ข่าวด่วน

รมว.อุดมศึกษาฯเยี่ยม ‘ศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านควอนตัม’ มช.ทุ่ม100ล้านดึงนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี

วันที่ 30 สิงหาคม 2562 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอดุมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะยี่ยมชม ‘ศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านควอนตัม’ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ซึ่งประกาศความพร้อมโครงการจัดตั้งศนูย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีควอนตัม โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักวิจัยและนักศึกษา ร่วมรับฟังนโยบายและหารือแนวทางการพัฒนาองค์ความรู้

ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า เทคโนโลยีควอนตัมเป็นเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 ที่โลกกำลังให้ความสนใจ เพราะทุกอย่างในอนาคตจะถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ แม้แต่รถยนต์ในอนาคตก็ต้องควบคุมด้วยเทคโนโลยี ไม่ใช่น้ำมันอีกต่อไป ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือ เพราะในอนาคตเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาในชีวิตของเราอย่างเต็มตัว ประเทศไทยจะต้องมีสถาบันเทคโนโลยีควอนตัมระดับชาติ เพื่อสร้างระบบนิเวศควอนตัมที่สมบรูณ์ ภายใต้เครือข่ายของนักวิจัยกันเทคโนโลยีและการลงทุน จากภาคอุตสาหกรรมผ่านการประสานงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ต่างๆ โดยมีเป้าหมายหลัก 2 ประการ คือ สร้างความเข้มแข็งในการพฒันาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศ ทั้งในแง่ความรู้ฐานราก ในแง่การตื่นตัว และโอกาสของทุนสมองรุ่นใหม่ และในแง่ศักยภาพของการพึ่งพาตนเองในด้านวิจยั และพัฒนา อันจะนำไปสู่เป้าประสงค์หลัก คือ การสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีควอนตัม เพื่อนำประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางด้วยระบบเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมระดับสูง

ดร.สุวิทย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนนักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ซึ่งรวมถึงนักเรียนทุนโอลิมปิกฟิสิกส์ ที่ได้รับการฝึกทักษะด้านเทคโนโลยีควอนตัมในต่างประเทศ ได้กลับมาาปฏิบัติงานในประเทศไทยแล้วกว่า 16 คน นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยหลังปริญญาเอกและนักวิจัยที่กำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศอีกจำนวนกว่า 21คน ทั้งนี้หากนับรวมนักศึกษาระดับปริญญาโท-เอก ภายในประเทศด้วย ตัวเลขนักวิจัยควอนตัมในประเทศไทยจะเกินกว่า 50 คน ถือว่าเพียงพอที่จะเป็นบ่อเกิดของกระบวนการรังสรรค์นวัตกรรมฐานเทคโนโลยีควอนตัมในประเทศไทย

ด้าน ผศ.ดร.วรานนท์ อนุกูล หัวหน้าห้องปฎิบัติการวิจัยทัศนศาสตร์เชิงอะตอมควอนตัมและอาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีควอนตัม เพื่อสร้างต้นแบบและนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (deep technology) ซึ่งสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน รวมไปจนถึงการสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ ตลอดจนธุรกิจบ่มเพาะอันอาจจะเกิดขึ้นจากต้นแบบนวตักรรมนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมควอนตัมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการเตรียมพร้อมการสถาปนาสถาบนัเทคโนโลยีควอนตัมระดับชาติในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเป็นรากฐานแกนกลางของการพัฒนาเทคโนโลยีในทุกสาขาอย่างก้าวกระโดดในยุคการปฏิวัติอตุสาหกรรมครั้งที่ 4 อย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไป โดยเริ่มต้นจากปี พ.ศ.2563 เป็นต้นไป ด้วยงบการลงทุนเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 100 ล้านบาท ผนวกกับแผนงานด้านการรวบรวมวิจัยฟิสิกส์ วิศวกรรม วิศวกร และนักเทคโนโลยีควอนตัม จำนวนมากถึง 17-20 อัตรา จะทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างประโยชน์จากงานวิจัยควอนตัมของประเทศไทยที่สามารถดำเนินการได้ทันที

“ที่สำคัญเทคโนโลยีควอนตัม ได้ส่งเสริมและสร้างแพลตฟอร์มการทำงานให้กับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างภาคมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมมาระยะหนึ่งแล้ว ในการสนับสนุนให้เทคโนโลยีควอนตัมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้น การส่งเสริมให้เกิดสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ผู้ประกอบการรุ่นใหมที่ใช้นวัตกรรมในการสร้างงาน เป็นต้น” ผศ.ดร.วรานนท์ กล่าว

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน