คุมตัว ‘เอ็ม’เปิดปากทำร้ายร่างกาย-เค้นรหัสเอทีเอ็มก่อนฆ่าโหดเศรษฐีนี ก้มกราบญาติกล่าวขอโทษที่ลงมือ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ที่อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เตรียมตั้งโต๊ะพร้อมนำของกลางที่เกี่ยวข้องกับนายวิทูรย์ สีตะบุตร์ หรือ เอ็ม ผู้ต้องหา มาจัดวางรอสำหรับการแถลงข่าว ประกอบด้วยบัตรเอทีเอ็ม 3 ใน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง นาฬิกา อุปกรณ์สัญญานโซลาร์เซลล์ ตั๋วเครื่องบิน เสื้อผ้าชุดลายพราง รองเท้า แผนที่ประเทศไทยเพื่อใช้ศึกษาเส้นทางหลบหนี และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ รุ่นฟอนซ่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 

ต่อมาเวลา 09.56 น. ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ คุมตัวนายเอ็มมาที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมนำตัวขึ้นไปสอบปากคำที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน โดย พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งในระหว่างนั้นได้มีนายวรพันธ์ จิรเจริญยิ่ง พี่ชาย และหลานชายของ น.ส.วรรณี ผู้ตาย เดินทางมาร่วมรับฟังการสอบปากคำด้วย และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

โดยนายเอ็มได้ยกมือไหว้ เอ่ยปากขอโทษ และเสียใจ พร้อมก้มลงไปกราบที่พื้นห้องต่อหน้าญาติผู้ตาย ซึ่งนายวรพันธ์ ได้ถามกลับไปว่า ทำกับน้องสาวตนได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาน้องสาวตนบอกเสมอว่าโชคดีมากที่การเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่เชียงใหม่ มีกัลยาณิมิตรที่ดีมากและน้องสาวตนก็คอยช่วยดูแลมาตลอด และรู้สึกข้องใจเพราะปกติน้องสาวของตนจะระวังตัวมาก แต่กลับเข้าไปในบ้านและลงมือทำร้ายได้อย่างไร และซักถามว่านำเอทีเอ็มไปกดเงินจำนวนมากถึง 1.7 ล้าน แล้วเอาไปใช้อย่างสบายใจได้อย่างไร และไม่ได้จำนองรถยนต์ของน้องสาวผมเพื่อได้เงินก้อนใช่หรือไม่

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ประจวบ และทีมสืบสวนสอบสวนได้เปิดแถลงข่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่ได้รับความสนใจมาก หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุและพบศพ น.ส.วรรณ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ประสานกับหน่วยงานกองบังคับการปราบปราม กองบังคับการตำรวจรถไฟ กองบัญชาการสิบสวนกลาง ตำรวจภูธรภาค 6 และ 7 กองบัญชาการตำรวจตรวจค้นเข้าเมือง เพื่อสกัดจับผู้ต้องหาตามเส้นทางการหลบหนีต่างๆ จนกระทั่งได้ตัวในวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาที่ จ.นครสวรรค์ และจากการสืบสวนสอบสวนพบว่านายเอ็มกระทำความผิดด้วยตนเองเพียงคนเดียว โดยนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินไปประมาณ 1.7 ล้านบาท นำเงินไปซื้อทองและใช้จ่ายด้วยการซื้อรถจักรยานยนต์ โทรศัพท์ และหลบหนี จนเหลือเงินที่ตรวจยึดได้ 1.1 ล้านบาทเศษ

“เขารับสารภาพว่าในเช้าวันที่ 11 ตุลาคมได้เดินทางไปเคาะและร้องเรียกผู้ตายที่หน้าต่างหลายครั้ง จนกระทั่งผู้ตายมาเปิดประตูหน้าทำให้นายเอ็มผลักประตูเข้าไปและทำร้ายร่างกายเพื่อเค้นเอาบัตรเอทีเอ็มและระหัส โดยอ้างว่าจะขอเงินไปดาวน์รถสองแถวมาประกอบอาชีพ และได้ใช้ผ้าเทปพันมือและปาก น.ส.วรรณีจนสลบ ก่อนที่จะออกไปตระเวนกดเงินเมื่อกลับมาที่บ้านผู้ตายและพบว่ายังหายใจรวยรินอยู่จึงนำถุงดำคลุมศรีษะจนเสียชีวิต และออกไปอีกครั้ง และกลับมาในวันที่ 13 ตุลาคมเพื่อจัดการกับศพด้วยการนำยัดใส่ตู้เย็น”

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า สำหรับ น.ส.น้ำ แฟนสาวนั้น เท่าที่สอบปากคำแล้วไม่ทราบเรื่องมาก่อนและได้พากันไปเที่ยวจนกระทั่งทราบเรื่องจึงแอบเดินทางกลับมาก่อน ส่วนธีรยุทธ เขื่อนจันทึก อายุ 26 ปี เพื่อนที่นำรถไปฝากไว้โดยให้เงิน 2,000 บาท และอ้างว่าเป็นรถเจ้านาย ก่อนที่จะโทรมาขอให้นำรถไปจอดซุกในป่าและให้ถอดป้ายทะเบียนไปทิ้งเนื่องจากลัวเมียน้อยจะรู้ จนกระทั่งนายธีรยุทธทราบข่าวจากสื่อมวลชนจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบและสามารถไปนำรถมาได้

“ประวัติของนายเอ็มผู้ต้องหา ไม่เคยฆ่าใครมาก่อน แต่เคยเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เท่านั้น และตั้งแต่เกิดเหตุนายเอ็มใช้เส้นทางรองในการหลบหนี และใช้วิธีพักแรมตามป่าละเมาะ ป่าอ้อย ด้วยอุปกรณ์เดินป่าและเป้สนาม ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวทำให้ตามตัวยากกว่าที่คาด เพราะจะไม่เข้าพักตามโรงแรมและมีอุปกรณ์โซลาเซลล์สำหรับชาร์ตโทรศัพท์ แต่ที่สุดจากการระดมกำลังของทุกหน่วยทำให้เราสามารถติดตามตัวและจับกุมได้ในที่สุด” พล.ต.ท.ประจวบ กล่าว

ในขณะที่นายเอ็ม ผู้ต้องหากล่าวว่า หากย้อนกลับไปต่อให้ผมมีอีก 10 ล้านผมก็จะไม่ทำ เพราะไม่มีประโยชน์ ผมไม่ได้คิดที่จะร้ายแกเลย ตอนทำร้ายได้ชกและเมื่อแกหมดสติไปก็ออกไปกดเงิน เมื่อกลับมาเห็นยังหายใจรวยๆ ก็เลยใช้ถุงคลุมหัว ตอนเอาศพยัดตู้เย็นกลัวมาก ตอนแรกตั้งใจจะเอาศพไปทิ้งในป่าแต่ไม่มีที่ไป ผมขอโทษญาติไปแล้ว ผมรู้ว่าคำขอโทษไม่มีประโยชน์อะไร เพราะทำไปแล้ว  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายเอ็มออกไปเพื่อเดินทางไปสอบปากคำเพิ่มเติม และเตรียมทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพรุ่งนี้เช้าวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน