น่ารัก ‘ลูกเสือโคร่งขาว’3ตัว สมาชิกใหม่ลูกครึ่งไทย-จีน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีชวนประกวดตั้งชื่อลุ้นเที่ยวฟรี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 กันยายน 2562 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี แถลงข่าวเปิดตัวสมาชิกใหม่ ‘ลูกเสือขาว’ 3 ตัว สายพันธุ์เบงกอลทายาทจ้าวจิ้น ตัวแทนเชื่อมความสัมพันธ์ ไทย-จีน 

โดยนายอนุชา ดำรงมณี กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า ลูกเสือโคร่งขาว ทั้ง 3 ตัว เพศเมียสายพันธุ์เบงกอล เกิดจากพ่อ ‘จ้าวจิ้น’ อายุ 15 ปี ซึ่งได้รับมอบมาจากสวนสัตว์เซียงเจียง เมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2549 เนื่องในวาระครบรอบ 30 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน  ทั้งหมดเกิดจากแม่เด่นเดือน แม่พันธุ์เสือโคร่งขาว สัญชาติไทย วัย 6 ปี เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้รับการเลี้ยงดูในส่วนอนุบาลเสือ ส่วนแสดงไทเกอร์เวิลด์ ในความดูแลของทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด สุขภาพแข็งแรง ซุกซนดีมาก

“สมาชิกใหม่ลูกเสือโคร่งขาว 3 ตัว ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์เสือทั้งหมด 12 ชนิด คือ เสือโคร่งขาว เสือจากัวร์ เสือโคร่งไซบีเรีย เสือโคร่งเบงกอล เสือโคร่งสีทอง เสือโคร่งอินโดจีน เสือชีต้า เสือดาว เสือดำ เสือปลา เสือไฟ และเสือลายเมฆ ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ปัจจุบันคงเหลืออยู่ในโลกเพียง 200 ตัว เท่านั้น แต่ไม่พบหลงเหลือในป่าธรรมชาติ เป็นหนึ่งในสัตว์หายากของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยได้รับการอนุรักษ์และดูแลเป็นอย่างดี ขณะนี้พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความน่ารัก ณ ส่วนอนุบาลเสือ ส่วนแสดงไทเกอร์เวิลด์แล้ว”

นายอนุชา กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างสีสัน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีขอเชิญชวนร่วมประกวดตั้งชื่อให้กับสมาชิกใหม่ทั้ง 3 ตัว เพื่อลุ้นรับรางวัลบัตรเข้าชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จำนวน 1 รางวัล (สำหรับการเข้าชม 4 ท่าน) มูลค่า 1,200 บาท โดยสามารถร่วมตั้งชื่อได้ที่ Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2562

“9เดือนที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยว 650,000 คน คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 230 ล้านบาท เช่นเดียวกับปี 2561 โดยนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นอันดับหนึ่ง 80% รองลงมาคือนักท่องเที่ยวไทยและอื่นๆ 20%  ปี 2563 จะพยายามปรับปรุงและสร้างแลนด์มาร์กใหม่คือ น้ำพุ ด้วยงบประมาณ 130 ล้านบาท สร้างหุ่นรูปสัตว์จากธรรมชาติ ทางวิ่งจักรยานวิบาก ให้มีความสวยงาม ผจญภัย และทันสมัยเพื่อดึงดูดใจนักท่องเที่ยว พร้อมดึงร้านกาแฟอเมซอนและร้านอาหารชื่อดังของเชียงใหม่มาจำหน่ายเพิ่มขึ้น” นายอนุชา กล่าว

สำหรับสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ปัจจุบันย้ายสำนักงานมาตั้งอยู่ที่ สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ตั้งอยู่เลขที่ 33 หมู่ 12 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ มีหน้าที่ในการบริหารจัดการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพื่อมุ่งสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาสที่รองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า โดยในปีนี้ได้รับมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ด้านมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเข้ารับมอบ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา

ผู้ที่สนใจชมความน่ารักของสมาชิกตัวน้อย สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ณ ส่วนแสดงไทเกอร์เวิลด์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีซู โทร. 053-999000  หรือ Line@: nightsafari

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน