ข่าวด่วน

เชียงใหม่ระดมฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น ลดปัญหา ‘หมอกควันไฟป่า’เปิดห้องปลอดฝุ่น-Safety Zone ให้ปชช.กลุ่มเสี่ยง

วันที่ 14 มกราคม 2563 กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 รายงานค่าอากาศเช้าวันนี้ว่า สภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะจังหวัดลำพูน ตาก และพะยา และหนักสุดที่จังหวัดลำปาง และแพร่  เนื่องจากสภาพอากาศมีความแปรปรวนสูง เกิดสภาวะลมสงบ ทำให้มวลอากาศไม่ถ่ายเทต่อเนื่องหลายชั่วโมงในแต่ละวัน ฝุ่นละอองจึงมีแนวโน้มการสะสมตัวเพิ่มขึ้น เมื่อประกอบการเผาเพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิง การลักลอบเผา รวมถึงฝุ่นที่ถูกพัดมากับลมจากนอกพื้นที่ จึงทำให้ปริมาณฝุ่นละอองใน 9 จังหวัดภาคเหนือ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพในหลายจังหวัด 

ทั้งนี้ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม suomi Npp (VIIRS) ในพื้นที่ 9 จังหวัด พบจุดความร้อน จำนวน 158 จุด พบในพื้นที่จังหวัดตาก จำนวน  44 จุด จังหวัดลำปาง จำนวน 40 จุด และจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน  26 จุด โดยส่วนมากเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 87 จุด พื้นที่ป่าสงวน จำนวน 67 จุด จึงขอความร่วมมือให้ทางจังหวัดที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานพิจารณาลดและงดการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชั่วคราว พร้อมระดมกำลังเพื่อลาดตระเวนและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เพื่อควบคุมสถานการณ์และดับไฟก่อนเกิดเการลุกลาม  ตลอดจนขอให้มีการบังคับใช้กฏหมายสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือกระทำความผิด โดยเฉพาะผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีโทษความผิดตามมาตรา 74 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทางด้านจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีข้อสั่งการให้ 25 อำเภอ ยกระดับการดำเนินการตามแผนฯ ระดับกลาง ด้วยสภาพภูมิอากาศในช่วงเช้ามีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า และมีอุณหภูมิที่ผกผันที่ระดับล่างและมีลมอ่อน ทำให้ฝุ่นควันในพื้นที่ยังคงปกคลุมและมีการสะสมอยู่ ส่วนในช่วงกลางวัน ความร้อนจะทำให้อากาศยกตัวได้ดี และลมที่พัดปกคลุม เป็นลมที่พัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ พัดขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทำให้ฝุ่นควันระบายตัวได้เล็กน้อย อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่งแล้ว 2 ราย 

นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า  หลายอำเภอกำลังปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วน โดยการพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ เพื่อลดปัญหาหมอกควันไฟป่า อีกทั้งเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร จนถึงหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนทราบถึงค่าฝุ่นละอองในอากาศ PM2.5 และวิธีการป้องกัน รวมถึงสถานที่จัดห้องปลอดภัยจากฝุ่น (Safety Zone) ในทุกๆ เช้าอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางเข้าไปใช้บริการได้ทันที กรณีที่ค่าฝุ่นละอองในอากาศ (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน และแจ้งให้หน่วยงานร่วมดำเนินการจัดสถานที่ให้พร้อมรับสถานการณ์โดยเร็วที่สุด ซึ่งล่าสุดได้ขอให้ร้านกาแฟติดตั้งเครื่องฟอกอากาศรองรับปัญหาอีกทางหนึ่ง

“ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุชัดเจนและเราต้องยอมรับว่า สาเหตุของการเกิดฝุ่นจิ๋ว PM2.5 มากกว่า 30% มาจากรถยนต์ที่ใช้ดีเซล นอกเหนือจากการเผาและสภาพอากาศที่ผันแปร ซึ่งมาตรการที่จังหวัดเชียงใหม่ออกมาเร่งด่วนในขณะนี้คือ การควบคุมการเผาทุกชนิดในที่โล่งในช่วงวิกฤติ และหากอากาศเปิดก็สามารถขออนุญาตเผาได้ในรายแปลง คือเราต้องหาทางแก้ที่เป็นรูปธรรมเพราะเมืองเชียงใหม่มีสภาพเป็นภูเขาอากาศเย็นเหมาะแก่การท่องเที่ยว แต่เราจะทำอย่างไรให้สามารถควบคู่ไปกับการดำรงชีวิตของประชาชน ด้วยการลดการเผาหรือเผาให้ถูกหลักวิชาการ และสื่อสารให้ประชาชรทราบถึงอันตรายต่อสุขภาพ”

ทั้งนี้ในช่วงนี้สภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่เลวร้ายและส่งผลต่อสุขภาพประชาชน โดยมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กพุ่งขึ้นสูงสู่ติดอันดับ 3 ของโลกแล้ว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน