ข่าวด่วน

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมรับ7วันระวังอันตราย ‘เทศกาลปีใหม่’2563 วอนบริจาคโลหิตช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน

วันที่ 26 ธันวาคม 2562 ที่ห้องประชุมชั้น 15 อาคารสุจิณโณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เป็นประธานการแถลงข่าวสื่อมวลชน ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2562 โดยมี รศ.นพ.ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ผศ.นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน รองคณบดี และ รศ.ดร.พญ.ศิริอนงค์ นามวงศ์พรหม ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ร่วมแถลงภาพรวมการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี คณะแพทยศาสตร์ มช. , ความคืบหน้าโครงการ Save Sujinno , โรงพยาบาลสงฆ์แห่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ , ศูนย์ MTEC , ศูนย์ Customer Service Center (CSC) , Suandok Hospital Line , 7 วันระวังอันตราย ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ,ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและศรีษะฯ และ ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ (MedCHIC) เป้าหมายเพื่อการดูแลประชาชนที่เข้าใช้บริการอยางครอบคลุมและทั่วถึง

และสำหรับช่วง 7 วันระวังอันตราย ในเทศกาลปีใหม่นั้น ผศ.นพ.นเรนทร์ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการศูนย์ตติยภูมิอุบัติเหตุ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคเหนือ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ดังนั้นหน่วยงานหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่จึงต้องมีมาตรการในการรณรงค์เป็นประจำทุกปี เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมนี้ และที่ผ่านมาประเทศไทยติดอันดับความสูญเสีย 1-3 ของโลกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่อุบัติเหตุแก้ได้ด้วยการป้องกัน คือ 3 ม สวมหมวกนิรภัย ระวังการขับขี่มอเตอร์ไซด์ ไม่ดื่มสุราจนเมา และเพิ่มการไม่เล่นมือถือ 2 ข คาดเข็มขัดนิรภัย มีใบขับขี่  1 ร ไม่ขับรถเร็ว และ 1 ง ง่วงไม่ขับ และต้องมีสติ 

ซึ่งทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้เตรียมความพร้อมในหลายด้าน ได้แก่ ด้านสถานที่ ซึ่งห้องฉุกเฉินของรพ.เองได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง มาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ใหม่ที่ทันสมัยที่สุด 1 เครื่อง ที่บริเวณด้านหลังของห้องฉุกเฉิน ทำให้สามารถให้บริการพร้อม ๆ กันได้ 2 เครื่อง เพื่อให้บริการในกรณีฉุกเฉิน ด้านอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ได้เพิ่มเครื่องอัลตร้าซาวน์เพื่อให้บริการในห้องฉุกเฉินอีก 2 เครื่อง รวมเป็น 4 เครื่อง รวมถึงเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจประจำที่ห้องฉุกเฉินจำนวน 7 เครื่อง เครื่องปั๊มหัวใจอัตโนมัติ 1 เครื่อง ส่วนเครื่องมือทันสมัยอื่นๆ เช่น เครื่องช่วยหายใจ จำนวน 6 เครื่อง เครื่องวิเคราะห์ก๊าซในเลือด เครื่องเอ็กซเรย์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆที่ใช้สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน  

ด้านบุคลากร ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทางโรงพยาบาลได้เพิ่มอัตรากำลังที่ห้องฉุกเฉิน ทั้งแพทย์และพยาบาล เพื่อรองรับการให้บริการที่จะเพิ่มมากกว่าปกติรวมถึงได้เพิ่มอัตรากำลังของห้องผ่าตัด เพื่อรองรับการผ่าตัดฉุกเฉิน ในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้สามารถเปิดห้องผ่าตัดฉุกเฉินได้พร้อม ๆ กันถึง 4  ห้อง จัดอาจารย์ศัลยแพทย์ และอาจารย์สาขาเวชศาสตร์ฉุกฉิน ประจำที่ห้องฉุกฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปฏิบัติงานร่วมกับแพทย์ของโรงพยาบาล ในการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยฉุกเฉิน จัดแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉิน และดูแลผู้ป่วยวิกฤติในโรงพยาบาล จะได้รับการฝึกอบรมและทบทวนหลักสูตรการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง หลักสูตรการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บชั้นสูง หลักสูตรการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ ในมาตรฐาน เดียวกับ แพทย์ในระดับสากล ส่วนพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ในห้องฉุกเฉิน ได้ผ่านการอบรมพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อการดูแลผู้ป่วยที่บาดเจ็บและเจ็บป่วยฉุกเฉินโดยเฉพาะ มาประจำที่ห้องฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง

ทีมเคลื่อนที่เร็วเพื่อดูแลผู้บาดเจ็บนอกโรงพยาบาล (Emergency Medical Service) จัดทีมเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งประกอบไปด้วย พยาบาลและแพทย์ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในพื้นที่เกิดเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะให้บริการในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายจากศูนย์กู้ชีพเวียงพิงค์ จุดเด่นของทีมดังกล่าวคือ กรณีที่มีผู้ป่วยที่อาการวิกฤติ โรงพยาบาลจะจัดแพทย์ออกร่วมปฏิบัติการกับรถพยาบาลด้วย

ด้านการส่งต่อผู้ป่วย เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือเป็นพื้นที่ภูเขาสูง มีความยากลำบากในการเดินทางจากพื้นที่ห่างไกล เพื่อมารับการรักษาที่ รพ มหาราชนครเชียงใหม่ และ โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่ และสพฉ. ได้จัดอบรม การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ จัดทำแนวทางการประสานงานเพื่อการส่งต่อทางอากาศ และจัดตั้งทีมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ “Sky Doctor” ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้เพื่อลดระยะเวลาในนำส่งผู้ป่วยที่อาการหนัก และวิกฤติ จากโรงพยาบาลต้นทางมายังโรงพยาบาลตติยภูมิอย่าง โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หรือ โรงพยาบาลนครพิงค์  โดยการใช้อากาศยานทางทหาร อากาศยานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอากาศยานจากสายการบินพาณิชย์

นอกจากนี้โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และโรงพยาบาลนครพิงค์ ยังได้สร้างเครือข่ายการรักษาผู้บาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะขึ้น เพื่อให้การส่งต่อผู้บาดเจ็บที่ศีรษะมีความรวดเร็ว และถึงมือผู้เชี่ยวชาญได้เร็วขึ้น รวมถึงได้จัดอบรม แพทย์และพยาบาลที่อยู่ในเครือข่าย ทุกอำเภอให้มีความเข้าใจในมาตรฐานและระบบการส่งต่อผู้บาดเจ็บ ให้เกิดความคล่องตัวในการส่งต่ออย่างแท้จริง

ด้านการรองรับกรณีอุบัติเหตุกลุ่มชน และสาธารณภัย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาเป็นหมู่คณะ อาจเกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์ โรงพยาบาลมหาราชได้เตรียมการเป็น โดยการซักซ้อม ทำความเข้าใจภายใน เกี่ยวกับการบริหารจัดการเป็นประจำทุกปีในการรองรับอุบัติเหตุกลุ่มชน ที่อาจเกิดขึ้น และจำเป็นต้องระดมสรรพกำลังเพื่อรองรับเหตุบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุที่เป็นกรณีพิเศษ เช่นอุบัติภัยสารเคมี เป็นต้น ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นแกนนำในการปรับปรุงแผนอุบัติเหตุกลุ่มชน และร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ในการนำระบบการบัญชาการเหตุการณ์ในสาธารณภัยนำมาใช้ในจังหวัดเชียงใหม่ ประสานงานภายในทีมหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน กรณีเกิดเหตุสาธารณภัยขนาดใหญ่ และได้ร่วมซ้อมแผนสาธารณภัยขนาดใหญ่กับ ปพ. และการท่าอากาศยาน เพื่อซ้อมแผนสาธารณภัยของจังหวัด

ด้านคลังเลือด  ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ความต้องการในการใช้เลือดของโรงพยาบาลมหาราชจะมีปริมาณสูงกว่าปกติทั่วไป  และมักจะมีปัญหาการขาดโลหิตในธนาคารเลือด ทั้งนี้เพราะจำนวนผู้บริจาคโลหิต ในช่วงปีใหม่จะต่ำกว่าเดือนอื่นๆ  งานธนาคารเลือดของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จึงได้ประชาสัมพันธ์เพื่อให้มีผู้ที่บริจาคโลหิตมากขึ้น  อย่างไรก็ดี ยังคงมีความขาดแคลนของโลหิต และผลิตภัณฑ์จากโลหิตในช่วงเวลาดังกล่าว จึงใคร่ขอเชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือชีวิตผู้บาดเจ็บ มาบริจาคโลหิตที่งานธนาคารเลือด ชั้น 1 อาคารศรีพัฒน์ ได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ในช่วงเวลา 8:30-16:00 หรือสามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 053-935624

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน