ข่าวด่วน

รมว.สุวิทย์ฯร่วมยินดี ‘วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต’มช.เปิดมิติใหม่เพื่อการศึกษาพัฒนาคนทุกช่วงวัย รองรับความเปลี่ยนแปลงของโลก

เมื่อเวลา 09.09 น. วันที่ 28 มกราคม 2563 ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดโครงการจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ CMU School of Lifelong Education โดยศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมผู้บริหารมหาวิทยาลัย และนายสุทธิชัย หยุ่น นักสื่อสารมวลชนอาวุโส ร่วมกิจกรรม

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการยกระดับการพัฒนาประเทศสู่อนาคต ว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิตตอบโจทย์ความยั่งยืน สิ่งที่ มช.ทำสอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่แท้จริง เพราะโลกของ 4.0 คือ การดึงศักยภาพของมนุษย์ออกมาในช่วงศตวรรษที่ 21 ซึ่งหัวใจสำคัญ คือ Human และ Social Capital ก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงชีวิตจากที่แค่เรียน ทำงาน และเกษียณ แต่ปัจจุบันคนอายุยืนมากขึ้นจึงต้องมีการเรียนรู้มากขึ้นเพื่อทำงานมากขึ้น 

“จากนี้ไปไม่ว่าจะเป็นเพศหรือวัยไหน จะเกิดการเรียนรู้ไปด้วยกัน นี่คือหมุดแรกของการพัฒนาให้ชุมชนเรียนรู้และทำงานไปด้วยกันของตนต่างวัย เป็นเทรนด์ใหม่เพราะต่อไปจะเป็นการเติบโตที่ไม่มีการจ้างงาน หากไม่มีทักษะเฉพาะทางก็จะอยู่รอดไม่ได้ สิ่งที่ มช. ทำอาจจะเป็นก้าวเล็กๆ ที่ไปสู่ความยิ่งใหญ่ของประเทศและประชาคมโลก เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่จะต้องทำให้เด็กปลดปล่อยพลัง ซึ่งสิ่งที่จะทำได้ต้องเริ่มจาก ความสนุก เพื่อค้นหาตนเองว่าชอบอะไร นำไปสู่เป้าหมายที่จะเติมเต็มความเป็นมนุษย์ให้กับเด็ก กลายเป็นโมเดล Love to Learn” 

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ กล่าวว่า โครงการจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต หรือ CMu School of Lifelong Education เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง และฉับพลันในหลากหลายมิติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร ทักษะหรือสมรรถนะบางอย่างที่เคยได้เรียนหรือได้ใช้มาในอดีตอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ดังนั้นการดำเนินงานในทุกภาคส่วนจะต้องเร่งปรับตัวให้ทันต่อสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในยุค Disruptive Word  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงริเริ่มแนวคิดโครงการจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตขึ้น เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และยังเป็นการสนองตอบต่อยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งในด้านการพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม นอกจากนี้ยังเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การบริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระยะ 4 ปี (พ.ศ.2562-2565) ในด้านการผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมคุณภาพ มีทักษะการเป็นพลเมืองโลก และในด้านการแสวงหารายได้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

“มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีเป้าประสงค์ที่จะเป็นศูนย์กลางการศึกษาภูมิภาคตลอดชีวิตในภาคเหนือ และมุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้มีการพัฒนาศักยภาพตลอดช่วงชีวิต โดยรูปแบบการศึกษาตลอดชีวิตนั้น จะเพิ่มโอกาสในการศึกษาให้แก่ผู้เรียนทุกช่วงวัย ทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ให้ได้พัฒนาทักษะและความรู้ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา โดยสามารถพัฒนาตนเองผ่านการศึกษาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเรียนร่วมกับนักศึกษาในหลักสูตรปริญญาในรายวิชาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่เปิดสอนอยู่แล้ว หรือผ่านการอบรมหลักสูตรระยะสั้น ระยะยาว หรือการเรียนออนไลน์ผ่าน M๐๐c โดยผู้เรียนสามารถเก็บสะสมเป็นหน่วยกิตเพื่อปริญญาในอนาคต หรือเพื่อรับประกาศนียบัตรรับรองสมรรถนะ (Competency Certificate)”

ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ กล่าวอีกว่า โครงการจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มุ่งพัฒนาใน 2 ด้านหลัก ได้แก่ การจัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยจัดให้มีรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยสามารถเข้าศึกษาเพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพ และสามารถนำผลการเรียนรู้มาสะสมไว้ในระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank)/ และเทียบโอนเพื่อปริญญาได้ในอนาคต การจัดการศึกษาเพื่อปริญญา โดยส่งเสริมให้มีหลักสูตรในลักษณะของพหุวิทยาการ (Multidisciplinary)/ หรือสหวิทยาการ (Interdisciplinary) ซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้ ความชำนาญจากหลากหลายคณะหรือวิทยาลัย รวมถึงการพัฒนาไปสู่หลักสูตรในลักษณะ Tailor-made ในอนาคต เพื่อการรับรองสมรรถนะ (Competency Certification)

ผศ.ดร.ปรารถนา ใจผ่อง ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ด้วยบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิต กิจกรรม ธุรกิจ หรืองานของทุกคน การเตรียมความพร้อมทางทักษะ Re skill หรือ Up skill เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงได้ริเริ่มแนวคิดในการจัดตั้ง วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ School of Lifelong Education ขึ้น เพื่อสนองตอบต่อยุทธศาสตร์ชาติทั้งในด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างโอกาสรวมถึงความเสมอภาคทางสังคม การศึกษาตลอดชีวิตจึงเป็นช่องทางที่ทำให้คนในสังคมได้มีโอกาสเข้าสู่ความรู้ได้ตลอดช่วงอายุ มุ่งหวังให้นำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้กลุ่มผู้เรียนจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ผู้เรียนในกลุ่มวัยก่อนเรียน นักเรียนทั้งระบบโรงเรียนปกติหรือสายอาชีวะ สามารถเข้าเรียนร่วมในกระบวนวิชาที่เปิดเพื่อนักศึกษาปริญญาตรีโดยสามารถเข้ามาเรียนร่วมล่วงหน้าได้ภายใต้โครงการ Advanced Program (AP) ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงความรู้ในระดับสูงได้ เมื่อผ่านการวัดและประเมินผล สามารถเก็บสะสมหน่วยกิต ขอ Transcript และสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้เมื่อผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เรียนในกลุ่มเรียนปริญญา นักศึกษาปริญญาตรีจากทุกมหาวิทยาลัยสามารถศึกษากระบวนวิชาของหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา เพื่อการเก็บสะสมหน่วยกิตสำหรับการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาต่อไปในอนาคตได้ ทั้งนี้เมื่อผ่านกระบวนการคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อของแต่ละหลักสูตรจะสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ ผู้เรียนในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงวัย เน้นการกลับมาเรียนเพื่อ Re-skill และ Up-skill โดยส่วนงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะพิจารณาจัดหลักสูตรอบรมระยะสั้นที่มีการวัดและประเมินผล เพื่อให้ได้รับประกาศนียบัตรรับรองสมรรถนะ (Competency Certificate) และ/หรือสะสมหน่วยกิต เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะรองรับกับพลวัตรของโลกที่เปลี่ยนไป

สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษาตลอดชีวิต ตามรูปแบบของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประการแรก คือ การได้รับการเรียนรู้ในองค์ความรู้ระดับมหาวิทยาลัยโดยไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวนานถึง 4 ปีหรือมากกว่านั้น วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตเข้ามาช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ระยะสั้นที่มุ่งพัฒนาได้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนในแต่ละบุคคล และมีการการันตีว่าทักษะที่ได้เข้ามาศึกษานั้นได้รับการรับรองและเป็นที่น่าเชื่อถือโดยสามารถนำไปใช้ในธุรกรรมของตนเองทั้งทางปฏิบัติและทางลายลักษณ์อักษร 

ประการที่สอง ในบางหลักสูตร ผู้เรียนสามารถเข้าไปเรียนร่วมกับนักศึกษาปกติได้ โดยจะมีการวัดประเมินผลความรู้ที่ได้เช่นเดียวกับนักศึกษา สามารถสะสมหน่วยกิตไว้ใน Credit Bank เมื่อสามารถผ่านการทดสอบและคัดเลือกเข้าสู่ระบบของแต่ละหลักสูตร ก็สามารถโอนหน่วยกิตหรือออก Transcript ได้อีกด้วย และประการที่สาม บางหลักสูตรทางวิทยาลัยจัดทำขึ้นเพื่อตอบรับและพัฒนาทักษะเฉพาะด้านให้ตรงกับสิ่งที่สังคมและบุคคลส่วนใหญ่ต้องการ โดยเมื่อจบหลักสูตรและผ่านการวัดประเมินผล จะมีการออกใบรับรองสมรรถนะให้ สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องยืนยันว่าตนเองมีความสามารถทางด้านนั้นอย่างแท้จริง 

ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook page ชื่อ CMU School of Lifelong Education เบอร์โทรศัพท์ 0-5394-3695–96 หรือที่ e-mail: lifelong@cmu.ac.th

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน