ข่าวด่วน

ชุดพยัคฆ์ไพรลุยแก้ปัญหารุกป่า ‘ดอยม่อนแจ่ม’สร้างรีสอร์ต ขีดเส้นชาวบ้านห้ามรุกป่า-สร้างบ้านพักเพิ่มเติม พร้อมคัดกรองนายทุนนอกพื้นที่เข้ามาสวมสิทธิ์ชาวบ้าน

วันที่ 28 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ พร้อมคณะทำงานจัดระเบียบการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่  เข้าตรวจสอบรีสอร์ต 2 แห่ง ในแหล่งท่องเที่ยวดอยม่อนแจ่ม ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ คือ ม่อนม่วนรีสอร์ต และม่อนจ๊อ หลังตรวจสอบพบมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการไปแล้ว 4 ราย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่เตรียมนำประกาศสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ติดตามแหล่งท่องเที่ยวบนดอยม่อนแจ่ม และหน้ารีสอร์ตทั้ง 6  แห่ง ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกแผ้วถาง และครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม  

โดยข้อความในประกาศดังกล่าว สั่งให้ยุติการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ต ร้านกาแฟขนาดใหญ่ หรือสถานบริการนักท่องเที่ยวภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม ในตำบลแม่แรม และตำบลโป่งแยง หากผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีผลตั้งแต่วันที่ 27ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป สำหรับเจ้าของรีสอร์ต 4 รายที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้  สามารถแสดงหลักฐานการครอบครอง หรือโต้แย้งคำสั่งภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนด หรือไม่มีหลักฐานเพียงพอ เจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนรีสอร์ตทันที 

และช่วงเช้าวันเดียวกัน นายชีวภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้  หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ได้เรียกชาวบ้านที่เป็นผู้ประกอบการม่อนต่างๆ จำนวน 53 ราย ที่อยู่ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรม่อนแจ่มมาชี้แจงทำความเข้าใจ และเจรจาตกลงเรื่องการจัดระเบียบไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่า และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม โดยจะมีการคัดกรองนายทุนนอกพื้นที่ออกจากกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับการผ่อนผันให้เข้าทำกินและใช้ประโยชน์ในที่ดินที่รัฐจัดสรรให้ โดยจะยึดตามข้อมูลที่มีการสำรวจไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ คือ ภาพถ่ายดาวเทียม

นายชีวภาพ กล่าวว่า  ปัจจุบันพื้นที่ที่มีปัญหาบุกรุกป่า มีอยู่ราว 220 ไร่ ประมาณ 50 ราย จากทั้งหมด 500 แปลง สำหรับพื้นที่บนดอยม่อนแจ่มอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม  แต่เมื่อปี 2541 โครงการหลวงได้ขออนุญาตจากกรมป่าไม้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ 18,000 ไร่ โดยจัดสรรให้ชาวบ้านทำกินตามมติ ครม. 30 มิถุนายน 2541 จำนวนทั้งหมด  2,800 ไร่  และแบ่งจัดสรรให้เป็นที่ทำกิน 900 แปลง มีชาวบ้านเข้าใช้ประโยชน์เพื่อทำกินประมาณ  500 ราย 

นายวิชิต เมธาอนันต์กุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรม่อนแจ่ม กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สุดที่เคยมีมา เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐมารับฟังความคิดเห็นและเหตุผลของชาวบ้าน แต่ผลสรุปจะเป็นอย่างไรต่อไป ชาวบ้านก็ต้องช่วยกันดูว่าจะทำได้จริงหรือไม่ตามข้อตกลงและเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด

“สำหรับชาวบ้านที่อยู่ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ มีทั้งหมด 53 ราย  ส่วนใหญ่จะซ่อมแซมและต่อเติมสิ่งปลูกสร้างที่ทรุดโทรมเท่านั้น ไม่ได้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ หรือรุกป่าเพิ่มเติมแต่อย่างใด  เพราะวิสาหกิจชุมชนฯ มีกฏระเบียบอยู่แล้ว แต่ยอมรับว่า วิสาหกิจชุมชนฯ ไม่สามารถควบคุมชาวบ้านได้ทั้งหมด แต่หากภาครัฐเข้ามาก็น่าจะควบคุมได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันขอยืนยันว่า ชาวบ้านไม่ได้บุกรุกป่า 2,800 ไร่อย่างแน่นอน  เพราะมีพื้นที่ที่ถูกแบ่งมาทำการท่องเที่ยวเพียง 500 ไร่เท่านั้น” นายวิชิต กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน