ข่าวด่วน

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เปิดโครงการ ‘พาน้ำพริกกลับบ้าน’ ผู้โดยสารโอดเสียดายแต่ต้องปฏิบัติตามกฎ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม 2562 ที่บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ชั้นสองอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการ ‘พาน้ำพริกกลับบ้าน’ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ผู้โดยสาร ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2563 โดยมอบบรรจุภัณฑ์มาตรฐานความจุ 100 มิลลิลิตร จำนวน 2,000 กล่อง ติดฉลากบอกแหล่งที่มาและปริมาตรความจุที่ชัดเจน เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้โดยสารใช้ใส่อาหารเหลว โดยเฉพาะน้ำพริกหนุ่ม เพื่อให้สามารถนำขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยานได้ ซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่ต้ังจุดคัดกรองเบื้องต้นก่อนผ่านกระบวนการตรวจ X ray บริเวณหน้าประตูทางเข้าห้องผู้โดยสารขาออก เพื่อให้ตรวจสอบของเหลว เจล สเปรย์ ที่อยู่ในสัมภาระติดตัว ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” คือ ของเหลวในสัมภาระติดตัวต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร จำนวนสูงสุด 1,000 มิลลิลิตร

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า หลังจากที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่กำกับดูแลด้านการบินของไทย ได้ยกเลิกประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ  เรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันขึ้นในห้องโดยสารอากาศยาน ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 และออกประกาศ “หลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” ฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ทำให้อาหารพื้นเมืองของภาคเหนือหลายอย่าง โดยเฉพาะอาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกลับไปเป็นของฝาก เช่น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง และแกงฮังเล ถูกจัดเข้าข่ายตามประกาศของ กพท.

“ตั้งแต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ทำให้มีการทิ้งน้ำพริกที่ผู้โดยสารไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้เฉลี่ยวันละประมาณ 150 ชิ้น ดังนั้นหากผู้โดยสารต้องการนำไปกับอากาศยานต้องอยู่ในรูปแบบสัมภาระลงทะเบียน (โหลดใต้ท้องเครื่อง) หรือหากต้องการนำติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยาน จะต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์มาตรฐานที่ปิดสนิท มีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์ แหล่งที่มา ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์อย่างชัดเจน ส่วนอาหารพื้นเมืองอื่นๆ เช่น แคบหมู ไส้อั่ว สามารถนำเข้าเขตหวงห้าม และขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานได้ แต่ต้องปิดบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นรบกวนภายในห้องโดยสารอากาศยาน ซึ่งเรากำลังรณรงค์ให้ผู้ประกอบการร้านค้าและโรงงานปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ตรงตามมาตรฐานแล้ว”

นายอมรรักษ์  กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคมจะมีความหนาแน่นของผู้โดยสารเฉลี่ย 36,000 คนต่อวัน จึงขอฝากเตือนผู้โดยสารให้เผื่อเวลาสำหรับการเดินทางล่วงหน้าประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เพื่อที่จะได้ไม่พลาดการเดินทาง ส่วนการจราจรที่ค่อนข้างติดขัดได้ประสานเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในการเร่งระบายรถเพื่อเปิดเส้นทางด้านหน้าท่าอากาศยานให้มีความคล่องตัวมากขึ้นแล้วเช่นกัน” นายอมรรักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ในส่วนของผู้โดยสารหญิงหลายรายที่ต้องขอใช้บริการบรรจุภัณฑ์ในการนำน้ำพริกหนุ่มกลับบ้านบอกว่า เสียดายแต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎ และอยากให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อความสะดวกในการนำของฝากกลับบ้าน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน