เชียงใหม่เข้มรับมือหมอกควัน-ไฟป่า เตรียมพัฒนา ‘ยักษ์เขียว’สู่ฝุ่นปี62-63

วันที่ 15 ตุลาคม 2562 นายสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ แถลงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า ประจำปี 2562-2563 ว่า จากการถอดบทเรียนของทุกภาคส่วนมีการสรุปและกำหนดกรอบการทำงาน 4 มาตรการ คือ ดึงฟืนออกจากไฟ ด้วยการลดและจัดการเศษวัสดุเชื่อเพิลงทุกประเภท ดึงไฟจากใจคน สร้างนวัตกรรมการสื่อสารทั้ง Online Onair และ Onground เชียงใหม่ปลอดภัยจากมลพิษและฝุ่นควัน ป้องกันและดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง และสุดท้ายคือ การขยายผลตามแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา

“ล่าสุดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 211 แห่ง เตรียมสนับสนุนงบประมาณ 74 ล้านบาท เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาในเชิงรุก โดยเฉพาะการป้องกันการเผาในที่โล่งและดูแลสุขภาพประชาชน จัดทำเซฟตี้โซน 317 แห่ง ในสถานพยาบาล ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก โรงเรียนประถมศึกษา บ้านพักอาศัยกลุ่มเสี่ยง คือ เด็ก สตรีมีครรถ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และที่สำคัญ คือ บรรจุหลักสูตรการเรียนการสอนในหัวข้อวิชาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 ในระดับประถมศึกษาทั้ง 131 แห่ง ในเดือนตุลาคม 2562 นี้ โดยศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่”

นายสรัชชา กล่าวว่า ล่าสุดจากการประชุมร่วมสภาลมหายใจเชียงใหม่ ที่ประชุมมีมติกำหนดจัดกิจกรรม Car Free Day ณ สวนสาธารณะเจริญประเทศและในเขตเมืองเชียงใหม่ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2562 จัดมหกรรมเรียนรู้สู้ฝุ่น ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2563 พร้อมเร่งรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้ถึงปัญหาและขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

สำหรับกรณีการสร้างหอคอยกรองอากาศขนาดใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่นั้น นายสรัชชา กล่าวว่า มีข้อสรุปใน 2 ทางเลือก คือ จะใช้ระบบโฟโตคาตาลิติก (photocatalytic) ซึ่งในระบบนาโนเทคโนโลยีที่ฝุ่นละอองจะมาเกาะติดกับตัวเครื่องแล้วชะล้างออกด้วยน้ำ เป็นการใช้ระบบการเดินเครื่องด้วยไฟฟ้า หรืออาจจะใช้โซลาร์เซลล์ ซึ่งจะมีความสะอาดโดยไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท ความสูง 15 เมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. และทีมจากเซี่ยงไฮ้ ในการสำรวจพื้นที่ติดตั้งเนื้อที่ 1 ไร่ ครอบคลุม 1-5 ตารางกิโลเมตร เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบินหรืออื่นๆ ซึ่งพื้นที่สวนรุกขชาติห้วยแก้ว ห้วยตึงเฒ่า ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่

“อีกทางเลือก คือ การติดตั้งเครื่องกรองอากาศลักษณะยักษ์เขียว มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เคยนำมาช่วยเชียงใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมเพื่อพัฒนาให้เป็นรูปแบบของเชียงใหม่เอง คาดว่าจะมีมูลค่า 2-3 ล้านบาทต่อเครื่อง เป็นระบบไฟฟ้าสถิตย์ที่เชื่อมต่อกับระบบกรองอากาศแบบง่าย มีประสิทธิภาพกรองอากาศได้ 1,000 ตารางเมตร ข้อดี คือ สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ เหมาะกับชุมชนเขตเมือง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลนครเชียงใหม่ มีแนวคิดนำไปติดตั้ง 4 มุมเมือง ในจุดที่มีค่าฝุ่นละอองหนาแน่นในช่วงฤดูกาล ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำมาใช้ได้ทันในปี 2563 นี้”

นายสรัชชา กล่าวว่า ปีนี้ประเมินสถานการณ์ปัญหาหมอกควันในปีนี้จะดีขึ้น เนื่องจากปีที่ผ่านมาเราลงแก้ไขตอนปัญหาเกิดขึ้นแล้ว แต่ปีนี้จะเริ่มตั้งแต่การป้องกันตามคำสั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ทำตั้งแต่การจัดซื้อหน้ากาก การเตรียมคนป้องกันปัญหา รวมทั้งการรับบริจาคของจากประชาชนจะทำล่วงหน้าผ่านองค์กรประชาสังคมที่มีอยู่ คือ สภาลมหายใจ เขียวสวยหอม และ 20 สถาบันการศึกษาในเชียงใหม่

“มั่นใจว่าในพื้นที่เกษตรที่มีกว่า 20 ล้านไร่ ต้องลดการเผาและภายใน 2 ปี ต้องปลอดการเผา ไม่เพียงการปรับเปลี่ยนพื้นที่การเผาเท่านั้น แต่เราต้องสามารถนำเศษวัสดุทางการเกษตรไปทำประโยชน์และเกิดรายได้ หากทำอย่างจริงจังมั่นใจว่าจะลดจุดความร้อนตามคำสั่งของรองนายกรัฐมนตรีได้แน่นอน” นายสรัชชา กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน