ผู้แทน JICA ญี่ปุ่น นำคณะสานต่อความร่วมมือที่เชียงใหม่ ‘FYAA’ พาดูงาน อ.ส.ค. เล็งต่อยอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้การผลิตนมไทย-ฮอกไกโด หนุนอาชีพพระราชทานในหลวงรัชกาลที่9

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 มกราคม 2563 น.ส.ซะชิโกะ อิชิกาวะ ที่ปรึกษาอาวุโส Japan International Cooperation Agency หรือ JICA องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น ในฐานะหัวหน้าคณะ โครงการเรียนรู้และติดตามผู้นำสมาคมเยาวชนมิตรภาพในประเทศไทย นำคณะจากโตเกียวและฮอกไกโด เข้าพบ รศ.โรม จิรานุกรม รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และนักศึกษาเก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) รศ.ดร.ธันยวัฒน์ รัตนสัค คณบดี คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มช. พร้อมทีมบริหาร โดยมีศิษย์เก่า JICA ในภาคเหนือเข้าร่วมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านวิชาการ การศึกษา การเกษตร และการท่องเที่ยว ณ ห้องประชุม ชั้น 2 คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รศ.โรม กล่าวเสริมว่า JICA เป็นองค์กรของญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญต่อความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะไทยที่มีความร่วมมือกันมาหลาย 10 ปี และสร้างความผูกพันที่ยั่งยืน มีชาวเชียงใหม่ได้รับทุนจาก JICA เป็นจำนวนมาก ไปเรียนและกลับมาได้นำความรู้มากมายมาสอนและใช้ประโยชน์กับสังคมเชียงใหม่และประเทศชาติโดยรวม เดิม JICA เป็นผู้ให้ทุน แต่วันนี้เริ่มมีการมองในมิติของการเรียนรู้ร่วมกัน เพราะมีประเด็นปัญหาที่ท้าทายคล้ายๆ กัน เช่น สังคมผู้สูงวัย ซึ่ง มช.ก็มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาหรือรับมือกับปัญหานี้ เพื่อให้สังคมผู้สูงวัยเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยสรรพสิ่งที่เอื้อให้ผู้สูงวัยอยู่ในสังคมอย่างผาสุข ซึ่งเราเรียนรู้มาจากญี่ปุ่นและสามารถมาร่วมมือกันได้ ที่ผ่านมา มช.ตระหนักถึงปัญหานี้และได้ก่อตั้งศูนย์เวชศาสตร์พื้นฟูผู้สูงอายุ เพื่อรองรับและแก้ไขปัญหา และกำลังมีศูนย์พุทธิพลังขึ้นมาดูแลผู้สูงวัยในด้านต่างๆ เป็นโอกาสที่ทั้ง มช. และญี่ปุ่นจะได้มาหารือและร่วมมือกัน ทั้งบุคลากร บริษัทต่างๆ ไปศึกษาดูงาน เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีชาวญี่ปุ่นมาพักอาศัยไม่ต่ำกว่า 3,000 คน ซึ่งเชื่อว่า JICA น่าจะร่วมมือกับเราได้ในแง่ของประเด็นที่ท้าทายนี้

“ผมเองก็เป็นศิษย์เก่าของญี่ปุ่นในการเดินทางไปทำการวิจัยที่โตเกียว และได้รับทุนไปดูงานมากมาย และได้กลับมาก่อตั้งศูนย์ญี่ปุ่นศึกษาที่คณะมนุษยศาสตร์ มช. ซึ่งเจ้าชายอากิชิโนะ มหามกุฎราชกุมาร เสด็จมาที่ศูนย์ดังกล่าวด้วยพระองค์เอง ถือเป็นเรื่องที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน เป็นฐานที่ดีในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น รวมทั้งเมืองหลายเมืองกับเชียงใหม่และประเทศไทย โดยเฉพาะฮอกไกโดนั้นเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับเชียงใหม่ เป็นรัฐทางตอนเหนือซึ่งค่อนข้างหนาว มีความลักษณะคล้ายๆ กัน มีนักศึกษาเก่าจากมหาวิทยาลัยฮอกไกโดกลับมาทำงานใน มช. ตรงนี้น่าจะเป็นฐานสำคัญในด้านวิชาการ การเรียนรู้ทางด้านการพัฒนาเมือง การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวของฮอกไกโดที่คนไทยนิยมไป ตรงนี้น่าจะพัฒนาในเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างเชียงใหม่-ฮอกไกโด ฮอกไกโด-ไทยได้เป็นอย่างดี

น.ส.ซะชิโกะ กล่าวว่า ประเทศไทยและญี่ปุ่น รวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่มีความร่วมมือและสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ที่ผ่านมาเป็นความร่วมมือระหว่างพี่กับน้อง แต่จากนี้ไปญี่ปุ่นต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ในแง่ของความร่วมมือที่เท่าเทียมกันเพื่อแลกเปลี่ยนในยามที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันก็จะหาทางช่วยเหลือและแก้ปัญหาไปด้วยกัน ส่วนในแง่ของการท่องเที่ยวระหว่างฮอกไกโดกับเชียงใหม่นั้น โดยส่วนตัวมองว่า น่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนกันทั้งไทยและญี่ปุ่น รวมทั้งเชียงใหม่ เพระาแต่ละประเทศก็มีจุดแข็งของตัวเองก็น่าจะแลกเปลี่ยนกันได้ โดยอาจจะไม่มองแค่รายได้อย่างเดียว แต่มองให้เรื่องของมูลค่าเพิ่มทางด้านการท่องเที่ยว เช่น ลงลึกไปที่อีโคทัวริสซึ่มหรือการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น ก็จะทำให้เกิดความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนกันได้

ในขณะที่นายธนาพิพัฒน์ ธำรงสุธัญยุทธ์ นายกสมาคมเยาวชนมิตรภาพสำหรับศตวรรษที่ 21 ประเทศไทย หรือ FYAA กล่าวว่า นอกจากมาติดตามโครงการที่เคยร่วมมือกันเพื่อพัฒนาต่อให้เกิดความเหมาะสมในอนาคตแล้ว ยังมี ศิษย์เก่าเยาวชนมิตรภาพที่เคยไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น คือ นายธนพิพัฒน์ ธำรงสุธัญยุทธ์ ที่ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการ cg&csr องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ได้มีการประสานความร่วมมือเบื้องต้น หวังต่อยอดไปถึงการพัฒนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้คุณภาพและการผลิตนมไทยกับ นมฮอกไกโด

ในวันที่ 11 มกราคม 2563 ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. มอบหมายให้นายณรงค์ ฝั้นถาวร หัวหน้ากองโรงงาน ให้การต้อนรับนายธนพิพัฒน์ ธำรงสุธัญยุทธ์ อนุกรรมการ CG/CSR อ.ส.ค. พร้อมด้วยคณะศึกษาดูงานจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JICA) ศูนย์ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เยี่ยมชมฟาร์มโคนมของเกษตรกรภาคเหนือตอนบน ที่ ไร่ปริญญาฟาร์ม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นม ณ สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคเหนือตอนบน ห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่

“การมาครั้งนี้เราจึงนำทีม JICA ไปดูงานการผลิตนมของไทย-เดนมาร์ค ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ถือเป็นนมพระราชทาน โดยนมยูเอชทีกล่องแรกมาจากที่นี่ เพราะนมไทย-เดนมาร์กดีที่สุดอยู่ที่ภาคเหนือ ถือโอกาสสานต่อโครงการของพระองค์ท่านให้เกิดความยั่งยืนสืบไปนายธนาพิพัฒน์กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน