ข่าวด่วน

ฟ้าใส รับผู้ว่าฯแถลงมาตรการรับมือหมอกควันเชียงใหม่ ย้ำใช้ชุดข้อมูลเดียวกันแจ้งเตือนประชาชน-คณะทำงาน ให้รู้สถานการณ์ฝุ่นเพื่อสามารถบริหารจัดการตัวเองได้ตามสภาวะอากาศ

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 15 มกราคม 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดแถลงข่าวแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ณ ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรายงานข้อมูลสถานการณ์และมาตรการในการรับมือกับปัญหา

นายเจริญฤทธิ์  กล่าวว่า สภาพอากาศค่อนข้างจะไม่ดี ตัวชี้วัดคือเห็นดอยสุเทพไม่ชัด แต่สถานการณ์ก็ได้คลี่คลายลง โดยสถานการณ์ ณ ขณะนี้ เรามีจุดความร้อน หรือ Hot Spot ในจำนวนที่น้อย วานนี้ (14 มกราคม 2562) 42 จุด และน่าจะมากขึ้นในช่วงหลังสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์ ภาพรวม 9 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่เราอยู่ในอันดับ3 ที่พบจุดเผา แต่ในแง่ของพื้นที่เรามากสุด ซึ่งได้เตรียมวางแผนมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา ทั้งแผนตอบโต้อัตโนมัติพร้อมที่จะรับมือ โดยในช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ที่จำเป็นในทุกอำเภอ เพื่อจะให้มีผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อเฝ้าดูได้อย่างครอบคลุม

“ขณะนี้จังหวัดได้ออกประกาศเขตควบคุมการเผาไฟในที่โล่งทุกชนิด โดยกำหนดมาตรการเน้นย้ำห้ามเผาเลย คือ ขยะ ส่วนวัสดุที่เตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร ถ้าจะเผาก็ขอให้แจ้งประสานกับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอในพื้นที่ สำหรับเขตเมืองจะรณรงค์ลดฝุ่น PM2.5 โดยรณรงค์ให้ใช้รถยนต์น้อยลงทุกๆ วันอาทิตย์ ซึ่งเริ่มกันแล้วตั้งวันที่ 12 มกราคมเป็นต้นมา ทางท้องถิ่นไม่ว่าเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม เทศบาลตำบลป่าแดด ฯลฯ จะหมุนเวียนกันมารณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง”

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ท้ายที่สุดหากวิกฤตมันเกิดขึ้น ก็จะสร้างความมีเอกภาพในการแจ้งเตือนประชาชน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกัน สร้างระบบเครือข่ายการแจ้งเตือน โดยทางสาธารณสุขจะมีการแจ้งข้อมูลไปถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ตลอดไปจนถึงการแจ้งไปยังกลไกย่อยที่สุดคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ถึงสถานการณ์ค่าฝุ่นฯ รวมถึงการสร้างพื้นที่เซฟตี้โซน ซึ่งขณะนี้เชียงใหม่มีการดำเนินการจัดทำพื้นที่เซฟตี้โซนร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ผ่านช่องทาง รพ.สต. รวมแล้ว 254 แห่ง รอดำเนินการสร้างอีก 37 แห่งคาดว่าจะเสร็จในเดือนมกราคมนี้

“ล่าสุดเชียงใหม่เป็นจังหวัดนำร่องพัฒนาแอพลิเคชั่น  Air Cmi ที่ สามารถรายงานค่าฝุ่นPm 2.5 ให้ค่าที่เป็นมาตรฐานของ มช. และเสนอไปยังคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ของทำเนียบรัฐบาล เชื่อมโยงระบบกับกรมควบคุมมลพิษ ครอบคลุมรัศมีการตรวจจับของเครื่องมือวัดอากาศของแต่ละพื้นที่ ประชาชนจะสามารถบริหารจัดการตัวเองได้ตามสภาวะอากาศ“ นายเจริญฤทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ในที่ประชุมฝ่ายตำรวจแจ้งว่า สั่งการให้ตำรวจ 3,700 คนไปประจำตามหมู่บ้าน ส่วนตัวแทนสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า ขณะนี้เชียงใหม่มีประชาชนที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง 5 กลุ่มคือ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หอบหืด หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีตัวเลขประมาณ 500,000 คน ซึ่งจะแจกหน้ากากอนามัยชุดแรกให้เฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผ่านทาง รพ.สต.ในแต่ละพื้นที่ก่อน ส่วนหน้ากากชิ้นที่ 2 นั้น จะให้นำหน้ากากชิ้นแรกที่แจกไปเอามาแลกชิ้นที่ 2 ซึ่งจะแจกอีกครั้งในช่วงที่พบว่าค่าฝุ่น Pm2.5 มีค่าเกินกว่า 56 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันนานกว่า 3 วัน ซึ่งสภาพอากาศในวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นมาก หลังจากขมุกขมัวและมีภาวะฝุ่นฟุ้งกระจายต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายวัน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน