ฝุ่นควันเชียงใหม่ยังกระทบสุขภาพ / พบเกิดไฟป่าบนดอยหลวงเชียงดาว ผู้ว่าสั่งประสาน ฮ.ของ กรมปภ. KA-32 เข้าดับไฟ สกัดลุกลาม

ฝุ่นควันเชียงใหม่ยังกระทบสุขภาพ / พบเกิดไฟป่าบนดอยหลวงเชียงดาว ผู้ว่าสั่งประสาน ฮ.ของ กรมปภ. KA-32 เข้าดับไฟ สกัดลุกลาม

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 สถานการณ์ฝุ่นควัน ที่จังหวัดเชียงใหม่ค่าอากาศยังไม่ดี ค่าฝุ่นฯอยู่ในระดับสีส้มต่อเนื่องมา 2วัน ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และมีผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยง ควรสวมหน้ากาก หากต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง และงดออกกำลังกายหนักในที่โล่ง

ช่วงเช้า ค่าฝุ่นจิ๋ว (PM2.5)ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ที่ระหว่าง 50-70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าสารมลพิษทางอากาศ(AQI) อยู่ที่ 101-150

ทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า ฝุ่นละอองในภาคเหนือระยะนี้ พบว่าอากาศยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้าและลมอ่อน ทำให้ตอนเช้ามีการสะสมฝุ่นละออง และหมอกควัน ส่วนตอนบ่ายจะดีขึ้นเนื่องจากอากาศยกตัวได้ดี ในส่วนของภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่ามีลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมเข้ามา และมีกำลังแรงขึ้น ทำให้การสะสมของฝุ่นละอองหมอกควันรถลดน้อยลง

ค่ำวานที่ผ่านมา (9 กุมภาพันธ 2563) มีรายงานว่าเกิดเหตุไฟใหม้ ในเขตพื้นที่ดอยหลวงเชียงดาว อำเภอเชียงดาวในเวลาประมาณ 12.00 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งเร่งดับไฟป่าบนดอยหลวงเชียงดาว โดยประสาน เฮลิคอปเตอร์ ของ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ) KA-32 เข้าดับไฟในพื้นที่ดอยหลวงเชียงดาว

หลังพบไฟกำลังลุกลาม รถบรรทุกน้ำ และกำลังคนไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้เนื่องจากเป็นหน้าผาสูงชัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนแหล่งน้ำจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 อำเภอเชียงดาว ในการดับไฟป่าครั้งนี้
ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 25 จุด และพื้นที่อำเภอเชียงดาว จำนวน 8 จุด โดย นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้ศูนย์สั่งการระดับอำเภอ ประสานหน่วยที่รับผิดชอบพื้นที่ เข้าตรวจสอบ และให้รายงานผลให้ศูนย์บัญชาการฯ ทราบ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งเข้าดำเนินการดับไฟป่าในแต่ละพื้นที่อย่างเร็วที่สุด

ล่าสุดเวลา 14.00น. นายธนา นวลปลอด หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ฯ รักษาราชการแทน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่าขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เรียบร้อย โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ในการดับเพลิงรวม 9 เที่ยวบรรจุน้ำเที่ยวละ 3,000 ลิตร

“เมื่อวานเราพบว่า ดาวเทียมเวียร์ รายงานเกิดความร้อนเกิดขึ้น 8 จุด บางจุดอยู่บนหน้าผาสูงชัน จึงได้ประสานขออากาศยาน คือ ฮ.เข้าไปค้นหา เพราะหากปล่อยไว้เกรงว่า อาจลุกลามเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว จนเกิดความเสียหายหนักต่อพื้นที่ป่า”

ส่วนสถานการณ์ฝุ่นที่จังหวัด เชียงใหม่ในวันนี้ที่พบว่าฟ้าหลัว เมื่อตรวจสอบจากดาวเทียม พบว่ามีจุดความร้อนเกิดขึ้นที่เชียงใหม่เพียง 20 จุดเท่านั้นถือว่าน้อยมาก แต่สภาพฝุ่นควันที่เกิดขึ้น คาดว่าจะมีลมพัดฝุ่นควันจากที่อื่นเข้ามา


สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน