‘ชาร์ป ไทย’เดินหน้ามอบเครื่องฟอกอากาศ นำร่องคืนลมหายใจให้เยาวชนที่เชียงใหม่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ที่ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นางมณีนภา ดวงดารา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อส่งมอบเครื่องฟอกอากาศให้แก่ 8 โรงเรียน 2 สถานสงเคราะห์เด็ก ภายใต้โครงการ ‘Write to Breathe’ ที่ได้มอบพื้นที่ให้เด็กเชียงใหม่ ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับปัญหาฝุ่นมลพิษ PM 2.5 โดยมี น.ส.วิชชุดา นนทศิลา รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ พร้อมผู้บริหารโรงเรียนและสถานสงเคราะห์เชียงใหม่ และเด็กๆ ร่วมในพิธีพร้อมรับความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากมลพิษเชียงใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก พร้อมเป็นตัวแทนเด็กไทยเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหามลภาวะ ภายใต้หัวข้อ I have right to breathe มุ่งหวังที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะส่งให้เสียงของเด็กดังถึงผู้ใหญ่ ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของอากาศบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เด็กและเยาวชนไทยควรได้รับ

นางมณีนภา กล่าวว่า บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และเป็นเจ้าของเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ที่ติดตั้งในเครื่องฟอกอากาศและผลิตภัณฑ์ชาร์ปอื่นๆ เพื่อตอบสนองแนวคิดที่ว่า เด็กไทยทุกคนมีสิทธิ์ได้รับอากาศบริสุทธิ์ เพราะลมหายใจของเด็ก คือลมหายใจของประเทศ จึงนำร่องมอบเครื่องฟอกอากาศทั้งสิ้น 40 เครื่อง มูลค่ากว่า 559,600 บาท ให้แก่ โรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ โรงเรียนสันกำแพง โรงเรียนพุทธิโสภณ โรงเรียนบ้านสันกำแพง โรงเรียนบ้านเชิงดอย (ดอยสะเก็ดศึกษา)  โรงเรียนคำเที่ยงอนุสรณ์  โรงเรียนวัดดอนจั่น โรงเรียนวัดสวนดอก สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าวัดดอนจั่น เชียงใหม่ และสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าบ้านเวียงพิงค์

“เรามุ่งมั่นที่จะมอบอากาศบริสุทธิ์ให้กับเด็กไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศชาติ  โดยเลือกจังหวัดเชียงใหม่ เพราะเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตฝุ่น PM 2.5 อย่างร้ายแรง จนบางครั้งเด็กๆ ต้องหยุดเรียน หรือไม่สามารถทำกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างปกติ การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เด็ก ๆ สามารถหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในร่างกายได้อย่างปกติ จึงเป็นโครงการที่ ชาร์ป ไทย มีความภาคภูมิใจ และคาดหวังว่าเครื่องฟอกอากาศที่บริจาคในครั้งนี้ จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและเอื้อโอกาสให้เด็ก ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้สามารถนั่งเรียนในห้องเรียนได้อย่างมีความสุข หรือแม้แต่สามารถที่จะทำกิจกรรมที่เสริมพัฒนาการต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่”

นางมณีนภา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ Write to Breathe เป็นเพียงหนึ่งในวิธีเยียวยา เพื่อให้เด็กๆ สามารถเรียนหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ โดยการทำงานของเครื่องฟอกอากาศเท่านั้น การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่เผชิญอยู่มาเป็นระยะเวลานาน จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรักษาอากาศให้บริสุทธิ์อย่างยั่งยืน เพื่อให้เด็กซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติจสามารถเรียนรู้และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงได้ และหลังจากนี้เรามีแผนที่จะดำเนินงานในด้านพัฒนาคุณภาพอากาศอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อต่อยอดจากโครงการ Write to Breathe สู่โครงการที่ร่วมมือพัฒนาคุณภาพกรุงเทพที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้คนไทยต่อไป 

โดย รศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เคยรั้งอันดับ 1 ของเมืองที่มีอากาศแย่ที่สุดในโลก จากการจัดอันดับบนเว็บไซต์ AirVisual ทั้งยังมีสภาพอากาศที่วิกฤตอยู่ในระดับ ‘มีผลกระทบต่อสุขภาพ’ อยู่หลายครั้งจากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยผลิตเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศขนาดเล็กที่เรียกว่า ‘Dust Boy’ เพื่อนำข้อมูลมารายงานให้ประชาชนได้รับรู้ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการยอมรับจากภาครัฐบาล สิ่งที่เด็กเยาวชนต้องตระหนักคือ การช่วยกันลดต้นตอของปัญหาและดูแลสุขภาพของตนในภาวะวิกฤต

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน