ข่าวด่วน

ทอท.จับมือเชียงใหม่ ประกาศความพร้อมจัดงาน ‘The Routes Asia Development Forum 2020’มั่นใจทะยานสู่ที่สุดด้านการบินแห่งเอเชีย มั่นใจ ‘ไวรัสโคโรนา’ไม่มีผลกระทบต่อการประชุม เล็งดึงตลาดอินเดีย-ยุโรปเข้ามาทดแทน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ห้องสุโขทัย โรงแรมแชงกรี ล่า อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวประกาศความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมเจรจาธุรกิจการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ The Routes Asia Development Forum 2020 (RA2020) ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2563  ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา พร้อมเปิดพื้นที่สำคัญหลายแห่งต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากธุรกิจการบินจากทั่วโลก โชว์ศักยภาพความพร้อมในการรองรับผู้เข้าประชุมต่อยอดอุตสาหกรรมการบินให้เติบโตผ่านการเจรจาธุรกิจ ก้าวสู่การเป็นที่สุดด้านการบินแห่งเอเชีย คาดสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 200-300 ล้านบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทย 

นายวิชัย บุญยู้ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดงาน The Routes Asia Development Forum 2020 ถือเป็นอีกครั้งในรอบ 14 ปีของประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานนับจากครั้งแรกที่เคยจัดขึ้นที่พัทยาในปี 2006 นับว่าเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่จะได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากธุรกิจการบินทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของท่าอากาศยาน ความก้าวหน้าของเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศ รวมทั้งความพร้อมและคุณภาพของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการ

นายวิชัย  กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งด้านความสะดวกในการเดินทางทางอากาศมายังประเทศไทย (Good Air Accessibility) เป็นเหตุผลให้บริษัท Informa PLC.  ซึ่งเป็นผู้จัดงาน The Routes Asia Development Forum พิจารณาคัดเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานในปีนี้ โดยท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งภายใต้การบริหารของ ทอท. คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ที่ ทอท. กำหนดยุทธศาสตร์ให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักที่เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 45 ล้านคนต่อปี ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นท่าอากาศยานที่รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก มีบทบาทสำคัญในการรองรับสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-cost Airline) และท่าอากาศยานอีก 4 แห่ง มียุทธศาสตร์ในการเป็นประตูสู่ภาคเหนือและภาคใต้ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่สำคัญเพื่อพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน โดยมุ่งเน้นในด้านการบริการและความปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล และด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้บริการสายการบินประจำกว่า 135 สายการบิน เชื่อมต่อการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้กว่า 214 จุดทั่วโลก รวมไปถึงสถานที่จัดงานอย่างจังหวัดเชียงใหม่ก็มีความเหมาะสมและน่าสนใจ (Appropriate and Interesting Event Venue) และมีโรงแรมที่พัก (Hotels) ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และไทยแลนด์ 4.0 นั้น อุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม New S-Curve ที่รัฐบาลให้การส่งเสริม ดังนั้น การจัดประชุม RA2020 จะก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน สร้างเครือข่ายเส้นทางการบิน สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน สร้างเส้นทางการบินเส้นทางใหม่ นำไปสู่การขยายตัวทางด้านท่องเที่ยวและสร้างงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน ตลอดจนยังเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายของกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ถือเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าระหว่างการจัดงานจะก่อให้เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นที่สุดด้านการบินแห่งเอเชีย”

นายวิชัย กล่าวอีกว่า คาดว่าระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2563 จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 1,250 คน สร้างรายได้กว่า 200-300 ล้านบาท และสร้างรายได้ระยะยาว จากการมีสายการบินเข้าร่วมงานประมาณ 100 สายการบิน ท่าอากาศยานทั่วโลกกว่า 200 แห่ง  หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวกว่า 30 หน่วยงาน และมีผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจที่จะร่วมบรรยายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กว่า 20 คน ประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Face-to-face meetings ที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะมีส่วนร่วมในการประชุมแบบตัวต่อตัวกว่า 2,000 ครั้งตลอดสามวันเต็ม เพื่อแลกเปลี่ยนบริการและความต้องการที่กำลังมองหาอยู่ Networking events กิจกรรมเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและสานสัมพันธ์อันดีของผู้เข้าร่วมงาน และ Conference การประชุมโดยมีผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านธุรกิจการบินในหลากหลายประเภทอาทิ สายการบิน ท่าอากาศยาน จุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ เครื่องจักรเกี่ยวกับการบิน และอื่นๆ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายใต้ประเด็นที่น่าสนใจในปัจจุบันและอนาคต

“ภายหลังการประชุมเราเชื่อว่าจะมีการเปิดเส้นทางบินใหม่เพิ่มขึ้นอีก แม้จะไม่ได้ตั้งเป้าไว้ แต่ที่ผ่านมาจากการเพิ่มสายการบิน 4 สาย ไปยังเส้นทางใหม่สามารถสร้างรายได้กว่า 900 ล้านบาท แม้จะมีข่าวการแพร่ระบาดเรื่องไวรัสโคโรนา ก็ยังไม่มีการยกเลิกเข้าร่วมประชุมจาก 150 กว่าสายการบินจากทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย อย่างไรก็ตามจากปัญหาไวรัสโคโรนาส่งผลให้มีผู้โดยสารหายไป 20,000 คน จากท่าอากาศยานภูเก็ต ส่วนเชียงใหม่จากเดิมเฉลี่ย 5,000 คน ลดลงเหลือทั้งขาเข้าและขาออก 1,500 คน/วัน ภาพรวมทั้งประเทศตั้งแต่ 29 มกราคมที่ผ่านมามีกว่า 2,000 ไฟท์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ยกเลิกยาวไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม ซึ่ง ทอท.เตรียมดูตลาดใหม่ อาทิ อินเดียและยุโรป เพื่อดึงมาทดแทน แต่ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนและสถานการณ์อีกครั้ง เพราะตลาดดังกล่าวมีความต้องการที่จะบินมาลงภูเก็ตและพัทยาแต่ที่ผ่านมาพื้นที่หลุมจอดไม่เพียงพอ แต่หากเทียบอัตราการใช้จ่ายคงไม่สามารถสู้ตลาดจีนได้” นายวิชัย กล่าว

ในขณะที่ นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสสำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดเชียงใหม่ในการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเจรจาธุรกิจการบินพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ The Routes Asia Development Forum 2020 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ซึ่งมีความพร้อมในแง่ของความสง่างาม หรูหรา และความเหมาะสมในการต้อนรับแขกผู้มาเยือน ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักจังหวัดเชียงใหม่มากยิ่งขึ้นด้วยศักยภาพของเมืองและของประเทศไทย

“เชียงใหม่ในฐานะ 1 ใน 5 หัวเมืองไมซ์หลัก หรือ MICE City มีความพร้อมในการจัดประชุมนานาชาติทั้งด้านสถานที่จัดงาน โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของนักเดินทางธุรกิจ ซึ่งเชียงใหม่มีสถานประกอบการผ่านการรับรองมาตรฐาน Thailand MICE Venue Standard ในประเภทห้องประชุมและประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้าจำนวนถึง 16 แห่ง รวม 56 ห้อง มีความพร้อมในด้านบุคลากรที่มีความสามารถ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ตลอดจนความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรม จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ พบว่านับตั้งแต่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ เปิดตัวขึ้นในปี 2556 มีจำนวนงานประชุมนานาชาติที่จัดในเชียงใหม่และเป็นงานที่ International Congress and Convention Association (ICCA) ให้การรับรองมีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 250 จากจำนวนงาน 10 งานในปี 2556 เพิ่มเป็น 21 งานในปี 2560 และ 25 งานในปี 2561 โดยในปี 2561 นั้น เชียงใหม่ถือเป็นเมืองที่จัดงานประชุมนานาชาติมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ และเป็นเมืองที่จัดงานประชุมนานาชาติมากเป็นอันดับที่ 7 ของอาเซียน” นายวิรุฬ กล่าว

อย่างไรก็ตามล่าสุดมีบริษัทการบินใหญ่จากนานาประเทศตอบรับเข้าร่วมแล้วทั้งในยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกา อาทิ การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย แอร์ ไชน่า คาเธย์ แปซิฟิค ออสเตรียน แอร์ไลน์ ฟินน์ แอร์ แซบูแปซิฟิค เจแปน แอร์ไลน์ เจ็ทสตาร์แอร์เวย์ส ลุฟท์ฮันซ่า กรุ๊ป และอีกกว่า 50 สายการบิน 

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าของการจัดประชุม The Routes Asia Development Forum 2020 ได้ทาง https://www.routesonline.com/events/211/routes-asia-2020/ 

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน