ข่าวด่วน

เชียงใหม่วางแผนเผชิญเหตุ รับมือ ‘หมอกควันไฟป่า-ฝุ่นละอองขนาดเล็ก’ปี2562–2563 หลังนายกฯ ยกเป็นวาระแห่งชาติ ล่าสุดพบ2พื้นที่สำคัญใกล้เมืองPM2.5สูงเกินค่า

วันที่ 4 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมศูนย์ประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมพิจารณาแผนเผชิญเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2563 เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันระดมความคิดเห็นในการจัดทำแผนการจัดการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าให้ครอบคลุมและสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายคมสัน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 และได้สั่งการในการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล ในการมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า และ PM 2.5 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา กองอำนวยการป้องกันและบรรเสาธารณภัยจังหวัด จึงดำเนินการให้สอดคล้องตามข้อสั่งการและแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยได้จัดทำแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมทั้งช่วงก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยระบบบัญชาการเหตุการณ์ตามกลไกพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ในการอำนวยการ สั่งการ ควบคุมและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ PM 2.5 ร่วมกับกฎหมายและแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และให้กำหนดรายละเอียดการแบ่งพื้นที่ ผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ตลอดจนการจัดชุดปฏิบัติการที่สามารถเข้าไปยังจุดที่มีการเผา หรือก่อให้เกิด PM 2.5 เพื่อทำการแก้ไขปัญหาได้อย่างครอบคลุมในทุกพื้นที่

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดทำแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ปี 2562 – 2563 เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน/ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเดือนตุลาคม 2562 – กุมภาพันธ์ 2563 เช่น การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรการทางกฎหมาย เน้นการสร้างความเข้าใจให้เกิดความตระหนักรู้กับประชาชน เยาวชน กลุ่มเปราะบาง ผ่านทุกช่องทางและหลากหลายภาษา รวมทั้งจัดให้เครือข่าย อสม. ของกระทรวงสาธารณสุข ออกประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนรู้ถึงโทษของหมอกควันและไฟป่าแบบเคาะประตูบ้าน คำแนะนำด้านสุขภาพอนามัย การปฏิบัติตนในภาวะหมอกควัน และเตรียมความพร้อมในการจัดหาและแจกจ่ายหน้ากากอนามัย ขณะเดียวกันได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ PM2.5ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดตั้งอาสาสมัครหมู่บ้านดับไฟป่าหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ตลอดจนสั่งการให้ทุกอำเภอจัดทำทะเบียนผู้มีอาชีพเข้าป่าหาของป่า เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเข้าป่า 

ระยะกลาง/ระหว่างเกิดเหตุ ระหว่าง 1 กุมภาพันธ์ 2563 – 30 เมษายน 2563 เช่น การจัดชุดลาดตระเวนและควบคุมไฟป่า เพื่อป้องกันการลักลอบการเผาป่าโดยการลาดตระเวนอย่างบูรณาการประชารัฐ พร้อมกับการประยุกต์ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศภาพถ่ายดาวเทียมในการเฝ้าระวังและรับมือสถานการณ์ โดยจะกำหนดให้มีช่วงเวลาห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ระยะเวลา 61 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2563 หรืออาจพิจารณาขยายระยะเวลาเพิ่มเติมตามความเหมาะสม รวมทั้งจะจัดพื้นที่ปลอดมลพิษ (Safety Zone) ในทุกตำบล เพื่อให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพในภาวะหมอกควัน เป็นต้น

และ 3. ระยะยาว/หลังเกิดเหตุ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป เช่น จัดทำฝายชะลอน้ำ ทำแนวกันไฟป่าเปียกทุกอำเภอ กิจกรรมบูรณาการแก้ไขและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเสียหายจากไฟป่า รวมทั้งการส่งเสริมสร้างชุมชนปลอดการเผาในพื้นที่การเกษตรและแนวทางเกษตรยั่งยืน เพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหา ลดการเผา เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และส่งเสริมอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพมลพิษทางอากาศโดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งค่า PM 2.5 ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน มีเพียง 2-3 พื้นที่ เครื่องวัดคุณภาพฝุ่นของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ www.cmaqhi.org รายงานว่า พบค่าฝุ่น PM 2.5. และ AQI หรือมลพิษทางอากาศอยู่ในระดับสีแดง คือ อากาศไม่ดี ต่อเนื่องมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ และล่าสุดวันนี้วัดได้ที่เทศบาลห้วยทราย อ.สันกำแพง AQI วัดได้ 174 และ PM 2.5 วัดได้ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่เทศบาลหนองป่าครั่ง เขตติดต่อ อ.เมืองเชียงใหม่-สันกำแพง AQI 155 และ PM 2.5 วัดได้ 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการทำอุตสาหกรรมอบไม้มะม่วงเพื่อการทำเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้ง 

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน