ป่าไม้ลุยตรวจรีสอร์ตม่อนแจ่ม รุกป่าสงวนฯแม่ริม3ราย หลังอธิบดีกรมป่าไม้ นั่ง ฮ.ตรวจป่า อึ้งพบรีสอร์ตผุดเต็มดอย

ความคืบหน้าหลังอธิบดีกรมป่าไม้ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจพื้นที่ป่าม่อนแจ่ม อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 13,500 ไร่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา พบการบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นวงกว้าง ส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงเป็นบ้านพักและรีสอร์ต และมีการบุกรุกป่าพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ไร่ กระทั่งได้มีคำสั่งให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) เร่งแก้ปัญหา และจากการตรวจสอบพบผู้ที่เข้ามาบุกรุก ดำเนินการรายใหม่เพิ่มอีก 8 ราย ในพื้นที่ม่อนแจ่ม  ดำเนินคดีไปแล้ว 1 ราย พบเพิ่มไม่ใช่เจ้าของเดิม 3 ราย และเตรียมดำเนินคดีอีก 50 รายนั้น

ล่าสุดวันที่  26 ธันวาคม 2562 นายสมบัติ กลมเกลี้ยง พนักงานพิทักษ์ป่าไม้ ส.3 ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าเชียงใหม่ที่  10 (ห้วยทราย) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และตำรวจ สภ.แม่ริม เข้าตรวจสอบรีสอร์ต  3 แห่ง ในพื้นที่ม่อนแจ่ม อ.แม่ริม หลังจากวานนี้ ( 25 ธค. ) เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจวัดเขตพื้นที่ป่าแม่ริม  โดยพบรีสอร์ท 3 แห่งที่กระทำผิด โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่ ม่อนจันทรา ต.โป่งแยงนอก อ.แม่ริม ซึ่งมีการสร้างบ้านพักทั้งหมด  4 หลัง ลานกางเต้นท์ ขุดสระ และสร้างอาคารบุกรุกพื้นที่ป่า กว่า 4 ไร่   

ส่วนจุดที่ 2 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่ม่อนดอยลอยฟ้า ใน ต.แม่แรม  อ.แม่ริม จากการตรวจสอบพบมีการสร้างบ้านพักกว่า 10 หลังรุกพื้นที่ป่า 1 ไร่ และจุดที่ 3  เข้าตรวจสอบที่ม่อนท่าจันทร์  ต.แม่แรม  อ.แม่ริม พบมีการบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อสร้างบ้านพัก และห้องพักแบบน๊อคดาวน์ ทั้งหมดประมาณ 10 กว่าหลัง นอกจากนี้ยังมีลานกางเต็นท์อีกจำนวนมาก

หลังการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ ในข้อหาก่อสร้าง แผ้วถางหรือเผาหรือกระทำการด้วยการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ และยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือกระทำการด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานจากผู้ประกอบการและผู้ดูแลรีสอร์ตทั้ง 3 แห่ง  จากนั้นจะมีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง

สำหรับพื้นที่ดอยม่อนแจ่ม เป็นพื้นที่ที่โครงการหลวง ขออนุญาตกรมป่าไม้ใช้พื้นที่ป่าสวงนแห่งชาติประมาณ 18,000 ไร่ ก่อนปี  2541  จากนั้นได้มีการจัดสรรเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 ตามมติ ครม.อนุญาต ให้ประชาชนเข้ามาอาศัยและใช้ที่ดินทำกิน โดยมีประชาชนใน 3 หมู่บ้าน รวมประชากร  3,800 คน จากบ้านหนองหอยเก่า บ้านหนองหอยใหม่ และบ้านแม่ขิ  เข้ามาขอใช้พื้นที่ 2,8000 ไร่ เพื่อปลูกพืชเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น ต่อมาในปี  2545  กระแสการท่องเที่ยวเริ่มมาแรง มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวที่ดอยม่อนแจ่มจำนวนมาก  ชาวบ้านในพื้นที่จึงปรับเปลี่ยนที่ทำกิน เป็นลานกางเต้นท์ บ้านพัก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ขณะที่ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่มขึ้น  ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด  53  ราย และยังมีผู้ประกอบการที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มอีก 30 ราย รวมแล้วมีผู้ประกอบการบ้านพักและรีสอร์ตที่ดอยม่อนแจ่มมากกว่า 83  ราย

นอกจากนี้ยังพบมีกลุ่มนายทุนนอกพื้นที่ เข้ามาซื้อที่ดินต่อจากชาวบ้าน หรือเช่าพื้นที่จากชาวบ้านเพื่อทำบ้านพักและรีสอร์ตด้วย  โดยข้อมูลจากวิสาหกิจชุมท่องเที่ยวเชิงเกษตรม่อนแจ่ม  ระบุว่าในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่าวันละ 5 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดระยะเวลา 3 เดือนในช่วงไฮซีซั่น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มกราคม จะมีเงินสะพัดจาการท่องเที่ยวในพื้นที่ดอยม่อนแจ่มไม่ต่ำกว่า 400 – 500 ล้านบาท

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน