทำเป็นหัวเชื้อในลักษณะน้ำหมักหรือก้อนดินผสมน้ำหมักเห็ด แล้วนำกลับไปเติมในป่า คล้ายกับวิธีการใส่เชื้อเห็ดโคน” 

“หากเราใช้วิธีการทางชีวภาพในการจัดการปัญหาฝุ่นควันไฟป่าที่ต้นตอของปัญหา จะเป็นการช่วยให้ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ยังคงอยู่ รวมทั้งสร้างความสมดุลในระบบนิเวศให้กลับฟื้นคืนมานอกจากนี้ยังทำให้เรามีแหล่งอาหารจากป่าที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และจะเป็นการแก้ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าได้อย่างยั่งยืน” ดร.จารุณี กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีคุณภาพอากาศในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ วันนี้อยู่ในระดับสีเหลืองถึงส้ม คือ ค่าอากาศปานกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยงควรลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงหนักหรือเป็นเวลานาน ยกเว้นกลุ่มบุคคลทั่วไปที่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ และส่วนใหญ่สภาพอากาศจะดีในช่วงเช้าและค่ำ แต่ในช่วงบ่ายจะมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กพุ่งขึ้นสูงจากกระแสลมที่เบาบางทำให้ฝุ่นกระจายตัวสะสมอยู่ทั่วไปโดยเฉพาะในเขตตัวเมืองเชียงใหม่

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน