ข่าวด่วน

‘สมคิด’ ควงรมว.4กระทรวงขับเคลื่อนนโยบาย ‘ประชารัฐสร้างไทย’ นำยุทธศาสตร์3สร้างพัฒนาล้านนาสู่ความยั่งยืน นำร่อง8จังหวัดภาคเหนือ ย้ำใครว่าก็ว่าไป พร้อมเดินหน้าโครงการชิมช้อปใช้ต่อ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม 2562 ที่หอประชุมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบาย ‘ประชารัฐสร้างไทย พัฒนาล้านนา ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน’ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างเข้าถึงแบบครบวงจร ให้คนไทยตลอดจนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และหลุดพ้นความยากจน โดยมีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ร.อ.ธรรมนัฐ พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมด้วยผู้แทนสถาบันการเงินของรัฐ และภาคีเครือข่ายสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก นำร่องกลุ่มประชาชนในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายสมคิด กล่าวว่า วันนี้งานเราไม่ได้จัดเพื่อหาเสียงทางการเมือง แต่มีวัตถุประสงค์สำคัญคือ ให้พี่น้องภาคเหนือได้เห็นและฟังว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชน ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องแต่ต้องการสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ  รัฐมนตรีทุกคนที่มาด้วยหัวใจที่อยากทำให้พี่น้องฐานราก มาพร้อมสมองว่านี่คือทางออกที่จะสามารถก้าวพ้นความยากจนไปสู่การมีรายได้และชุมชนแข็งแรง และเราทำมานานแล้วตั้งแต่ปี 2543 เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ผลัดกันกองทุนหมู่บ้าน โอท็อป 30 บาทรักษาทุกโรค และยังเราทำอยู่ 6 ปี รักใคร่กันดีไม่มีแบ่งแยก แต่เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นก็ต้องตก และพรรคการเมืองนั้นตกไปแล้ว แต่พวกผมยังอยู่ เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีทุกคนในที่นี้ช่วยกันมานานแล้ว ด้วยค่านิยมและแนวทางของเรา เมื่อมีโอกาสกลับมาใหม่เราสานต่อเจตนารมย์และความตั้งใจ ทำงานด้วนสมองไม่ใช่ด้วยปาก ให้ผลงานประจักษ์ด้วยสายตา เสนอสิ่งใหม่ๆ ให้หลุดพ้นความยากจนอย่างไร อยากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขยายความออกไปให้มากที่สุด

นายสมคิด กล่าวอีกว่า กองทุนหมู่บ้านยังเป็นเสาหลัก การให้เงินง่ายแต่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มันยาก ก็ต้องคิด นายกรัฐมนตรีพร้อมมอบเงินทุนสนับสนุนทุกอย่าง แต่เราจะทำอย่างไรให้เกิดรายได้ การท่องเที่ยวเมืองหลักออกไปสู่เมืองรองทำเพื่อชุมชนทุกคนทั้งประเทศ ต้องช่วยกันไม่แข่งกัน แต่เกื้อกูลกัน การรถไฟจากเชียงใหม่ไปลำปางทำได้หรือไม่ เพราะจะเกิดการหมุนเวียนทางสังคม คนยากจนมากเราก็มีบัตรสวัสดิการประชารัฐ คนที่ว่าโครกงารไม่ดีแสดงว่ามีจิตใจลำเอียงและมีอคติ เราช่วยคนที่มีรายได้แค่ 3 หมื่นบาทต่อปี เพื่อให้ลืมตาอ้าปากได้ อยากจะว่าก็ว่าไป เราใจบริสุทธิ์เราจะทำต่อไป เศรษฐกิจไม่มีดีเราออกนโยบายชิมช้อปใช้ เพื่อให้คนพอมีเงินได้ไปเที่ยวชนบท ให้เงินหมุนได้ เกษตรกร โรงแรม ของฝากขายได้ นี่คือโมเดลที่เรานำเสนอและเห็นว่าสามารถเกิดได้ในประเทศต่างๆ จากที่ยากจนเขาพลิกจนรวยมหาศาล

“ใครที่บอกว่ารัฐบาลนี้เอื้อคนรวยช่วยคนจน ไม่ใช่ เราต้องเอื้อกัน หน้าที่รัฐบาลคือ ประเทศแข่งขันกับเขาได้ กระจายรายได้ ตัวเลขจีดีพีสูงจะไม่มีประโยชน์เลยหากไม่กระจายไปสู่คนทั้งประเทศ โดยเฉพาะคนจนที่เราอยากช่วยเหลือ บัตรสวัสดิการประชารัฐจะมีการประกันอุบัติเหตุให้ประชาชนและอะไรอีกหลายอย่างที่จะตามมา ชิมช้อปใช้จะตามมาอีก  ไม่ให้คนฟุ่มเฟือยแต่สามารถช่วยคนไทยด้วยกันเอง ยกระดับวิสาหกิจชุมชน นำเทคโนโลยีเข้าไปช่วย ยกระดับชุมชนฐานรากมีอุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนา นี่คือโมเดลการพัฒนาแบบใหม่ที่เราต้องการเสนอพี่น้องประชาชนชาวไทย ถามว่าความคิดเหล่านี้ผิดหรือไม่ ช่วยแต่ธุรกิจรายใหญ่จริงหรือไม่ ประชาชนตอบได้ นี่จุดเริ่มต้นที่ดีที่ทุกคนต้องมาช่วยเหลือกัน ไม่โจมตีใครพรรคการเมืองไหน แต่นี่คือการสร้างโอกาส สุดท้ายคือการสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ คนไทยต้องยืนหยัดและจิตใจเข้มแข็ง คนจีนพัฒนามาได้ขนาดนี้เพราะเขาจิดใจเข้มแข็ง ปัจจุบันเซิ่นเจิ้นพัฒนาไปไกลมากเพราะการพัฒนาตนเอง ประธานาธิบดีจีนบอกว่าเราเป็นนกที่อ่อนแอทำอย่างไรจะบินไปให้สูงบินไปต่างประเทศอย่างเข้มแข้ง”

นายสมคิด กล่าวว่า เราต้องยืนหยัดด้วยตนเอง มีทั้งรัฐบาล เอกชน และประชาชน ร่วมมือกันให้แข็งแรง ท้ายสุดประชาธิปไตยก็จะดีขึ้น ไม่ใช่มาหลอกกันง่ายๆ อย่าเก็บไว้ในห้องประชุมแต่ขยายการพัฒนาออกไป  เศรษฐกิจภายในประเทศอยู่ได้เพราะมีกิจกรรมในชนบท แบบตลาดประชารัฐที่จะเปิดในวันนี้ ชุมชนและชนบทมีกิจกรรรม เขาก็จะพัฒนาตัวเองขึ้นมาก คนโจมตีไม่ได้มาดูว่ามันมีรายได้ไม่น้อยนะ ถ้าทำกันทั้งประเทศไม่น้อยเลย ไปดูตัวเลขการท่องเที่ยวในชนบทช่วยได้มาก 

นายอุตตม กล่าวว่า ประชารัฐสร้างไทย ที่รัฐบาลริเริ่มที่กรุงเทพฯ และวันนี้ลุ่มจัหวัดภาคเหนือยน8 จังหวะดที่แรก ที่เราจะมาเสนอตัวช่วยกัน เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานมาจับมือทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม คือ การสร้างคนไทยในทุกที่ ทุกชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถช่วยตนเองได้และมีความยั่งยืน สะสมทุน กำลังทรัพย์ สร้างโอกาสและรายได้ ทุกพื้นที่มีศักยภาพเราต้องทำให้เกิดอาชีพ รายได้ สืบทอดอย่างยั่งยืนและเติบโตไปเรื่อยๆ เปิดช่องทางที่มีมากมายให้เกิดการค้าขายได้จริง มีทั้งธนาคารและเงินทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อเกิดการลงทุน เกิดธุรกิจชุมชน ธุรกิจสร้างไทย จากการเข้าถึงแหล่งเงินทุน 250,000 ล้านบาท เพื่อสร้างคนสร้างอาชีพ ในรูปแบบประชารัฐสร้างสุขสู่ชุมชนเมือง โครงการตลาดนัดประชารัฐสร้างไทย จริงจังจากการผลิตสู่การค้าขายได้จริง 

ในขณะที่ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การมอบนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนของรัฐบาล เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการเงินให้แก่ประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาความยากจนนั้น ธนาคารออมสินในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ มีแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐดังกล่าว โดยใช้ยุทธศาสตร์ 3 สร้าง คือ 1.สร้างอาชีพ สร้างความรู้ 2.สร้างตลาด สร้างรายได้ และ 3.สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนรายย่อยในระดับฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เข้าถึงการพัฒนาอาชีพ ได้ฝึกฝนและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้เพื่อนำไปเป็นทุนประกอบอาชีพ ซึ่งจะทำให้ประชาชนอาชีพนอกภาคเกษตรกรในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน สามารถข้ามเส้นความยากจนมีรายได้มากกว่า 30,000 บาทต่อปี คิดเป็น 33% และหลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งมีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อปี คิดเป็น 1% 

หลังจากนั้นคณะรองนายกรัฐมนตรีได้มอบสินเชื่อให้แก่ลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะกิจมูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท ก่อนเดินทางไปเปิดชุมชนทางน้ำ ‘กาดฮิมน้ำ @ สันทราย’ ณ เทศบาลสันทรายหลวง เยื่ยมชมบูธนิทรรศการการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามกลไก 3 สร้าง

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน