รมว.พลังงานลงพื้นที่แม่แจ่ม หนุนสร้าง ‘โรงไฟฟ้าชุมชน’แห่งแรกของประเทศ หวังลดการเผาตอซังข้าวโพด แก้ปัญหาหมอกควัน

วันที่ 23 ตุลาคม 2562 ที่โรงเรียนแม่แจ่ม อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรงพลังงาน และนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะลงพื้นที่และรับฟังความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนในเขตพื้นที่ อ.แม่แจ่ม โดยมีข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านอำเภอแม่แจ่ม เข้าร่วมรับฟังกว่า 500 คน

โดยรัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน ดำเนินโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อเป็นต้นแบบที่ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม ทั้งการผลิตเอง ใช้เอง และเป็นเจ้าของเอง ชุมชนมีไฟฟ้าใช้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีรายได้จากการผลิตไฟฟ้าจำหน่าย ภายใต้แนวคิด ‘พลังงานเพื่อทุกคน พลังงานเพื่อชุมชน เพื่อยกระดับเศรษกิจฐานราก’ โดยวางแผนสร้างเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดกลาง และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ มีประสิทธิภาพในการเผาไหม้ดีกว่าโรงเผาขยะทั่วไปถึง 10 เท่า ปราศจากมลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวลด้อม และไม่ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ จากการลงทุนร่วมกันของ 3 ส่วน คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และคนในชุมชน  เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แล้วนำรายได้มาแบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน

สำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล จะนำซังข้าวโพดมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต โดยเลือกพื้นที่ อ.แม่แจ่ม เป็นพื้นที่เป้าหมาย เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่เพาะปลูกข้าวโพดเพื่อจำหน่าย แต่ละปีจะมีซังข้าวโพดหลงเหลือจากการเพาะปลูกกว่า 90,000 ตันต่อปี จึงมีแนวคิดที่จะรับซื้อซังข้าวโพดเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการผลิตไฟฟ้าได้ 2-3 เมกกะวัตต์ ในอัตราตันละ 500-700 บาท ทั้งนี้เกษตรกรสามารถนำเศษซังข้าวโพดที่เหลือจากการเพาะปลูก รวมถึงขยะมูลฝอยในชุมชน นำมาจำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้า ซึ่งจากปริมาณซังข้าวโพดที่มีเพียงพอต่อการสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนได้ 2-3 แห่ง อยู่ระหว่างพิจารณา ประกอบด้วย ต.ช่างเคิ่ง ต.แม่นาจร และสหกรณ์การเกษตรแม่แจ่ม

โดยรัฐมนตรีและคณะได้ลงสำรวจพื้นที่บริเวณโรงเรียนบ้านบนนา ต.ช่างเคิ่ง ซึ่งมีความเหมาะสมจะใช้เป็นพื้นที่ก่อตั้งโรงไฟฟ้า เนื่องจากเป็นพื้นที่ราชพัสดุ และเป็นที่ตั้งเดิมของโรงเรียนบ้านบนนา มีพื้นที่กว่า 53 ไร่ ซึ่งจะใช้เป็นโรงงานรับซื้อซังข้าวโพดจากเกษตรกร นอกจากนี้ลงพื้นที่การผลิตถ่านอัดก้อนจากซังข้าวโพดที่สหกรณ์การเกษตรแม่แจ่ม ศึกษากรรมวิธีในการแปรรูปซังข้าวโพดมาใช้เป็นเชื้อเพลิง เพื่อจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตไฟฟ้า

อย่างไรก็ตามจากการสอบถามความเห็นของชาวบ้านพบว่า ส่วนใหญ่อยากให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน เนื่องจากที่ผ่านมามักประสบกับปัญหาไฟดับบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน นอกจากนี้ยังอยากให้มีสายส่งเข้าไปยังหมู่บ้านต่างๆ เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน แต่ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่มีข้อกังวลถึงเรื่องผลกระทบภายหลังจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้า เช่น ผลกระทบจากมลพิษ และความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการสร้างรายได้ เนื่องจากมองว่าควรจะหาทางใช้วัตถุดิบจากพืชอื่นๆ ที่หลากหลายในการผลิตไฟฟ้า มากกว่าที่จะใช้เฉพาะซังข้าวโพด เพื่อกระจายรายได้แก่ชุมชน

ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีการทำประชาคมกับชาวบ้านอีกครั้ง หากสามารถสร้างความเข้าใจ จนนำไปสู่ความร่วมมือกันได้ก็จะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชุนแห่งแรกได้ในอีก 10 เดือนข้างหน้า

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน