ข่าวด่วน

‘อนุทิน’ เก็บดอกกัญชาสายพันธุ์ไทยระดับอุตสาหกรรมช่อแรก พร้อมนำร่องปลูกแบบกลางแจ้งเป็นต้นแบบระดับครัวเรือนที่ ม.แม่โจ้

เมื่อเวลา 10.00 น. วัน15 มกราคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ รศ.ดร.วีระพล ทองมา รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศ.ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันเก็บเกี่ยวดอกกัญชาทางการแพทย์สายพันธุ์ไทยช่อดอกแรก พร้อมปลูกกัญชาเพื่อศึกษาวิจัยการปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรมแบบกลางแจ้ง (Outdoor) เป็นต้นแบบใช้ทางการแพทย์ในระดับครัวเรือน ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมการแพทย์องค์การเภสัชกรรมและมหาวิทยาลัยแม่โจ้

นายอนุทิน กล่าวว่า การเก็บเกี่ยวช่อดอกกัญชาทางการแพทย์สายพันธุ์ไทยที่ปลูกระดับอุตสาหกรรมในโรงเรือน (Indoor) แห่งแรกของอาเซียนจำนวน 12,000 ต้น ปลูกเมื่อเดือนกันยายน 2562 ซึ่งได้ทยอยเจริญเติบโตสมบรูณ์เต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว คาดว่าจะได้ช่อดอกกัญชาแห้ง 1,000 กิโลกรัม ซึ่งมีสารสำคัญ THC และ CBD และสารแคนนาบินอยด์อื่นๆ อีกกว่า 400 ชนิด ส่งให้องค์การเภสัชกรรมสกัดเป็นยาสารสกัดกัญชา ให้กรมการแพทย์นำไปศึกษาวิจัยในกลุ่มโรคต่างๆ และใช้ในคลินิกกัญชาในสถานพยาบาลของรัฐ และวันนี้ยังได้เริ่มปลูกกัญชาทางการแพทย์สายพันธุ์ไทยด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรมแบบกลางแจ้ง (Outdoor) ให้เป็นต้นแบบการปลูกกัญชากลางแจ้งเพื่อใช้ทางการแพทย์ระดับครัวเรือน เมื่อกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ได้

“นับเป็นครั้งแรกที่ไทยนำกัญชาสายพันธุ์ไทยมาผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบันแบบเมดิคัลเกรด เป็นการพัฒนาและยกระดับกัญชาสายพันธุ์ไทย ใช้ทรัพยากรภายในประเทศพึ่งพาตนเองและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นผลสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน” นายอนุทิน กล่าว

ส่วน นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ช่อดอกกัญชาแห้งที่ปลูกโดย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะเป็นวัตถุดิบในการผลิตขององค์การเภสัชกรรม ถูกจัดส่งตามแนวทางมาตรฐานการขนส่งที่ดี หรือจีดีพี (GDP -Good Distribution Practice) และมาตรฐานการปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดี หรือจีเอสพี (GSP -Good Security Practice) มีการทวนสอบกลับได้ตั้งแต่ปลายทางจนถึงต้นทาง ทั้งปริมาณ สภาพแวดล้อม การควบคุมอุณหภูมิ ระบบความปลอดภัยระหว่างการขนส่ง มีระบบการบันทึกเพื่อให้มั่นใจว่าตลอดเส้นทางที่ขนส่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาคุณภาพของวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจวิเคราะห์และผลิตต่อไป

ในขณะที่ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ดอกกัญชาแห้งที่เก็บเกี่ยวครั้งนี้จะผลิตเป็นสารสกัดกัญชาแบบหยดใต้ลิ้น มีอัตราส่วน THC ต่อ CBD เป็น 1 ต่อ 1 บรรจุขวดขนาด 5 ซีซี ได้ประมาณ 180,000 ขวด และจะประสานกับกรมการแพทย์เพื่อผลิตในปริมาณสัดส่วนของสารสำคัญตามความต้องการใช้กับผู้ป่วยและการศึกษาวิจัยด้วยกระบวนที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย เพื่อให้ผู้สั่งใช้มีความมั่นใจ

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์จะนำผลิตภัณฑ์กัญชาตามมาตรฐานทางการแพทย์จากองค์การเภสัชกรรมไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยอย่างเหมาะสมตามแนวปฏิบัติทางคลินิกที่ดี หรือจีซีพี (GCP-Good Clinical Practice) รวมถึงการศึกษาวิจัยในผู้ป่วยที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด กล้ามเนื้อหดเกร็งจากโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ภาวะปวดประสาท โรคสมองเสื่อม พาร์กินสัน เป็นต้น รวมทั้งใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง นอกจากนี้ได้วางแผนร่วมกับองค์การเภสัชกรรมและหน่วยงานต่างๆ ในการสกัดให้ได้ผลิตภัณฑ์กัญชาชนิด CBD เด่น เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคลมชักที่รักษายาก และโรคที่จำเป็นต้องใช้ CBD ในการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาโรคอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเกิดประโยชน์สูงสุด มีความปลอดภัย เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีความร่วมมือกับหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข คือ กรมการแพทย์และองค์การเภสัชกรรมในโครงการปลูกและเก็บเกี่ยวกัญชาทางการแพทย์ 12,000 ต้น นระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม โดยได้เริ่มปลูกตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ในโรงเรือนอัจฉริยะ Smart Farming ระบบ IOT ขนาดเนื้อที่ 3,040 ตารางเมตร ปลูกระยะชิด เป็นกัญชาสายพันธุ์อิสระ 01 ซึ่งได้รับเมล็ดพันธุ์จากกรมการแพทย์ ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดและใช้นวัตกรรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จาก IFOAM และ USDA ทั้งวัสดุเพาะและวัสดุปลูกอินทรีย์ การให้น้ำและสารอาหารอินทรีย์ที่มีสารอาหารหลักที่พืชต้องการ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโปรแตสเซียม ( N,P,K ) การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นและแสง รวมทั้งการกำจัดศัตรูพืชโดยแมลงกำจัดศัตรูพืช เช่น ตัวห้ำ ตัวเบียนและมวนพิฆาต ใช้สารจุลินทรีย์กำจัดโรคพืชจากงานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ถึง 13 ชนิด นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคการจัดการความเครียดของพืช เพราะกัญชาเป็นพืชที่มีความไวต่อความเครียด เช่น ขาดน้ำ ขาดอาหารที่จำเป็นและช่วงความยาวแสง จากประมาณการเบื้องต้น กัญชา 12,000 ต้น จะให้ผลผลิตจากต้นเพศเมียเพียง 6,000 ต้น ที่เหลือจะเป็นเพศผู้ซึ่งไม่ให้ผลผลิตดอกกัญชา แต่จากเทคนิคการจัดการความเครียดทำให้ได้ต้นเพศเมียมากถึงเกือบ 7,500 ต้น และเนื่องจากเป็นการปลูกในช่วงฤดูหนาวจึงต้องใช้เทคนิคการควบคุมแสงและอาหารไม่ให้กัญชาออกดอกเร็วในขณะที่ต้นไม่สมบูรณ์เต็มที่ 

ขณะนี้ต้นกัญชามีความสมบูรณ์เต็มที่ ออกดอกประมาณ 8 ช่อต่อ 1 ต้น พร้อมให้เก็บเกี่ยวในวันนี้จำนวนหนึ่ง ซึ่งช่อดอกจะมีความยาวประมาณ 1.20 เมตร ที่เหลือจะทยอยเก็บเกี่ยวจนหมดสิ้นราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 คาดว่าจะได้ผลผลิตดอกกัญชาสดประมาณ 10,000 กิโลกรัมหรือ 10 ตัน จะเป็นกัญชาแห้งประมาณ 1,000 กิโลกรัม ส่งมอบให้กรมการแพทย์และองค์การเภสัชกรรม โดย 400 กิโลกรัม กรมการแพทย์จะส่งให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สกัดสารประกอบตำรับยากัญชาแผนไทย สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี ที่ได้รับผลข้างเคียงและดื้อยาจากการรักษาโดยเคมีบำบัดและรังสีบำบัด ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์การแพทย์แผนไทยร่วมสมัยร่วมรักษาโรคมะเร็ง ตำรับยาที่ใช้จะเป็นชนิดหยอดใต้ลิ้นและเหน็บทวาร ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดล จะทำการศึกษาผลข้างเคียงด้วย ส่วนอีก 600 กิโลกรัมจะส่งมอบให้องค์การเภสัชกรรมนำไปสกัดสาร CBD และ THC เพื่อกระจายไปตามโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรักษาผู้ป่วยเฉพาะโรค เฉพาะทางเฉพาะคนต่อไป

อนึ่งจากนโยบายปลูกกัญชาเสรีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุข และทีมนักวิชาการร่วมกันพิจารณา ศึกษาและพัฒนาระบบการป้องกันควบคุมตรวจสอบ และติดตามพืชเสพติด กัญชาหรือกัญชงที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกโดยถูกต้องตามกฎหมายไม่ให้รั่วไหลออกไปนอกระบบ และป้องกันควบคุมตรวจสอบไม่ให้กัญชาและกัญชงนอกระบบแอบแฝงหรือปลอมปนเข้ามาอยู่ในระบบได้ ทีมงานพิจารณาศึกษาฯ จึงได้นำระบบ RFID ( Radio Frequency Identification )มาใช้ในการป้องกันควบคุมและตรวจสอบพืชเสพติด โดยระบบนี้สามารถเก็บข้อมูลที่เป็นอัตลักษณ์ของต้นกัญชาที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกโดยถูกต้องตามกฎหมายเป็นรายต้น ซึ่งระบบสามารถติดตามตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มเพาะปลูกไปจนถึงการแปรรูป ระบบ RFID ใช้ได้ทั้งภาคอุตสาหกรรมลงไปจนถึงภาคครัวเรือน และเป็นเทคโนโลยีราคาถูก และในอนาคตสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกระทรวงสาธารณสุข จะได้ร่วมกันกำหนดแนวทางในการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลประวัติบุคคล เพื่อนำมาใช้ในการคัดกรอง พิจารณาออกใบอนุญาตให้ผู้สมควรได้รับอนุญาต ให้เข้าถึงกระบวนการปลูก วิจัย สกัด ผลิตได้รวดเร็วขึ้น 

นอกจากนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ยังได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพืชเสพติดให้ปลูกกัญชาสายพันธุ์ต่างประเทศร่วมกับสายพันธุ์ไทยอื่นนอกโรงเรือน Out door ในระบบเกษตรอินทรีย์ระดับอุตสาหกรรม เพื่อทดสอบความสามารถในการอยู่รอดของสายพันธ์กัญชาที่มีสารสำคัญทางการแพทย์ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการปลูกกัญชาสายพันธุ์ไทยที่มีสาร CBD และ THC ในระดับใกล้เคียงกัน ในระบบเกษตรอินทรีย์ ระดับอุตสาหกรรม กัญชาสายพันธุ์อิสระ 01 ที่มีความปลอดภัยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ ำอันจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะรักรักษาผู้ป่วยเฉพาะโรคเฉพาะทางของไทย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน