25ศิลปินดังมอบผลงาน26ชิ้น จัดประมูลภาพช่วย ‘สภาลมหายใจเชียงใหม่’รายได้ทะลุ10ล้าน หนุนแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว หวังคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกคน

เมื่อฝุ่นละอองขนาดเล็กและหมอกควัน กลายเป็นปัญหาให้กับประชาชนในภาคเหนือ และคาดการณ์ว่า ปีนี้สถานการณ์น่าจะยังคงสร้างปัญหาต่อสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยวมากขึ้นกว่าเก่า ด้วยมีแนวโน้มเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2562 ยาวมาจนถึงปีใหม่ 

โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ยอมรับว่า ปีนี้มาเร็วกว่าที่คาดมากนัก มีการตรวจพบจุดความร้อน หรือ Hotspot สูงขึ้นมากถึง 708 จุด ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ในระหว่างวันที่ 1-6 มกราคม 2563 จากอิทธิพลของลมใต้ ทำให้อากาศยกตัวก่อให้เกิดภาวะหมอกควันสะสม ส่งผลต่อเมืองในแอ่งกระทะ

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จึงลงนามออกประกาศควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม – 30 เมษายน 2563 พร้อมสั่งการถึง 25 อำเภอ คุมเข้มด้วยมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด คือ มีทั้งจำและปรับ จากเดิมที่จะห้ามการเผาเพียง 60 วันเท่านั้น เรียกว่าเป็นประกาศที่มาเร็วกว่ากำหนดเดิมไปถึงเท่าตัว   

ในขณะที่ภาคประชาสังคมเองก็มีการเคลื่อนไหวและแสดงพลังครั้งใหญ่ ‘สภาลมหายใจเชียงใหม่’ นำโดยนายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ART Auction for AIR เพื่อระดมทุนแก้ปัญหาฝุ่นละอองในเชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนืออย่างจริงจัง 

ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มศิลปินเพื่อลมหายใจ จำนวน 25 คน คือ อินสนธ์ วงศ์สาม ,ชาติชาย ปุยเปีย ,พรชัย ใจมา ,ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ,อุดมศักดิ์ กฤษณมิษ ,อารยา ราษฎร์จำเริญสุข ,สมลักษณ์ ปันติบุญ ,ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ,อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ,คามิน เลิศชัยประเสริฐ ,ประสงค์ ลือเมือง ,ภัทรกร สิงห์ทอง ,ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ,มิตร ใจอินทร์ ,ต่อลาภ ลาภเจริญสุข ,ลักษณ์ ใหม่สาลี ,ศรีใจ กันทะวัง ,อังกฤษ อัจฉริยโสภณ ,กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย ,อุดม แต้พานิช ,จิรัชยา พริบไหว ,อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ ,บู้ซือ อาจอ ,Myrtille Tibayrenc และ อุบัติสัตย์ ผู้มีใจสูงส่งมอบภาพมาให้ประมูลฟรี 

ผลงานศิลปะ จำนวน 26 ชิ้น ถูกนำมาจัดแสดงและเปิดประมูล เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ณ โครงการ One Nimman เชียงใหม่ โดยมี ติรวัฒน์ สุจริตกุล อดีตที่ปรึกษากองราชเลขาในพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมศิลปินร่วมสมัยมากหน้าหลายตามาร่วมกิจกรรม

หนึ่งในจำนวนภาพที่นำมาแสดง สะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดนใจ คือภาพของ สมลักษณ์ ปันติบุญ ‘ขอให้ข้าวโพดจงเจริญ’ แถมบทเพลงกระแทกใจมาข้างหลังภาพว่า ขอให้ข้าวโพดจงเจริญ คิดทองให้ได้ทอง คิดเงินให้ได้เงิน ขอให้ข้าวโพดจงเจริญ เอา เอาเข้าไปๆๆๆ แสดงออกถึงชีวิตในวัยเด็ก การเผาป่า ต้นตอของปัญหา ฝุ่นควันที่ปลิวว่อนในอากาศ 

บรรยากาศการประมูลเดินหน้าไปด้วยความคึกคัก ผู้ร่วมประมูลมีทั้งเดินทางมาด้วยตนเอง อาทิ ประไพ ปราสาททองโอสภ ผู้ร่วมก่อตั้งสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่ยกป้ายประมูลภาพกลับบ้านไปได้ 5 ภาพ รวมมูลค่า 935,000 บาท แบบสบายๆ ซึ่งประไพ กล่าวว่า มาร่วมงานนี้แบบ งง งง เพราะถูกชวนมา งานสนุกและบ้ามาก แต่เป็นการบ้าที่ได้ดี เพราะโลกใบนี้เป็นของเรา นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้น ขอบคุณสวรรค์ที่จะดูแลและทำให้มีลมหายใจ ทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป

ส่วนผู้ประมูลรายใหญ่ก็ส่งตัวแทนและโทรศัพท์เข้ามาร่วมประมูลแข่งในราคาสูสีชนิดไม่มีใครยอมใคร โดยภาพที่มีราคาสูงสุด 600,000 บาท คือภาพ ‘ปาฏิหารย์’ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินชื่อดังเจ้าของความคิดการจัดประมูลภาพศิลป์ครั้งนี้ ซึ่งรายได้จากการประมูลจบลงที่ตัวเลข 4,786,000 บาท ตามมาด้วยปาฏิหารย์ จากการบริจาคสมทบของ นิพนธ์ พร้อมพันธ์ 5 ล้านบาท และ อตินุช ตันติวิท 214,000 บาท เป็นยอดรวม 10 ล้านบาท ที่น่าปลาบปลื้มใจ

คามิน ตัวแทนกลุ่มศิลปินเพื่อลมหายใจ กล่าวว่า เป้าหมายของกิจกรรม คือต้องการนำเงินทุกบาทที่ได้จากการประมูล มอบให้กับสภาลมหายใจเชียงใหม่ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาฝุ่น เคลื่อนไหว ผลักดัน ให้เกิดการแก้ไขปัญหา ทั้งระยะเฉพาะหน้า ระยะกลาง และระยะยาว ขณะเดียวกันในมุมของนักศิลปะ ก็ถือเป็นการแสดงพลังและจุดยืน ในการมีส่วนร่วมต่อการแก้ปัญหาฝุ่นควันในอากาศ หรือ PM 2.5 ที่เรื้อรังมากว่า 10 ปี ศิลปินที่มอบภาพมาให้ไม่มีคำถามแต่ยินดีช่วยเหลือ เป็นการเสียสละ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความตระหนักและเดินหน้ากระตุ้นจิตสำนึกผู้คนในสังคม รายได้วันนี้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้มาก ขอบคุณจริงๆ

“ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่จะถึงนี้ ทางกลุ่มยังมีแผนจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาฝุ่นควัน โดยจะเชิญนักวิชาการ และผู้ที่มีความรู้มาบรรยายให้ทราบถึงสาเหตุและการแก้ปัญหา ขณะที่ช่วงเดือนเมษายน 2563 มีแผนเชิญศิลปินที่สร้างสรรค์ผลเกี่ยวกับเรื่องสภาพอากาศ มาร่วมแสดงงานศิลปะ ที่หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ โดยจะเลือกผลงานที่สอดคล้องกับปัญหาฝุ่นควันมาจัดแสดง เพื่อสื่อสาร กระตุ้น และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจปัญหานี้”

คามิน บอกว่า ตนเองเขียนภาพ ‘ปาฏิหารย์’ เพราะต้องการบอกถึงความเป็นปัจจุบันขณะ ในระหว่างนั่งสมาธิทุกเช้า และเห็นว่าทุกขณะคือปาฏิหารย์ คือวันธรรมดาที่ไม่ได้ป่วยไข้ หรือแม้ว่าจะต้องถูกปาระเบิดเข้าใส่แบบปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะยอมรับ

ในขณะที่ ชัชวาลย์ บอกว่า ทุกภาคส่วนต้องยอมรับว่าตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ‘ปัญหาฝุ่นควันแก้ไม่ได้’ เมื่อเกิดขึ้นจากทุกคน สร้างผลกระทบกับทุกคน เราทุกคนจึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วม ที่ไม่ใช่รอให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแก้ปัญหา การสื่อสารผ่านงานศิลปะเป็นอีกทางหนึ่ง ในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจ ทางสภาลมหายใจเชียงใหม่ จะนำทุนที่ได้รับไปวางแผนร่วมกับชาวบ้านในชนบทและบนดอย เพื่อลดฝุ่นควันทั้งระบบแบบบูรณการ ทั้งดูแลป่า ทำแนวกันไฟ ดับไฟ ตลอดถึงทำกิจกรรมเพื่อลดฝุ่นควัน ส่วนในเมือง จะมีการรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ส่งเสริมการปั่นจักรยาน จัดกิจกรรม Car Free Day ทุกเดือน หรือทุกสัปดาห์ ขณะที่ระดับนโยบาย จะร่วมผลักดันให้การพูดคุย ทั้งในระดับภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันร่วมกัน

เพราะภาคเหนือมีลักษณะภูมิประเทศเฉพาะ มีสภาพแอ่งกระทะ กลุ่มชาติพันธุ์กว่า 20 กลุ่ม เราต้องเลิกทะเลาะและโทษกันไปมา แต่หันมาใช้ปัญญาสร้างสรรค์ ดึงภูมิปัญญาในการรักษาป่าต้นน้ำ จากป่าที่หลากหลาย ความเป็นเมืองที่เติบโตมากขึ้น การเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน เมื่ออากาศของโลกเปลี่ยนแปลงจากความกดอากาศสูง ก็เหมือนฝาชีครอบลงมาในแอ่งกระทะของเชียงใหม่และลำพูน ปีที่แล้วเชียงใหม่ขึ้นสู่อันดับที่ 1 ของอากาศที่แย่ที่สุดในโลก เราจึงวางเฉยไม่ได้

“ซึ้งใจมาก และขอบคุณกลุ่มศิลปินเพื่อลมหายใจทุกท่าน ที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอากาศสะอาดร่วมกัน และแนวทางแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ ไม่มีคนหรือหน่วยงานไหน ทำเพียงลำพังได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งทางกฎหมาย และทางสังคม ซึ่งสภาลมหายใจเชียงใหม่ เชื่อมั่นมาตลอดว่า ปัญหานี้จะแก้ได้ เราทุกคนจะต้องช่วยกัน เพื่อลมหายใจของเราเอง ใครเริ่มหรือทำอะไรได้ก็ทำ เพราะทุกคนมีลมหายใจเดียวกัน”

ส่วนจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ คงต้องติดตามตอนต่อไป

จินตนา กิจมี เรื่อง / ขวัญดาว จิตรพนา ภาพ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน