รองนายกฯ ‘สมคิด’ เปิดงานออกแบบแห่งปี ‘Chiang Mai Design Week 2019’ย้ำทุกฝ่ายเลิกทะเลาะ หันมาร่วมมือฝ่าวิกฤตสงครามการค้า ผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเมืองที่สร้างสรรค์

เมื่อเวลา 09.45 น​. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ที่หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ หรือ Chiang Mai Design Week 2019 ภายใต้แนวคิด Better City, Better Living ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 15 ธันวาคม 2562 บริเวณพื้นที่หลักย่านอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา สำนักงานยาสูบ และ TCDC เชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยมีนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและเอกชน ตลอดจนนักออกแบบร่วมกิจกรรมคับคั่ง

ดร.สมคิด กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม เทคโนโลยี  สินค้าและบริการมากมาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน เพื่อพัฒนาความคิด และยกระดับสู่สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ นักสร้างสรรค์ทั้งหลายคือ ‘นักคิด’ ที่จะสร้างความพิเศษ และมูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการ อันจะเป็นการส่งเสริมและสร้างความตื่นตัว จนสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ความเป็นสากล อันจะนำมาซึ่งการสร้างรายได้ในระยะยาวต่อไป ยกตัวอย่างเช่น  เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ที่จัดทุกปีเป็นปีที่ 5 โดยในปีที่ผ่านมาระยะเวลาในจัดงานรวม 9 วันสามารสร้างรายได้ให้กับเมืองกว่า 960 ล้านบาท

“จากการลงนามความร่วมมือกับผู้ว่าการฮ่องกงวานนี้ จะเกิดความร่วมมือกันมากขึ้นในแง่ของแนวคิดและเทคโนโลยี ซึ่งการนำสินค้าของเราไปจัดแสดงได้จะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มและต่อยอดไปสู่รายได้ที่ยั่งยืน และนี่คือ ความสุขที่จะเกิดขึ้น โดยการหยิบเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่มีอยู่เดิมมาสร้างสรรค์ กลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่า ออกดอกออกผลเกิดความยั่งยืน ต้องถามว่าทำไมเชียงใหม่มีร้านกาแฟเต็มเมือง ถึงขั้นต้องมาทัวร์ร้ากาแฟ ก็เพราะเด็กรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากศิลปะผ้า แฟชั่น หนัง ที่ต้องไปเซลฟี่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เมืองเชียงใหม่ต้องเป็นพี่ที่สนับสนุนเมืองรองเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยให้คนในท้องถิ่นคิดอย่างสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมและศิลปะที่ดีๆ มาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้าไปหา ราคาสูง 2-3 พันเขาก็ซื้อ เพราะเข้าใจถึงคุณค่าและความยากลำบากในการสร้างมูลค่าสินค้า”

ดร.สมคิด กล่าวว่า ขอเพียงเราไม่ต่างคนต่างทำ เมืองไทยมีทุกอย่างมหาศาลแต่เราต้องคิดอย่างสร้างสรรค์ ขอสัญญาว่าหากยังอยู่จะหางบประมาณมาสนับสนุน แต่ต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอะไร โครงการอะไรมาช่วยกัน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องตื้นๆ ความจริงไม่ต้องรอให้ตนเองคิดให้ จึงอยากเห็นคนรุ่นใหม่มาสานต่อ เกิดเป็นความสุข ทะเลาเบาะแว้งจะน้อยลง จะทะเลาะกันทำไม แต่มาช่วยกันคิดสร้างสรรค์ให้พื้นที่ยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างสิ่งที่ดีงาม รักษาเอกลักษณ์ของไทย นำสิ่งประทับใจที่เคยมีกลับมา

“เชียงใหม่มีศักยภาพมากและพร้อมทุกอย่าง มีศิลปะวัฒนธรรม มีนักคิดสร้างสรรค์มาก เพียงแต่เราจะแปลงความคิดไปสู่การพัฒนาเป็นสินค้าบริการที่มีคุณค่าอย่างไร สิ่งเหล่านี้ตลาดต้องการมากแต่เขาทำไม่เป็น ดึงไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นที่ทำออกมา อาทิ การทำผ้าโคมแสนดวง ให้คนในพื้นที่และคนแก่แม้จะติดเตียงผลิตออกมาได้เลย นำนักท่องเที่ยวไปชื่นชมคิดดูว่าจะไม่ซื้อได้อย่างไร เพิ่มมูลค่าจากสิ่งที่ไม่ง่ายในการผลิตจากท่องเที่ยวชุมชนหรือเมืองรอง เกิดการสร้างงานรายได้ โดยเฉพาะสินค้าจากการเกษตรนำมาต่อยอด ทั้งงานคราฟท์ ผ้า งานปัก ทำให้สวยงามน่าสนใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องงบประมาณเพราะไม่ใช่ต้นเหตุ แต่เราต้องนำคนที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้าไปช่วยคนที่มีฝีมือให้เกิดสินค้าที่ขายได้ มหาวิทยาลัยช่วยได้ คนจบศิลปกรรมหรือยังไม่จบออกไปช่วยได้ งบประมาณตามมาเอง”

ดร.สมคิด กล่าวว่า เราต้องไม่ลืมว่า ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางระดับสินค้าหากเราทำสินค้าให้เป็นของฝากของที่ระลึก ดีไซน์งานดีๆ ไปจัดแสดง รับรองโด่งดังไปทั่วโลก เป็นการเผยแพร่สิ่งที่ดีงามของเราจากที่เรายังมีข้อจำกัดในสิ่งเหล่านี้อยู่ การที่ดีไซน์เซ็นเตอร์เขามาเห็นเขารู้แล้วว่าเขาจะเชื่อมโยงอย่างไร เสียดายที่เขามาชมครั้งนี้ไม่ได้ ฮ่องกงเขาเน้นการดีไซน์สูงมากจากทั่วโลกไม่เฉพาะของจีนเท่านั้นที่นำมาพัฒนา การแลกเปลี่ยนความรู้กันก็จะเกิดความคิดสร้างสรรค์ อยู่เราต้องเป็นฝ่ายรุกเพื่อเกิดการกระจายความเจริญสร้างรายได้ในชนบทอย่างแท้จริง เพราะลงลึกเข้าไปถึงหมู่บ้าน

“ผมไม่คิดว่าเราจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรไปมากกว่านี้จากการปรับลดจีดีพี เพราะแพกเกจที่เราออกมารอดูผลกัน ความจริงจีดีพี 2.4 หรือ 2.5 ไม่ได้ถือว่าย่ำแย่มาก เพราะเรามีสิ่งเหล่านี้อยู่เพียงแต่หาทางประคองไม่ให้ทรุด และหาทางสร้างรายได้ให้มากขึ้นด้วยความหลากหลายของเราเอง และหากเราไม่ตีกันเสียก่อนสิ่งที่เรามีอยู่สามารถประคองผ่านพ้นสงครามการค้าได้ เพราะสงครามการค้าเราคุมไม่ได้เป็นเรื่องระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาซึ่งกระทบการส่งออกทั่วโลก ประเทศไทย 70 % จีดีพีมาจากการส่งออกไม่กระทบได้อย่างไร แต่หากนักท่องเที่ยวเราเข้ามา 40 ล้านคน และเราสามารถให้เขาเข้าท่องเที่ยวเมืองรองตามชนบทได้ อะไรจะตามมา การจ้างงานสร้างรายได้ มีนักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายทำให้เราประคองตัวไปได้ ผมคิดว่าถ้าไม่จำเป็นช่วงนี้เราควรจะปรองดอง ช่วยกันร่วมมือกันทั้งรัฐบาลรัฐสภาทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ทุกประเทศตอนนี้เขาเน้นตรงนี้กันทั้งนั้นเพราะทุกประเทศกระทบ สิงคโปร์เหลือแค่ 0.1 % จีดีพี เป็นเรื่องใหญ่นะ แต่ของเรามีภาคเกษตร ภาคท่องเที่ยว ภาคบริการ แน่นอนต้องอาจมีการชลอตัวลง คนอาจจะว่างงานชั่วคราวแต่เมื่อกลับมาใหม่ฟื้นมาใหม่ก็จะเกิดการจ้างงานต้องประคองและร่วมมือกัน ขอเพียงขับเคลื่อนโครงการเมกโปรเจคให้เดินให้เร็ว ก่อสร้างต่างๆ ของเอกชนก็จะตามเพราะเขาก็รอดูเราอยู่แล้ว แลผมไม่ถอดใจง่ายๆ อยู่แล้ว รอแค่คนรุ่นใหม่มาช่วยกัน” ดร.สมคิด กล่าว   

หลังจากนั้น ดร.สมคิด ได้เดินชมการจัดแสดงงานตามพื้นที่ต่างๆ รอบหอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ พร้อมสั่งซื้อเก้าอี้ ‘บุญส่ง’ จำนวน 2 ตัว มูลค่ากว่า 9,000 บาท หลังจากทดลองนั่งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน จากฝีมือดีไซน์เนอร์ไทย ‘ชนชราแชร์’ ของวิสาหกิจชุมชนงานไม้บ้านดอนมูล ซึ่งเป็นเก้าอี้ลุกง่าย ลักษณ์เก้าอี้โยกที่มีแรงส่งจากแรงกดบนที่พักแขนทำให้ลุกขึ้นยืนได้สะดวก สามารถถอดประกอบได้         

ทางด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เอง ถือว่าเป็นอีกเมืองที่มีนักออกแบบ และช่างฝีมือ ที่มีชื่อเสียง และทรงคุณค่าในงานศิลปะแขนงต่างๆ รวมตัวกันมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2562 ที่มุ่งเน้นที่ต้องการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนและท้องถิ่น เพื่อให้เชื่อมโยงสู่ระดับสากล ร่วมไปถึงกระตุ้นด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดให้กลับมาคึกคักในช่วงส่งท้ายปี 2562 ด้วยการนำงานออกแบบ สร้างสรรค์ มาเป็นจุดเด่นในการท่องเที่ยว เป็นการดึงเอาศักยภาพของจังหวัดให้โดดเด่นมากขึ้น อันจะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของท้องถิ่น และประเทศ

ในขณะที่ ดร.อรรชกา กล่าวว่า เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ภายใต้แนวคิด “Better City, Better Living” เป็นการส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อยกระดับวิถีชีวิต และรวมกันสร้างเมืองน่าอยู่ให้กับชาวเมือง พร้อมกันนี้เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ยังเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ยูเนสโก ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ในสาขาเมืองหัตถกรรม ทุกท่านจะได้ร่วมชื่นชมกับ ทุนวัฒนธรรมที่หลากหลายของภาคเหนือ ในงานหัตถกรรมในสาขาต่างๆ ผ่านผลงานออกแบบ และการแสดงคุณค่าความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จากคุณค่าวัสดุและทักษะฝีมือช่าง

โดยมีผู้ร่วมจัดแสดงผลงานกว่า 500 ราย และจากต่างประเทศอีกกว่า 10 ประเทศ ร่วมกันจัดกิจกรรมกว่า 200 กิจกรรม ทั้งหมดล้วนเป็นคุณค่าที่ไม่อาจลอกเลียนแบบ เป็นจุดแข็งของกระบวนการผลิตสินค้าไทย ซึ่งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)  ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะการพัฒนาและส่งเสริมบุคลากรสร้างสรรค์และธุรกิจไทยให้นำความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญา ต่อยอดสินค้าและบริการให้ก้าวไกลได้ยิ่งขึ้น

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน