โครงการบ้านล้านหลังทำพิษ ผู้เสียหายรวมตัวยื่นศูนย์ดำรงธรรมฯ หลังไร้แววก่อสร้าง คาดเสียหายกว่า100ล้านบาท

วันที่ 10 กันยายน 2562 ว่าที่ร้อยตรี ธณิภณ สังข์ปักษา ทนายความ นำกลุ่มผู้เสียหายจากโครงการบ้านล้านหลังจำนวนกว่า 50 คน เข้ายื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงใหม่  ถึงผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ เพื่อร้องเรียนและขอความช่วยเหลือหลังเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังของรัฐบาล โดยทั้งหมดได้เข้าจองสิทธิ์โครงการในงานที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สาขาเชียงใหม่ จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา โดยมีโครงการบ้านจัดสรรจำนวนมากเข้าร่วมงานและเปิดให้ผู้สนใจจองบ้าน

โดยผู้เสียหายทั้งหมดจองบ้านจากโครงการของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง (บริษัท แกรนทรัพย์ เรียลเอสเตท จำกัด)   ซึ่งนำโครงการบ้านจัดสรร 2 ทำเลมานำเสนอขายในงาน โครงการแรกตั้งอยู่บริเวณด้านหลังโรงเรียนบ้านห้วยเกี๋ยง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ส่วนโครงการที่สองอยู่ในพื้นที่ จ.ลำพูน เสียค่าใช้จ่ายในการจองสิทธิ์ภายในงาน 1 พันบาท และค่าทำสัญญารายละ 29,000 บาท  เบื้องต้นมีผู้สนใจจองบ้านจากบริษัทดังกล่าวนับ 100 ราย แต่ต่อมาผู้เสียหายได้รับแจ้งจากบริษัทว่า ได้ยกเลิกโครงการหมู่บ้านจัดสรรใน จ.ลำพูน คงเหลือเฉพาะโครงการในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ กำหนดก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่าในเดือนมีนาคมทางบริษัทแจ้งว่า มีการยกเลิกโครงการก่อสร้างบนที่ดินหลังโรงเรียนวัดห้วยเกี๋ยง แต่ได้ย้ายมาสร้างบนทำเลใหม่ในพื้นที่หมู่ 11 บ้านป่าไผ่ อ.สันทรายแทน และได้เปิดให้ลูกค้ารายใหม่เข้ามายื่นสิทธิ์จองเพิ่มเติมด้วย พร้อมทั้งแจ้งให้ลูกค้ารายเดิมที่จองสิทธิ์ไว้ว่าหากไม่พอใจในทำเลใหม่ ทางบริษัทพร้อมคืนเงินให้ภายใน 60 วัน แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้แจงยกเลิกแผนการก่อสร้างบ้านจัดสรรบนทำเลใหม่ทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าถูกนายทุนและเจ้าของที่หลอก จึงขอยกเลิกสัญญากับลูกค้าที่จองสิทธิ์ไว้ อย่างไรก็ตามหากใครที่ไม่ต้องการยกเลิกสัญญา บริษัทก็พร้อมจะหาทำเลใหม่ให้

ว่าที่ร้อยตรี ธณิภณ กล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวกันไปติดต่อกับเจ้าของที่ดิน จนกระทั่งทราบความจริงว่า บริษัทไม่เคยมาทำสัญญาซื้อขายที่ดินที่กล่าวอ้างว่าจะนำมาพัฒนาเป็นหมู่บ้านจัดสรรแต่อย่างใด ทั้งหมดจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงรวมตัวกันมาปรึกษาทนายความ พร้อมกับเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงใหม่ ขณะเดียวกันในส่วนของเจ้าของที่ดินที่ถูกกล่าวอ้าง ก็ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่โจ้แล้วเช่นกัน มูลค่าความเสียหายเกิดขึ้นจากการจองสิทธิ์และทำสัญญาจองบ้านครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท  ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่ต้องการมีบ้านอยู่อาศัย จึงได้เข้าร่วมโครงการที่รัฐบาลจัดขึ้น  ที่ผ่านมาได้ติดต่อสอบถามไปยัง ธอส. ก็ได้รับคำตอบว่า บริษัทที่เข้าร่วมโครงการมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงได้เปิดให้เข้าร่วมงาน

นายเต๋า หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า สาเหตุที่ตัดสินใจจองบ้านกับบริษัทนี้ เพราะเห็นว่าน่าจะผ่านการคัดเลือกแล้ว และภายในงานก็มีผู้สนใจจองสิทธิ์เป็นจำนวนมากจึงทำให้น่าเชื่อถือ โดยบ้านที่บริษัทนำมาเสนอขายเป็นบ้านแฝดและทาวน์โฮม เนื้อที่ 22 ตารางวา ภายในโครงการมีทั้งฟิสเนต และร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่ แต่หลังจองสิทธิ์และทำสัญญาไป กลับไม่มีการก่อสร้างตามแผน แต่กลับเรียกให้ผู้จองเริ่มผ่อนชำระค่างวดเงินดาวน์เพิ่มเติม

หลังจากนั้นกลุ่มผู้เสียหายทั้งหมดได้เดินทางไปแจ้งความเพิ่มเติมที่ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย  เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าของโครงการ รวมทั้งเรียกร้องขอเงินจองและทำสัญญาคืนทั้งหมด เพื่อนำไปจองโครงการบ้านอื่นแทน

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน