รวบ2ผัวเมียเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวบังหน้า ลอบขนยาบ้า1ล้าน-ไอซ์10กก. อ้างติดหนี้นอกระบบ

วันที่ 20 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นร้านขายก๋วยเตี๋ยว ตั้งอยู่ภายในศูนย์กระจายสินค้าเกษตรภาคเหนือ ซึ่งเปิดเป็นสถานที่รับลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว ถนนคลองชลประทาน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่  พร้อมควบคุมตัว น.ส.กาวี กมลผาด อายุ 48 ปี  และนายสุพาชัย กลมผาด อายุ 49 ปี  สองสามีภรรยาเจ้าของร้าน โดยขณะตรวจค้นพบกระสอบที่ถูกคลุมปิดด้วยสแลนสีดำอยู่ภายในร้านและด้านหลังร้าน ตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 5 กระสอบ รวมประมาณ 1 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 10 กิโลกรัม  จึงยึดยาเสพติดของกลาง พร้อมรถยรนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ยก 3262 เชียงใหม่ และรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน งต 5420 เชียงใหม่ ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวสองสามีภรรยามาสอบสวนเพื่อขยายผล

พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวผลการจับกุมว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า น.ส.กาวี มีอาชีพเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวกับสามีบังหน้า แต่มีพฤติกรรมลอบขนส่งยาเสพติดจากชายแดนและนำมาพักไว้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว เพื่อรอให้เครือข่ายมารับและส่งต่อไปจำหน่ายยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ โดยกลุ่มผู้บงการเป็นกลุ่มไทยใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมมานาน โดยช่วงเช้ามืดวันนี้สายรายงานว่า น.ส.กาวีขับรถกระบะออกมาจากบ้านที่ อ.สันทราย มุ่งหน้าไปทางสี่แยกแม่มาลัย อ.แม่แตง และจอดแวะริมทางซึ่งเป็นเส้นทางเปลี่ยว ก่อนจะมีกลุ่มชายฉกรรจ์ขนกระสอบใส่ไว้ท้ายกระบะและที่นั่งแค๊ปด้านหลังรถ จากนั้น น.ส.กาวีได้ขับรถกระบะกลับเข้ามาที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะช่วยกันกับสามีขนกระสอบลงมาซุกซ่อนไว้ภายในร้าน จากนั้นก็เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวตามปกติ

“จากการสอบปากคำ น.ส.กาวี ให้การว่า เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวกับสามีมานานกว่า 3 ปี แต่เงินไม่พอใช้ เพราะต้องส่งเสียลูกเรียนหนังสือ จึงไปกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายหมุนเวียนในครอบครัว  ต่อมาได้รู้จักกับลูกค้ารายหนึ่งที่มาทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านประจำ ชื่อ นายจอก้า ชาวไทยใหญ่ และเป็นนายหน้านำแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียน  โดยนายจอก้าชักชวนให้ตนเองขนยาเสพติด ครั้งแรกให้ไปรับยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่ริม มาส่งให้ลูกค้าที่ตลาดค้าส่งกลางเมืองเชียงใหม่ ได้รับค่าจ้าง 2 หมื่นบาท แต่เงินก็ไม่พอใช้ เพราะต้องส่งดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบร้อยละ 20 ถึงวันละ 500 บาท จึงตัดสินใจรับจ้างขนยาเสพติดอีกครั้ง กระทั่งถูกตำรวจจับกุมตัวได้ เบื้องต้น น.ส.กาวี รับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดเพียงคนเดียว สามีไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด และอยากให้สามีกลับไปดูแลลูกที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.6

พล.ต.ต.สุรพล ระบุว่า เครือข่ายนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มว้าใต้ และกลุ่มไทยใหญ่ ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นผู้รับจ้างขนเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ และเตรียมขยายผลถึงเครือข่ายที่ร่วมขบวนการ โดยเฉพาะนายจอก้าที่เป็นชาวไทยใหญ่ เพราะจุดที่พักยาเสพติดเป็นสถานที่ราชการ ที่เปิดเป็นจุดรับลงทะเบียนบุคคลต่างด้าวด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีสองสามีภรรยาในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอบเพื่อจำหน่าย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินคดีตามกฏหมาย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน