สสจ.เชียงใหม่แถลงมั่นใจรับมือไวรัสโคโรนา ยันยังไม่พบผู้ติดเชื้อ สั่งขยายผลไปยังกลุ่มเสี่ยงทุกแห่ง พร้อมสำรองเครื่องมือทางการแพทย์เพิ่ม

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 27 มกราคม 2563 ที่ห้องประชุม 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้ว่า เป็นสถานการณ์ที่เราต้องเฝ้าระวัง มีความสับสนและมีตัวเลขที่ไม่แน่นอน ทำให้เกิดความตื่นตระหนกจากการพบผู้ป่วยเข้าข่ายการสืบสวนสอบสวนโรค ทั้งที่ยังไม่ใช่ผู้ป่วย ทำให้ส่วนกลางมีความเป็นห่วง และออกมาตรการรองรับ ขณะนี้สำหรับเชียงใหม่จำนวนผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการสอลสวนโรคยังคงมีเพียง 9 ราย ปล่อยตัวไปแล้ว 6 ราย และยังไม่พบผู้ติดเชื้อเลย

“เรื่องผู้ป่วยได้รับคำสั่งมาว่าไม่อนุญาตให้พื้นที่ให้ข้อมูลเรื่องผู้ป่วย โดยทางส่วนกลางจะแถลงทุกวันเอง เพื่อเป็นตัวเลขเดียวกัน และเป็นความชัดเจนในการตรวจสอบ ในระดับพื้นที่จะไม่สามารถให้ข้อมูลเรื่องผู้ป่วยและจำนวนตัวเลขได้ เพื่อให้ข้อมูลประเทศไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการลงลึกในรายละเอียดต่างๆ ส่วนเรื่องมาตรการต่างๆ ที่เราต้องเฝ้าระวังและคัดกรอง หากพบเร็วจะทำให้ส่งตัวไปเร็ว เพื่อลดเวลาการแพร่กระจายให้เร็วที่สุด ยกตัวอย่างกรณีหากเขาเดินทางไปตลาดวโรรสหรือไปเที่ยวก่อนไม่ดี ควรพบตัวและรักษาก่อนให้เร็ว เพราะโรคนี้ในกรณีการจะเสียชีวิตเฉลี่ย 3% คือ จาก 100 คน จะเสียชีวิต 3 คน ถือว่าไม่รุนแรงเท่าโรคซาร์หรือโรคเมอร์ส”

นพ.จตุชัย กล่าวว่า อยากแจ้งว่ากรณีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์จากเมืองอู่ฮั่นและกวางโจว หากมีอาการระบบทางเดินหายใจ หวัด ไอ หอบ มีไข้ ต้องให้ความร่วมมือทันที คือ ภายใน 14 วันที่มีโอกาสจะเป็นไข้ แต่หากเลยจำนวนวันแล้วก็ไม่ใช่ สำหรับสนามบินเรามีจุดคัดกรองหลายจุด ที่ผ่านมาเราเริ่มตรวจผู้โดยสารทุกคนที่มาจากเมืองอู่ฮั่น แต่ตอนนี้เพิ่มคัดกรองบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองกวางโจวด้วย และกำลังยกระดับเพื่อคัดกรองสายการบินที่มาจากจีนทุกสายการบิน เป็นเป้าหมายที่กำลังทำ ซึ่งอาจเกิดความไม่สะดวกบ้างแต่เพื่อความปลอดภัย ก็คงต้องใช้กำลังคนจำนวนมากในการทำงานในพื้นที่ดังกล่าว 

“ขณะนี้ในส่วนของการคัดกรองทำได้ระดับหนึ่งแล้ว และยังมีผู้ป่วยที่โรงพยาบาลเอกชน 17 แห่ง คัดกรองได้หลายราย รวมทั้งคลินิก 1,000 แห่ง ที่มีการประสานและส่งผู้ป่วยมาให้ ร้านขายยา และเพิ่มเติมไปยังมักคุเทศก์ให้ตรวจสอบว่าลูกทัวร์มีอาการไข้ ไอ หรือไม่อื่นเข้าข่ายประมาณ 3 ข้อให้รีบส่งตัว  ตลอดจนที่พัก เกสต์เฮ้าส์ และที่พักในระดับตำบล อาทิ รีสอร์ต โดยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปวางเอกสารคำแนะนำ เพื่อให้ระบบการคัดกรองเข้มแข็งมากขึ้น ส่วนรถทัวร์ รถไฟ มอบให้เทศบาลแจ้งเพื่อคัดกรองผู้ป่วย พร้อมประกาศแจ้งเตือนทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน และเป้าหมายสำคัญตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่ต้องทำความเข้าใจให้มากขึ้น”

นพ.จตุชัย กล่าวว่า โรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการป้องกันการติดเชื้อแพร่กระจาย มีทั้งโรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 1 คือ จ.ลำพูน ลำปาง และเชียงราย เพื่อป้องกันคนเชียงใหม่ ตัวเราเอง และทุกคน ทั้งหมดจะทำให้ดีที่สุดตามศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่  และอยากฝากให้ประชาชนปฏิบัติตัวป้องกันเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่ ด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสคลุกคลีผู้ป่วย ไอ จาม ล้างมือให้บ่อย กินอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง ใส่หน้ากากอนามัย ทำร่างกายให้แข็งแรง 

หากถามว่ากังวลกับสถานการณ์ของโรคหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ากังวลหากจะมีโอกาสแพร่ระบาด จึงเร่งมาตรการคัดกรองให้มากสุด เพื่อดูแลและนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาให้มากที่สุด เพราะขณะนี้มีการพบผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอและบีมากจากการคัดกรองผู้ป่วย ส่วนในพื้นที่ยังเป็นเพียงการป่วยเป็นกลุ่มเฉพาะยังไม่ถึงขั้นการแพร่กระจาย ขณะนี้ในแง่ของอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ถือว่า เรามีเครื่องเทอร์โมสแกน 1 ตัว ติดตั้งอยู่ที่การท่าอากาศยานเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ที่ใช้คัดกรองอยู่ในระหว่างที่มีการรับปริญญา 1 ตัว และต้องจัดหาเพิ่มเติม รวมทั้งเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใช้ยิงหน้าผาก ที่ต้องระดมจากที่ต่างๆ มาใช้บวกกับข้อมูลและรายละเอียดที่เราต้องซักประวัติ การสังเกตอาการร่วมด้วย สำหรับผู้ป่วยที่เข้าข่ายเราจะติดตาม แต่ขณะนี้ยังไม่มีให้ต้องติดตาม มั่นใจว่าเชียงใหม่จะสามารถรับมือสถานการณ์นี้ได้ หากอยู่ในระดับปัจจุบัน ยกเว้นเกินกำลังจะขอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง รวมทั้งอุปกรณ์ป้องกันตัวแพทย์ที่สำคัญมากในการสู้โรค” นพ.จตุชัย กล่าว

ส่วน นพ.วรเชษฐ์ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวเสริมว่า สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เราต้องการ คือ ชุดป้องกันเพราะกรณีที่พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสืบสวนโรค จะต้องใช้ชุดป้องกัน 60 ชุด ในการเข้าไปตรวจวัดไข้ ซึ่งโรงพยาบาลมีชุดป้องกันอยู่ระดับหนึ่ง ขณะนี้ใช้ไปหลายร้อยชุดแล้ว และล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากหน่วยเหนือและศูนย์ควบคุมโรคที่ 1 แต่ได้มีการร้องขอไปส่วนกลางเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งมีระบบการกระจายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศอยู่ ทั้งการสั่งซื้อเองทำให้ยังพร้อมใช้งานอยู่ โดยจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1.5 แสนบาทต่อผู้ต้องสงสัยหนึ่งราย 

“ล่าสุดได้มีการจัดซื้อเพิ่มเครื่องเทอร์โมสแกน ซึ่งมีมูลค่า 1 ล้านกว่าบาทมาเสริมการทำงานควบคู่กับเครื่องวัดอุณหภูมิที่ใช้ยิงหน้าผาก เพื่อนำไปตรวจสอบในชุมชนและห้างสรรพสินค้า พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อแจ้งให้เจ้าของกิจการรายงานกรณีพบผู้พักเจ็บป่วย แต่ขณะนี้มั่นใจว่ายังรับมือไหวอยู่” 

นพ.วรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน จ.เชียงใหม่ สามารถจัดระบบห้องปฏิบัติการตรวจโรคไวรัสตัวนี้ได้แล้วที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ แต่ทั้งนี้ผลการตรวจจะต้องส่งตรวจเทียบกับโรงพยาบาลที่ส่วนกลางเพื่อยืนยันที่ชัดเจน แต่หากพบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาจริงก็สามารถรักษาตัวจนหายได้ที่ จ.เชียงใหม่

ในขณะที่ นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ รายงานมาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2563 โดยตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น และหลังจากประกาศยกเลิกเที่ยวบินจากเมืองอู่ฮั่น ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ได้ทำการคัดกรองผู้โดยสารจากเมืองกวางโจว ซึ่งมีบินตรงมายังจังหวัดเชียงใหม่สัปดาห์ละ 28 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 3-5 เที่ยวบิน โดยผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองกวางโจว จะต้องผ่านช่องทางที่จัดตรียมไว้ และคัดกรองเบื้องต้นด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน หากพบผู้ป่วยที่มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจซ้ำ ก่อนส่งไปยังห้องแยกโรค และเข้าสู่กระบวนการตรวจรักษาของหน่วยงานด้านสาธารณสุขต่อไป นอกจากนี้ผู้โดยสารชาวจีนทุกคนจะได้รับการแจกการ์ดแนะนำการปฏิบัติตัวกรณีเจ็บป่วยและการสังเกตอาการของตัวเอง ขณะเดียวกันได้เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดร้านค้า และพื้นที่ต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้โดยสาร สวมถุงมือและใส่หน้ากากป้องกันด้วย ทั้งนี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันป้องกันและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงนามในหนังสือด่วนแจ้งถึงนายอำเภอ 25 อำเภอ ให้เฝ้าระวังและเพิ่มมาตรการในการป้องกันผู้ป่วยจากโรคดังกล่าว โดยให้ประสานโรงแรม ที่พัก เกสต์เฮ้าส์ ตรวจสอบการลงทะเบียน เพื่อคัดกรองกรณีผู้พักที่เดินทางผ่านเมืองอู่ฮั่นและเมืองที่อยู่ในข่ายอันตรายจากโรคไวรัส

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน