เชียงใหม่แถลงเปิด ‘สภาลมหายใจ’ผนึกพลังองค์กรประชาชน-เอกชน-วิชาการ สู้ฝุ่นมรณะ

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 9 กันยายน 2562 ที่โรงแรมเชียงใหม่ ออคิด อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ สมาชิกจาก 30 องค์กรประชาสังคม 5 องค์กรเอกชน และ 3 องค์กรวิชา จำนวนกว่า 30 คน ร่วมกันแถลงข่าวการก่อตั้ง ‘สภาลมหายใจเชียงใหม่’ เพื่อการมีอากาศสะอาดสำหรับทุกคน โดยนายบัณรส บัวคลี่ กล่าวในนามคณะประสานงานพลังชาวเชียงใหม่ ว่า หลังเกิดปัญหาฝุ่นควันมลพิษอากาศต่อเนื่องมาเกินสิบปี ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคมของชาวเชียงใหม่-ลำพูน รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวภาคเหนือตอนบนอีกหลายจังหวัด ด้วยความซับซ้อนทั้งในแง่ความรู้ ความเข้าใจ ความเชื่อ พฤติกรรม และข้อจำกัดมากมายหลายปัจจัย โดยเฉพาะวิกฤติล่าสุดเมื่อต้นปี 2562 สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรง จำเป็นต้องใช้พลังของทุกภาคส่วนร่วมกัน และไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใดจะแบกรับได้ การจะแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืนต้องอาศัยพลังของสังคมทั้งมวลร่วมกันผลักดัน

“ทุกภาคส่วนจึงมีแนวความคิดก่อตั้งสภาลมหายใจเชียงใหม่ขึ้น โดยมีบุคคลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับปัญหามลพิษฝุ่นควันหลายภาคส่วน ทั้งภาคสาธารณสุข ภาควิชาการ ภาคเอกชน (กกร.) และภาคประชาชนว่าจำเป็นต้องรวมพลังประชาสังคมให้เป็นเอกภาพ เพื่อร่วมผลักดันการแก้ปัญหาในทุกระดับ ทั้งระยะเฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว มุ่งไปสู่เป้าหมายทำให้สังคมของเรามีอากาศสะอาดทุกฤดูกาล โดยมีเป้าหมายการมีอากาศสะอาดสำหรับทุกคน”

นายบัณรส กล่าวว่า กุญแจสำคัญของการแก้ปัญหาคือ มาตรการและกลไกรองรับ และวิธีการแก้ไขจากความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยในเดือนตุลาคมที่จะถึงจะมีการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการทำงานและขยายเครือข่ายความร่วมมือให้เพิ่มขึ้น เพราะเราเชื่อว่าปัญหามลพิษฝุ่นควันสามารถแก้ไขได้ โดยต้องมองปัญหาในระยะยาวและมุ่งการแก้ไขอย่างยั่งยืน และต้องใช้มาตรการผลักดันทางสังคม ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการทางกฎหมายและปฏิบัติการของราชการ บทบาทของสังคมในการรณรงค์ ผลักดัน ทำความเข้าใจกันและกัน เป็นหน้าที่ร่วมกันของประชาชนทุกภาคส่วน

“เราเห็นว่าการมุ่งแก้ปัญหาที่การดับไฟ/ระงับการเผาในช่วงเวลา 3 เดือนของระยะเผชิญเหตุยังไม่เพียงพอ ต้องมีการทำงานต่อเนื่องระยะยาว มุ่งที่การแก้ต้นตอในระยะกลางและระยะยาวพร้อมกัน เพราะลึกลงไปในปัญหาฝุ่นควันมีความขัดแย้งมากมายในทุกมิติและทุกระดับของสังคม สภาลมหายใจเชียงใหม่จะใช้แนวทางหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างกัน แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง หนุนเสริม เสนอแนะ ผลักดัน และปฏิบัติการบนพื้นฐานของความร่วมมือ มองผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยคิดออกแบบโครงการที่มุ่งประสานความเข้าใจระหว่างประชาชนในเมืองและชนบท มุ่งลดต้นตอแหล่งกำเนิดมลพิษจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าทั้งจากในเมืองและชนบท รณรงค์ให้สังคมเห็นภยันตรายจากปัญหานี้ และมองผลกระทบในภาพรวมของปัญหานิเวศแอ่งเชียงใหม่-ลำพูน ที่มีความสามารถระบายอากาศของเสียลดลง”นายบัณรส กล่าว

น.พ.ชายชาญ โพธิรัตน์ จากภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลทางวิชาการพบว่า ในปี 2552 มีตัวเลขผู้เสียชีิวิตทั่วประเทศจากฝุ่นมรณะจำนวน 38,410 คน สูงเป็น 4 เท่าของการเกิดอบุติเหตุ และทำให้ประชากรมีอายุสั้นลง 0.98 ปี ในขณะที่ภาคเหนือปี 2560 เสียชีวิต 93 ศพ มี 2561 เสียชีวิต 107 ศพ และมี 2562 เสียชีวิต 225 คน เป็นตัวเลขก้าวกระโดดหรือเพิ่มขึ้น 60% จากโรคหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ และติดเชื้อ ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักและคิดให้ออกว่าจะแก้ไขปัญหาฝุ่นมรณะที่ทำให้คนเสียชีวิตจริงๆ นี้อย่างไร โดยไม่คำนึงเพียงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและจิตวิทยาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สภาลมหายใจเชียงใหม่ มีกำหนดการปิดประชุมสภาลมหายใจ ครั้งที่ 1 ในเดือนตุลาคม 2562 เพื่อประกาศข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับรัฐบาล แถลงกิจกรรมและทิศทางการต่อสู้กับปัญหาฝุ่นควันในปี 2563 พร้อมเริ่มกิจกรรมระยะแรก ด้วยการผลักดันมาตรฐานค่าเตือนภัยมลพิษอากาศ โดยชาวเชียงใหม่จะใช้มาตรฐานคุณภาพอากาศที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ เพราะมีมาตรฐานเข้มงวดกว่ามาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ รณรงค์ใช้คำว่า ‘ฝุ่นควัน’ แทนหมอกควัน เพื่อให้สังคมเกิดความตระหนักต่อพิษภัยจากฝุ่นละอองขนาดเล็กมากขึ้น

ทั้งนี้ยังเตรียมสานต่อโครงการเขียวสู้ฝุ่นปลูกต้นไม้ล้านต้น โครงการแม่แจ่มโมเดลพลัส ปลูกไผ่ โครงการเห็ดเพาะลดพื้นที่เผา โครงการชิงเก็บ-ใช้ประโยชน์จากใบไม้ ยึดหลักการ เข้าถึง เข้าใจ สมานฉันท์ เพื่อสร้างชีวิตและนิเวศอย่างยั่งยืน โครงการสถานีเรียนรู้ สู้ภัยฝุ่น สถานีเตือนภัยระดับชุมชน  กาสะลอง ซ้องปีป สู้ฝุ่น เวิร์คชอบ ต้นไม้สู้ฝุ่น โครงการ Green Volunteer, Big Tree in Town  เก็บขยะ รักษาแม่น้ำปิง จากต้นน้ำปิง-เชียงใหม่ วิ่งสู้ฝุ่น เชียงดาว-เชียงใหม่ และแคมเปญแข่งกันเขียว 

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน