‘ประภัตร’ ขึ้นเหนือ ย้ำเกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปรัง แนะปลูกผักอินทรีย์สร้างรายได้ทดแทน

วันที่ 12 มกราคม 2563 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะติดตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ภัยแล้งจังหวัดเชียงใหม่ ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยมีนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ นายอำเภอแม่แตง และนายสุดชาย พรหมมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 1 นำคณะผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม 

นายประภัตร กล่าวว่า จากการรายงานสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนในจังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี มีการจัดทำแผนการจัดสรรน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรอง พร้อมทั้งวางแผนการเพาะปลูกไว้อย่างเป็นระบบ ตลอดจนทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรและประชาชนในการใช้น้ำ และแจ้งเตือนขอความร่วมมือเกษตรกรงดการปลูกข้าวนาปรัง และให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนในช่วงวิกฤตภัยแล้งนี้ 

“ตนเองอยากให้ส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านมีรายได้ในช่วง 4 เดือนนี้เพิ่มเติมด้วย เพราะเป็นห่วงว่าระยะเวลาตั้งแต่กุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2563 ชาวบ้าน เกษตรกร และประชาชนจะประสบกับภัยแล้ง จึงขอให้กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมชลประทาน บูรณาการร่วมกัน และสั่งการให้กรมปศุสัตว์ นำพันธุ์สัตว์น้ำเช่น กุ้ง ปลา ปล่อยในแหล่งน้ำหน้าฝาย ประตูระบายน้ำต่างๆ ทั้ง 12 แห่ง หน้าเขื่อน หรือตามแหล่งน้ำแก้มลิงต่างๆ ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ สามารถจับสัตว์น้ำไปบริโภค หรือจำหน่ายสร้างรายได้ นอกจากนี้ขอให้เกษตรจังหวัดสำรวจและส่งเสริมการปลูกพืชผักให้เป็นพืชอินทรีย์ และต้องมีตลาดรองรับ และประสานกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในการติดตั้งบ่อบาดาลแบบโซลาเซลล์ เพื่อให้ทุกอำเภอได้มีน้ำบาดาลไว้ใช้เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรอง” นายประภัตร กล่าว

อย่างไรก็ตามสำหรับเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีมติปล่อยน้ำให้เกษตรกร จำนวน 70 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณกักเก็บ 105 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจะเริ่มส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม-1 กรกฏคม 2563 พร้อมมีมติงดปลูกข้าวนาปรัง และสถานการณ์น่าจะดีกว่าปี 2559 ที่เคยเกิดภาวะวิกฤติ ในขณะที่ภาพรวมทั้งจังหวัดคาดการณ์ว่าปีนี้พื้นที่ที่จะมีโอกาสเกิดความแห้งแล้งในพื้นที่การเกษตร จำนวน 21 อำเภอ 162 ตำบล เกษตรกร 39,717 ราย รวมพื้นที่กว่า 221,844 ไร่ ปศุสัตว์ จำนวน 10 อำเภอ 38 ตำบล เกษตรกร 20,599 ราย มีปศุสัตว์ที่จะได้รับผลกระทบ 923,381 ตัว ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ตั้งทีมเฉพาะกิจ 4 ชุด พร้อมออกให้ความช่วยเหลือ และสำรองพืชอาหารสัตว์และยารักษาโรคสำรองไว้เพื่อดูแลแล้ว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน