กกล.ผาเมืองเผยแนวโน้มการปลูกฝิ่นลดลง ปปส.ภาค5ระบุการลาดตระเวณร่วมลาว-เมียนมา ช่วยสกัดสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดอย่างได้ผล

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ห้องประชุมทองจัตุ กองกำลังผาเมือง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี ผู้บัญชากองพลทหารม้าที่ 1 ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการโครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนโครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2563 เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติให้กับหน่วยงานในโครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ตลอดจนซักซ้อมทำความเข้าใจในการเข้าควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น โดยมุ่งเน้นจัดการกับปัญหาเงื่อนไข อิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ยังคงเหลืออยู่ การเฝ้าระวัง การสร้างความเข้มแข็ง ยั่งยืน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนการนำประชาชนและเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วมตัดทำลายในแปลงฝิ่นที่ตรวจพบ โดยการปฏิบัติงานด้านการข่าว การกดดันด้วยกำลัง การปฏิบัติการจิตวิทยาและการประชาสัมพันธ์รวมทั้งการประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

พล.ต.ถนัดพล กล่าวว่า ปีนี้พบว่าพื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากการดำเนินมาตรการป้องกันที่เข้มงวดในช่วงก่อนฤดูการปลูกฝิ่น มาตรการปราบปรามกลุ่มนายทุน ผู้สนับสนุนการปลูกฝิ่น รวมถึงการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาทางเลือกในพื้นที่ปลูกฝิ่นหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง และความเจริญที่เริ่มเข้าไปในพื้นที่ทุรกันดารมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างถนนและพัฒนาระบบสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตามความต้องการของผู้เสพและราคาฝิ่นดิบในพื้นที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปลูกฝิ่นยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

“ปัจจุบันสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติดได้ตรวจพบพื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นแล้ว จำนวน 12 พื้นที่ จำนวน 202 แปลง 139.49 ไร่ ได้แก่ พื้นที่ อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่แตง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอเวียงแหง อำเภอพร้าว อำเภอไชยปราการ อำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่ อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน และอำเภอแม่ระมาด อำเภออุ้มผาง อำเภอท่าสองยาง อำเภอบ้านตาก อำเภอสามเงา จ.ตาก อย่างไรก็ตามปัจจัยและเงื่อนไขที่เป็นแรงจูงใจเนื่องจากราคาค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นยังคงมีการลักลอบปลูกอยู่ แม้จะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าดำเนินการตัดทำลายอย่างเข้มข้น แต่มีวิธีการและแนวทางในการพัฒนาต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ จึงเชื่อได้ว่าสถานการณ์ในเรื่องราคาและความต้องการใช้ฝิ่นเพื่อเสพยังคงเป็นแรงจูงใจในการลักลอบปลูกฝิ่นอยู่” พล.ต.ถนัดพล กล่าว 

ขณะที่นายมานิต โกเมศ ผอ.ปปส.ภาค 5 กล่าวว่า จากการสำรวจตามฤดูกาลพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นของชาวไทยภูเขาตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กุมภาพันธ์ มีแนวโน้มลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการปลูกล่าช้าจากเดิมและผลผลิตน้อยลง ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่จะเข้าตัดฟันทำลายให้ครบ 100% แต่เนื่องพื้นที่ลักลอบอยู่บนพื้นที่สูงยากกว่าการเข้าจับกุมกลุ่มผู้ปลูกได้ยากเพราะห่างไกลและไม่มีเอกสารสิทธิ์ ส่วนสถานการณ์ยาเสพติดตามแนวชายแดนจะพบว่า ในช่วง 3 เดือนนี้ จากความเข้มแข็งของกำลังเจ้าหน้าที่ทหารในการคุมเข้มทำให้พบการลำเลียงและสกัดกั้นได้มากและเป็นจำนวนเพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาในพื้นที่ตอนใน

“จากความร่วมมือของกลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งทั้งเมียนมาและลาวที่มีการจัดกำลังลาดตระเวนร่วมกัน ทำให้เราสามารถสกัดกั้นสารตั้งต้นที่ใช้เพื่อการผลิตยาเสพติดได้มากขึ้น ถือเป็นการตัดตอนขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้” นายมานิต กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน