‘Mahanakhon Skywalk’ แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร จุดชมวิวสูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารรสเลิศ ‘Mahanakhon Bangkok Skybar’โดยเชฟระดับโลก

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ‘สำนักข่าวเห็ดลม’ เดินทางไปเปิดประสบการณ์ใหม่ King​Power Mahanakhon Media Fam Trip ด้วยการเยี่ยมชมโครงการ คิง เพาเวอร์ มหานคร – KING POWER MAHANAKHON ซึ่งเก๋และเท่มาก บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก มหานคร ซึ่งแม้จะอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ แต่มีบริการที่จอดรถ และยังสามารถเข้าถึงง่าย เพียงเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงที่สถานีช่องนนทรี ทางออกหมายเลข 3 ก็ถึงเลย

อาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร คือ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางกรุง

เราเช็คอินกันที่ชั้น 1 มหานคร สกายไรด์ – MAHANAKHON SKYRIDES ด้วยการลองเครื่องเล่น VR (Virtual Reality) รูปแบบใหม่ จำลองการโดดร่มเสมือนจริง มีให้เลือกตั้งค่าเที่ยวบินไปที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ หรือทุ่งซาฟารี ทะเลทราย และอวกาศ ผู้เล่นสามารถบังคับเส้นทางการบินได้ด้วยตนเอง เพิ่มความสมจริงด้วยระบบกลไกที่ผสมผสานระหว่างการเคลื่อนไหว เสียง และกระแสลมผ่านสัมผัสต่างๆ เรียกว่าเป็น 2 นาทีที่ไม่ควรพลาด  และน่าจะเป็นเกมที่นิยม แต่สำหรับเรารู้สึกหวาดเสียว และชนตึกสูง..ระเนระนาด ไปเลย (ฮา)

ส่วนชั้น 2-4 เป็นคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี และร้านค้าปลีก – KING POWER DUTY FREE AND RETAIL SHOPS ศูนย์รวมสินค้าปลอดภาษีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก สินค้าที่ระลึกพิเศษเฉพาะ มหานคร สกายวอล์ค สินค้าภูมิปัญญาไทยคุณภาพระดับสากล พร้อมสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายอีกมากมายสบายกระเป๋าคะ

แล้วการผจญภัยจริงๆ ก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเราผ่านล็อบบี้และจุดจำหน่ายบัตร เพื่อขึ้นไปชมมหานคร สกายวอล์ค – MAHANAKHON SKYWALK ด้วยการเดินผ่านเส้นทางที่ตกแต่งสไตล์เก๋ สีสันสดใส ด้วยเรื่องราวของกรุงเทพมหานคร พร้อมมุมบริการถ่ายภาพบรรจุกรอบที่ระลึก ก่อนก้าวเท้าเข้าสู่ลิฟท์ที่มีระบบมัลติมีเดียและมีความเร็วสูงภายในเวลาไม่เกิน 50 วินาที ไปยังชั้น 74 แบบไม่ทันตั้งตัว

บนชั้น 74 เป็นจุดชมวิวภายในอาคาร หรือ Indoor Observation Deck เป็นความเพลิดเพลินไปกับความงามของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพมหานคร ทั้งด้วยสายตาแบบ 360 องศา และผ่านระบบเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) กล้องส่องทางไกล และจอระบบสัมผัส เพื่อเปิดมุมมองกรุงเทพมหานครในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

และยังสามารถเลือกซื้อโปสการ์ดหย่อนใส่ตู้ไปรษณีย์สีแดงสดบนอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย ส่งไปถึงเพื่อนหรือครอบครัวที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ พร้อมชมงานศิลปะชิ้นสวย Gift of Life ผีเสื้อเริงระบำ ของศิลปินระดับโลก เก๋ ซะไม่มี 

ส่วนชั้น 75 เป็นส่วนของบริเวณชั้นลอย จุดขึ้น-ลง-ลิฟท์แก้ว และห้องน้ำที่รังสรรค์เพื่อแขกคนพิเศษจริงๆ ซึ่งวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา แม้จะเป็นวันอังคารก็ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศค่อนข้างแน่น ฮิตติดลมบนทีเดียว ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ที่มีเมืองหลวงสวยติดอันดับโลก 

ไฮไลท์สำคัญของ KING POWER MAHANAKHON คือ การเดินไต่บันไดกระจกใสสู่ชั้น 78 ซึ่งเป็น​ชั้นดาดฟ้า และจุดชมวิวภายนอกอาคาร ตื่นเต้นกับพื้นกระจกลอยฟ้า หรือ Glass Tray บนความสูงเหนือพื้น 310 เมตร กว้าง 63 ตารางเมตร แต่สำหรับเราขอเรียกว่า ‘กระจกวัดใจ’ น่าจะได้อารมณ์ของความท้าทายดีที่สุด เพราะต้องตัดสินใจเด็ดเดี่ยวก้าวเท้าลงไปเหยียบบนกระจกใสแจ๋ว ที่มองเห็นตึกสูงเรียงราย รถยนต์ รถไฟฟ้าที่วิ่งขวักไขว่บนถนนที่อยู่ด้านล่างนั่น…

ตื่นตาไปกับจุดชมวิวสูงสุดที่ยืนได้ในกรุงเทพมหานคร เดอะ พีค (The Peak) ที่มีความสูงเหนือพื้นถึง 314 เมตร ลมพัดเย็นสบาย ดื่มด่ำกับความสวยงามของกรุงเทพมหานครแบบรอบทิศ พร้อมจิบเครื่องดื่มและค็อกเทลสูตรพิเศษจาก รูฟท็อปบาร์ – Rooftop Bar ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ไปพร้อมๆ กัน เท่ไปเลย

และที่อยากแนะนำ มหานคร แบงค็อก สกายบาร์ – MAHANAKHON BANGKOK SKYBAR ชั้น 76-77 ห้องอาหารและบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ความลงตัวของที่นั่งภายในอาคารขนาด 130 ที่นั่ง ภายนอกอาคารขนาด 82 ที่นั่ง และเลาจน์วีไอพี ที่เปิดให้บริการอาหารค่ำ เพื่อสัมผัสกับทัศนียภาพสุดประทับใจ ด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลคดเคี้ยวผ่านบ้านเรือนหลังเล็ก อาคารสูง และโบราณสถานที่สวยงาม โดยเฉพาะ..วัดอรุณราชวราราม หรือ วัดแจ้ง ที่โดดเด่นท่ามกลางแสงดาวบนดินและบนฟ้าที่สาดประกายระยิบระยับใส่กัน

ภายในห้องอาหาร มหานคร แบงค็อก สกายบาร์ ตกแต่งหรูหราและทันสมัย ฝีมือ Tristan Auer จาก Wilson Associates ’ Paris Atelier ที่มีความโดดเด่นและสง่างามแบบฝรั่งเศสผสานความวิจิตรแบบไทยอย่างลงตัว เพียงมองผ่านอุโมงค์ประตูไม้แสนอบอุ่น ที่เผยให้เห็นการตกแต่งภายในที่แสนประณีต ด้วยโคมไฟเข้ากับหน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน บอกเล่าเรื่องราวของนักเดินทางผู้รักการผจญภัย ผ่านปฏิมากรรมรูปหัววัวกระทิงที่ตั้งตระหง่านต้อนรับผู้มาเยือน หน้าปกหนังสือโบราณจากฝรั่งเศส เครื่องปั้นดินเผาชั้นดีจากญี่ปุ่น และลายเส้นอันพลิ้วไหวบนโถกระเบื้อง ก่อนนำเข้าสู่โถงบาร์หินอ่อนสีขาวด้านใน ส่วนพื้นที่กลางแจ้งด้านนอกได้รับการเนรมิตให้เป็นบรรยากาศของป่าดงดิบ เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ให้ความรู้สึกราวกับป่าบนท้องฟ้า

Tristan Auer  กล่าวถึงความรู้สึกไว้ว่า มหานคร แบงค็อก สกายบาร์ ออกแบบโดยคำนึงถึงความสมดุล ทั้งในแง่ของความงดงามทรงพลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งความรู้สึกอบอุ่นเป็นมิตรสำหรับผู้มาเยือน ประหนึ่งธรรมชาติที่เป็นดั่ง..โอเอซิส บนท้องฟ้า ซึ่งเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้นำผลงานการออกแบบมาสร้างสรรค์ให้เป็นจริง

‘มหานคร แบงค็อก สกายบาร์’ จะเป็นประสบการณ์ใหม่กับชาวไทยเเละนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยบริการเมนูประทับใจที่ผสานความเป็นตะวันตกและเอเชีย ที่มีเอกลักษณ์และพิถีพิถันทุกขั้นตอน โดยเชฟ Joshua Cameron เชฟมีระดับจากห้องอาหารชื่อดังระดับมิชลินสตาร์ในนิวยอร์ก อาทิ ร้าน Eleven Madison Park ร้าน Aska และ Betony รวมทั้งได้รับความไว้วางใจให้ดูแลเรื่องอาหารสำหรับการจัดงานเลี้ยงส่วนตัวให้แก่บุคคลสำคัญชั้นนำของประเทศอเมริกา

เมนูเด่นของเชฟ Joshua  มาจากแรงบันดาลใจจากความหลงใหลในการเดินทาง เพื่อค้นหารสชาติและวัตถุดิบใหม่ๆ จากทั่วทุกมุมโลก มาต่อยอดเป็นเมนูอาหารที่มีเสน่ห์โดดเด่น เหมาะกับการลิ้มรสคู่เมนูค็อกเทล และไวน์ธรรมชาติชื่อดังที่มีให้เลือกกว่า 100 ชนิด ได้แก่ พานาคอตต้าหอยเม่น (Uni Panna Cotta) ที่เกิดจากการผสมผสานกันของวัตถุดิบจากญี่ปุ่น และเทคนิคของการทำอาหารจากฝรั่งเศส ในขณะที่กลิ่นอายของอาหารสเปนได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเมนูอย่าง Iberico Ham และ Croquetas รวมทั้ง มหานคร เบอร์เกอร์ (Mahanakhon Burger) ซึ่งเกิดขึ้นมาจากความชื่นชอบในอาหารอเมริกันสมัยใหม่ ที่แม้จะดูเป็นเมนูเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยรสชาติอันซับซ้อนนุ่มลึกซ่อนอยู่ภายใน

วันนั้น Joshua รังสรรค์เมนูสุดชิค โดยการเรียกน้ำย่อยด้วย เครื่องดื่มเย็นเฉียบสีสวย และขนมปังย่างเกรียมเสิร์ฟคู่กับทาร์ทาร์ซอสแซลมอน  แค่เริ่มต้นก็..อร่อย 

ตามมาด้วย Mr. JEAN-PAUL, NORMANDY OYSTERS – หอยนางรมสด ส่งตรงมาจากแคว้นนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส เสิร์ฟเย็นพร้อมมัลเบอร์รี่ดอง และเสิร์ฟร้อนกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด จัดวางเรียบง่ายแต่ดูหรูหราอย่างไม่น่าเชื่อบนเกลือเม็ดสีขาว บอกได้คำเดียวว่า ที่สุดในสามโลก

เมนูไก่อบ – STUFFED WHOLE FREE RANGE CHICKEN 2 ชิ้นใหญ่ ชิ้นซ้ายมือยัดไส้กระเทียมดำ ส่วนขวารสนุ่มๆ เคียงมากับเบบี้แครอทราดซอสสีขาว ที่เชฟ Joshua ยกออกมาเซอร์ไพรส์เราด้วยตัวเอง ชนิดควันพวยพุ่ง รสชาติละมุนลิ้นชนิดลืมกลืน แบบนี้แหละที่เรียกว่า อร่อยขั้นเทพ 

ลาบเป็ด โดดเด่นทั้งตัวเนื้อเป็ดนุ่มๆ รสนัวได้ใจ พร้อมเครื่องเคียงกระหล่ำปลีดอง และข้าวเกรียบ ที่เข้ากันอย่างลงตัว แม้จะมองดูธรรมดา แต่รสเลิศล้ำ เหนือคำบรรยาย เฮ้อ อร่อย..ได้อีก

ปิดท้ายด้วย ของหวาน ที่รอลุ้นว่า เมื่อเชฟทำคาวได้ดีขนาดนี้ จะทำหวานได้อร่อยขนาดไหนน๊า.. KAFFIR CHEESE CAKE ชีสเค้ก ที่เสริฟ์มาบนจาน แค่มองก็รู้ว่า..ไม่ผิดหวัง เชฟบอกว่า เลือกวัตถุดิบมาจากสิ่งที่ชื่นชอบในความเป็นไทย นั่นคือ มะกรูด แก้วมังกร เสาวรส และมะม่วง ซึ่งพอชิมแล้ว ต้องร้อง..ว๊าว กลิ่นหอมของมะกรูดและแก้วมังกร ซอสเสาวรส รับประทานคู่กับไอศกรีมมะม่วงและมังคุดสด ทำให้ดินเนอร์ค่ำนั้นสมบูรณ์ที่สุด

สนใจสัมผัสคุณค่าที่คุณคู่ควรตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ www.mahanakhonbangkokskybar.com หรือหมายเลขโทรศัพท์ 02-677-8722

ส่วนราคาบัตรเข้าชมตึกลายพิกเซลนั้น มี 2 ประเภท ได้แก่ มหานคร สกายวอล์ค – จุดชมวิวภายในอาคาร (ชั้น 74) ราคาบัตรผู้ใหญ่ 765 บาท ราคาบัตร เด็ก/ผู้สูงอายุ *เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 250 บาท ส่วนมหานครสกายวอล์ค และรูฟท็อป จุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร (ชั้น 74 และชั้น 78) ราคาบัตรผู้ใหญ่ 965 บาท ราคาบัตร เด็ก/ผู้สูงอายุ *เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 450 บาท และเครื่องเล่นมหานคร สกายไรด์ 250 บาทต่อ2นาที นะจ๊ะ

หรือหากจะขึ้นไปรับประทานอาหาร ก็สามารถชมทุกสิ่งได้ฟรีทันที ลองเข้าไปติดตามข่าวสาร ข้อมูล โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ ของคิง เพาเวอร์ มหานคร ได้ที่ Instagram, Facebook, YouTube, Twitter : King Power Mahanakhon หรือที่ https://kingpowermahanakhon.co.th

มามะ ไปปักหมุดกัน..แล้วจะรู้ว่า..มิตรภาพบนที่สูง นั่นมีจริง

จินตนา กิจมี เรื่อง / ขวัญดาว จิตรพนา ภาพ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน