ข่าวด่วน

เชียงใหม่คุมเข้มเทศกาลยี่เป็ง ห้ามปล่อย ‘โคมลอย’ในเขตเส้นทางบินเด็ดขาด พร้อมลุยจับ-ปรับไม่เว้นนักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2562 ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอำนวยการกลาง ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าวเรื่องการขออนุญาตปล่อยโคม และมาตรการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมการบิน ในช่วงเทศกาลยี่เป็งประจำปี 2562 หรือเทศกาลลอยกระทงประจำปีของจังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 9-12 พฤศจิกายน 2562 ว่า จังหวัดเชียงใหม่ออกประกาศเรื่องมาตรการการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ให้สามารถกระทำได้ระหว่างเวลา 19.00-01.00 น. ในวันลอยกระทงเล็กและกระทงใหญ่ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2562 ยกเว้นการปล่อยโคมควันที่ต้องทำระหว่างเวลา 10.00-12.00 น.ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เพียงวันเดียวเท่านั้น

“ข้อกำหนดกระทำขึ้นเพื่อความเรียบร้อยและปลอดภัยของประชาชนและการเดินอากาศ ปีนี้เรามุ่งเน้นในเรื่องการยึดหลักวัฒนธรรมประเพณีที่ถูกต้องคือ โคมควันและผางประทีป แต่ยังคงมีโซนให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสปล่อยโคมลอย โคมไฟ ในจุดที่กำหนดให้เท่านั้น และพยายามลดจำนวนโคมลอย โคมไฟ ลงให้มากที่สุด ซึ่งจะมีผลชัดจนในปีหน้าเมื่อนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้น เพราะปัญหาอัคคีภัยเป็นเรื่องอันตรายที่สุด หากพบประชาชน นักท่องเที่ยว และพ่อค้าเร่ฝ่าฝืนข้อกำหนดจะถูกดำเนินคดีทันทีไม่มีข้อยกเว้น เพราะไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียกรณีเกิดไฟไหม้ชุมชนหรือบ้านเรือน ซึ่งผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ” 

นายคมสัน กล่าวว่า อยากให้ช่วยกันทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวว่า แม้เชียงใหม่จะไม่มีอนุญาตให้ปล่อยโคมลอย โคมไฟ ในจุดสำคัญกลางเมืองและบริเวณใกล้เคียงเส้นทางบิน แต่ด้วยวถีวัฒนธรรมที่ดีงาม ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าอารยธรรมล้านนายังทรงคุณค่าอยู่ ด้วยการตกแต่งบ้านเมืองด้วยโคมและผางประทีบ เข้าใจดีถึงความต้องการของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนที่ถึงกับบอกว่า อยากมาปล่อยโคมลอยสักครั้งในชีวิตที่เชียงใหม่ ซึ่งเราจัดโซนไว้ให้แล้วรอบนอกเขตเส้นทางบิน และอยากให้ช่วยกันลดจากการปล่อยโคม 1 อันต่อ 1 คน เป็น 1 อันต่อ 1 ครอบครัวแทนในอนาคต เพื่อความสุขของชุมชนและนักท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

โดยนายศรัณยู มีทองคำ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้มีประกาศจังหวัดเชียงใหม่ชัดเจนแล้วว่า ไม่อนุญาตให้มีการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศในเขตปลอดภัยต่อการเดินอากาศ 5 อำเภอ คือ อ.เมือง ครอบคลุมทุกตำบล รวม 16 ตำบล อ.หางดง ครอบคลุมทุกตำบล รวม 11 ตำบล อ.สารภี จำนวน 4 ตำบล คือ ขัวมุง ดอนแก้ว ท่าวังตาล และหนองผึ้ง อ.แม่ริม จำนวน 3 ตำบล คือ ดอนแก้ว ริมใต้ และแม่สา ยกเว้น ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่อยู่นอกเขตการเดินอากาศ อ.สันทราย จำนวน 1 ตำบล คือ หนองหาร ยกเว้นธุดงคสถานล้านนา นอกเขตการเดินอากาศเช่นกัน ซึ่งได้ขอให้ทางอำเภอพิจารณาลดจำนวนโคมให้น้อยลงตามความเหมาะสม

“กรณีพ่อค้าเร่ที่มักจะนำโคมออกมาแอบจำหน่ายในพื้นที่กลางเมืองเชียงใหม่ก็จะต้องจับกุม อาทิ ถนนท่าแพ ลานประตูท่าแพ สะพานนวรัฐ และริมแม่น้ำปิง เพราะอยู่ในเขตห้ามปล่อยโคม จึงขอให้ผู้ประกอบการ โรงแรม และที่พัก ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวว่าปล่อยโคมไม่ได้ถูกจับปรับแน่นอน ส่วนพื้นที่ใดที่เคยประกาศจัดงานและขายตั๋วไปแล้วก็ต้องยกเลิกโดยเด็ดขาด และให้ปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งที่ลานเนินนุ่มและหอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์” นายศรัณยู กล่าว

ส่วน เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ ประเสริฐศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี สายการบินต่างๆ จะพิจารณายกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเวลาการบิน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอันตรายต่ออากาศยาน เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวจะมีการปล่อยโคมลอย โดยในปีนี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้มีหนังสือแจ้งไปยังสายการบินต่างๆ แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสายการบิน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิก หรือปรับเปลี่ยนเวลาการบิน ได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ทั้งนี้ในปี 2561 มีเที่ยวบินที่ยกเลิก 88 เที่ยวบิน และปรับเปลี่ยนเวลาการบิน 60 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 148 เที่ยวบิน และคาดว่าจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิกหรือปรับเปลี่ยน เวลาการบินในปี 2562 น่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามสายการบินต่างๆ จะประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและผู้โดยสารทราบล่วงหน้า เพื่อวางแผนการเดินทางที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งปี 2561 มีจำนวนนักท่องเที่ยวหายไปในช่วงยกเลิกและเปลี่ยนเวลาประมาณ 10,000 คน 

“เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนทั่วไปที่ต้องการตรวจสอบว่าพื้นที่นอกเหนือจาก 5 อำเภอ ที่ห้ามปล่อยโคมอย่างเด็ดขาด อยู่ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศหรือไม่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เปิดช่องทาง กลุ่มไลน์เฉพาะกิจ ตรวจสอบพื้นที่ปล่อยโคมลอยจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 8 ถึง 31 ตุลาคม 2562 พร้อมทั้งจะเพิ่มการตรวจเส้นทางวิ่งจาก 4 ครั้งเป็น 10 ครั้งต่อวัน เพื่อความปลอดภัย เพราะอันตรายสูงมากหากมีเศษวัตถุใดๆ หลุดเข้าไปในเครื่องยนต์”

เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ กล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงของปี 2561 มีผู้แจ้งขอปล่อยโคมลอย/โคมควัน ผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ จำนวน 86 ราย จำนวนโคมที่ขอปล่อยทั้งหมด  50,776 ลูก แบ่งเป็นโคมลอย 50,437 ลูก และโคมควัน 329 ลูก โดยมีซากโคมที่ตกในพื้นที่ท่าอากาศยานทั้งหมด 114 ลูก ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและสืบสานประเพณีลอยกระทง ซึ่งเป็นประเพณีที่ดีงามของไทย ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้โดยสารและอากาศยาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการบินและจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนยึดปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 และประกาศจังหวัดเชียงใหม่ปี 2559 อย่างเคร่งครัดต่อไป

ในขณะที่ นายพงษ์ชัย มูลรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ กล่าวว่า จากประกาศของจังหวัดทำให้เกิดความสบายใจมากขึ้นหลังมีการประกาศมาตรการที่ชัดเจนขึ้น แต่ยังมีเรื่องน่าห่วงใยคือ การปล่อยโคมควัน หรือว่าวฮม แม้จะเป็นช่วงเวลา 10.00-12.00 น.ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เพียงวันเดียวเท่านั้น เพราะขนาดที่ใหญ่มาก และบางลูกสามารถลอยอยู่ในอากาศ 2-3 วัน จึงอยากร้องขอให้ประชาชนลดจำนวนการปล่อยให้น้อยลง ใช้กระดาษที่มีสีสันตัดกับสีของฟ้า เพื่อการสังเกตที่ง่ายขึ้นของนักบิน และขอให้ปล่อยตามเวลาที่กำหนดเท่านั้นจริงๆ แต่จะเพิ่มมาตรการสูงสุดเฝ้าระวังให้มากขึ้นเพื่อแจ้งเตือนนักบินให้หลีกเลี่ยง หรือยกเลิกการขึ้นลงของเที่ยวบิน กรณีพบเศษวัสดุอันตราย  

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน