ข่าวด่วน

โครงการหลวงมุ่งพัฒนา ‘เมล็ดพันธุ์พืช’ เผยปี2562ลดปริมาณการนำเข้า40ล้าน ตั้งเป้าปี2563ทำสร้างรายได้เกษตร682ล้าน

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ที่สำนักงานมูลนิธิโครงการหลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามนโยบาย ครั้งที่ 2/ 2563 เพื่อติดตามความคืบหน้าและการดำเนินงานด้านต่างๆ 

โดยครั้งนี้ที่ประชุมมีการพิจารณาแนวทางการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักและสมุนไพร ซึ่งโครงการหลวงมีนโยบายในการปรับปรุงและขยายพันธุ์พืช มาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ และพันธุ์พืชที่มีคุณภาพ ส่งเสริมให้แก่เกษตรกรในความรับผิดชอบในพื้นที่สถานีเกษตรหลวง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ทั้ง 39 แห่ง โดยเฉพาะกลุ่มพืชผักสมุนไพร โครงการหลวงคัดเลือกและผลิตเมล็ดพันธุ์ผักชนิดต่างๆ แล้วรวม 17 ชนิด โดยปลูกในระบบ GAP จำนวน 11 ชนิด และระบบอินทรีย์ จำนวน 6 ชนิด และในปี 2562 คัดเลือกพันธุ์ผักที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด จากการปรับปรุงพันธุ์และได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชแล้ว จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ผักกาดหอมห่อ ที่มีลักษณะเด่น คือ รสหวาน กรอบ ใบหนากว่าพันธุ์เดิม การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวง่าย และมีเปอร์เซนต์การหักช้ำที่เกิดระหว่างขนส่งน้อยกว่า 

ทั้งนี้ ผักกาดหวาน หรือสลัดคอส มีลักษณะเด่น ใบสีเขียวเข้ม โครงสร้างใบบิดน้อยกว่าพันธุ์ส่งเสริมเดิม และเบบี้ฮ่องเต้ มีจุดเด่น คือ แข็งแรง อายุหลังการเก็บเกี่ยวนานกว่าพันธุ์เดิมเฉลี่ย 3 วัน  ผลจากการดำเนินการคัดและปรับปรุงพันธุ์พืชของโครงการหลวง ในปี 2562 สามารถลดปริมาณการสั่งสั่งซื้อและนำเข้าเมล็ดพันธุ์ผักสมุนไพร โดยมีปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้เอง รวม 2,300 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ลดการสั่งซื้อจากทั้งในและต่างประเทศกว่า 40 ล้านบาท จากมูลค่ารวมของการส่งเสริมเกษตรกร 560 ล้านบาท ซึ่งในปีต่อๆ ไป โครงการหลวงยังมีเป้าหมายลดปริมาณการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ให้มากที่สุด และพัฒนางานผลิตเมล็ดพันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์พืช ให้มีความหลากหลาย มีคุณภาพตามมาตรฐาน ไม่มีสารปนเปื้อน และปลอดภัยสำหรับเกษตรกรและผู้บริโภค ที่สำคัญยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย 

สำหรับในปี 2563 นี้ โครงการหลวงมีแผนส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพรแก่เกษตรกร จำนวน 6,833 ราย ในพื้นที่ปลูก 9,798 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตออกจำหน่ายกว่า 28 ล้านกิโลกรัม เกิดรายได้แก่เกษตรกรไม่น้อยกว่า 682 ล้านบาท

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน