ผู้ว่าฯเชียงใหม่สั่งลุย แก้ ‘หมอกควัน-ไฟป่า’หลัง1เดือนพบจุดความร้อนพุ่ง2.8พันจุด

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวภายหลังเป็นประธารับฟังรายงานการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ของ คณะกรรมการศูนย์บัญชาการป้องกันฯ ในห้วงเดือนที่ผ่านมาว่า มีการรายงานสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยพบจุดความร้อนสะสม หรือ Hotspot จำนวน 2,867 จุด ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,601 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,141 จุด เขต สปก.  54 จุด เขตพื้นที่การเกษตร 24 จุด ริมทางหลวง 1 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 46 จุด 

โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสะสมมากที่สุด คือ อำเภอฮอด รองลงมาเป็นอำเภอดอยเต่า และอำเภอจอมทอง ส่วนการติดตามตรวจสอบปริมาณฝุนละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 กุมภาพันธ์ 2563 มีความกดอากาศในช่วงเช้า ลมสงบ และทิศทางลมที่พัดพาฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้ามาสะสมในตัวเมืองเชียงใหม่ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองที่วัดจากเครื่องวัดของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีค่า PM2.5 เฉลี่ยเกินมาตรฐาน จำนวน 11 วัน 

ทั้งนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นจำนวน 13,000 ชิ้น และจังหวัดเชียงใหม่ได้รับมอบสิ่งของพระราชทาน จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เป็นหน้ากากอนามัย รุ่น N95 จำนวน 20,000 ชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนทั้ง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่

อย่างไรก็ตามในส่วนของแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ต่อไปนั้น ได้มอบหมายให้นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าป้องกันปัญหาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสกัดไฟในเขตป่าที่ลุกลามในหลายพื้นที่ แม้ว่าในช่วง 2 วันนี้จะมีดัชนีคุณภาพอากาศที่อยู่ในเกณฑ์ดีและปานกลาง และมีรายงานจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-10 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจรวม จำนวน 6,868 ราย และอีก 12 กลุ่มโรคที่ PM 2.5 ไปเพิ่มความเสี่ยง ทำให้ล่าสุดมีผู้ป่วยสะสมแล้ว จำนวน 51,679 ราย

ในขณะที่ศูนย์ควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ รายงานว่า วันนี้ในพื้นที่ 9 จังหวัดพบจุดความร้อนรวม 83 จุด สูงสุดจังหวัดลำปาง ตาก และแม่ฮ่องสอน ตามลำดับ และส่วนใหญ่เกิดการเผาไหม้ในเขตป่าแทบทั้งหมด   

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน