ม.ล.ปนัดดา เผย ‘สมเด็จฯกรมพระยาดำรงฯ’ ทรงโปรดดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ

วันที่ 17 สิงหาคม 2562 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา/ประธานพิพิธภัณฑ์และหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ปาฐกถาพิเศษ เช้าวันนี้ ณ วังวรดิศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ให้แก่ลูกหลานเยาวชน ครูอาจารย์ ซึ่งต่างล้วนแปลกใจ ด้วยไม่เคยทราบมาก่อนว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีความสนพระทัยด้านการดนตรี ไม่น้อยไปกว่าทางด้านวิชาการอื่นๆ และงานมหาดไทย

ซึ่ง ม.ล.ปนัดดา ได้ตอบข้อซักถามที่ลูกหลานเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา มีความตั้งใจในการรับฟังและร่วมสนทนาอย่างน่าชื่นชมยินดียิ่งว่า ทรงสอนว่าดนตรีทำให้คนมีความสุข จากทุกข์ก็ทุกข์น้อยลง จากคิดอะไรไม่ดี คิดอะไรไม่ออก ก็จะกลับฟื้นคืนดี คิดได้ อะไรผิดอะไรถูก หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ผู้เป็นท่านย่าของผม ทรงเล่าประทานแก่ผมเมื่อครั้งคุณพ่อ (หม่อมราชวงศ์สังขดิศ ดิศกุล) ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศสมาพันธรัฐสวิสว่า… ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 สมเด็จฯกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ขณะที่ทรงเป็นนายกราชบัณฑิตยสภา ได้ทรงริเริ่มและดำเนินงานบันทึกเพลงไทยเป็นตัวโน้ตสากลขึ้นเป็นครั้งแรก โดยความร่วมมืออย่างดียิ่งของอัครราชทูตเยอรมนีประจำสยาม และครูทางดนตรีทุกฝ่าย ทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงใช้ท้องพระโรงวังวรดิศ ถนนหลานหลวง เป็นสถานที่ดำเนินงานตามพระดำริ ท้องพระโรงวังวรดิศนี้ ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเสมือนสำนักงาน ก.พ. ที่ทำทุกเรื่อง สารพัดเรื่อง ที่กระทรวงและส่วนราชการอื่นยังไม่ได้ริเริ่มทำ อันเป็นสิ่งใหม่ๆ ของประเทศ นอกจากเพลงไทยจะได้รับการจารึกตามระบบมาตรฐานดนตรีสากลแล้ว ยังมีการบรรเลงเพลงบันทึกแผ่นเสียงเป็นครั้งแรกอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งได้ใช้กันมานานมากจนกระทั่งมีวิวัฒนาการเปลี่ยนเป็นระบบ compact disk เพิ่มพูนความเป็นโลกสมัยใหม่เรื่อยมาในปัจจุบัน

ม.ล.ปนัดดา เล่าต่อไปว่า หลักฐานปรากฏความตามหนังสือของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีถึงเจ้าพระยาวรพงศพิพัฒน์ เสนาบดีกระทรวงวัง แสดงออกถึงความรู้สึกที่ทรงห่วงใยในเรื่องดนตรีไทย อันถือเป็นมรดกสำคัญของชาติ ไว้ดังนี้ 

ที่ 24/516 วันที่ 27 มกราคม พุทธศักราช 2473 แจ้งความยัง ท่านเจ้าพระยาวรพงศพิพัฒน์ เสนาบดีกระทรวงวัง ด้วยราชบัณฑิตยสภาปรารภว่าเพลงปี่พาทย์มโหรีของไทยฝึกหัดและรักษากันมาแต่ด้วยความทรงจํา เป็นเหตุให้เพลงปี่พาทย์มโหรีของเก่าสูญไป มีเหลืออยู่แต่ชื่อเป็นอันมาก น่าเสียดายอยู่ เห็นว่าความบกพร่องอันนี้อาจจะแก้ไขในปัจจุบันนี้ด้วยวิธีจดเพลงลงโน้ตรักษาไว้และราชบัณฑิตยสภาเต็มใจที่จะรับอํานวยการ ถ้าหากเจ้าคุณเห็นชอบด้วย และรับจะอุดหนุนด้วยผู้เชี่ยวชาญการดุริยางค์ดนตรีทั้งอย่างไทยและอย่างฝรั่งขึ้นอยู่ในกระทรวงวังทั้งนั้น ขอให้พระเจนดุริยางค์ จัดคนชํานาญการจดโน้ตมาให้และขอให้อนุญาตให้เรียกครูดุริยางค์ดนตรี ในกรมมหรสพมาบอกเพลงให้จด

จดแล้วเก็บรักษาไว้ในหอพระสมุดสําหรับพระนคร เห็นว่าถ้าทําอย่างนี้ จะได้เพลงปี่พาทย์ของไทยไว้สืบไปไม่มีสูญ โดยไม่ต้องเพิ่มเงินจ่ายอย่างหนึ่งอย่างใดนอกจากค่ากระดาษเครื่องเขียน เพราะผู้ชํานาญเหล่านี้รับเงินเดือนในกระทรวงวังอยู่แล้วทั้งสองพวก หวังใจว่าเจ้าคุณจะเห็นชอบด้วยและอนุญาตตามที่เสนอมา

ม.ล.ปนัดดา สนทนากับลูกหลานเยาวชน ครูอาจารย์ ต่อไปว่า หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จฯกรมพระยาดํารงราชานุภาพ บันทึกเรื่องทําโน้ตเพลงและแผ่นเสียงไว้ในหนังสือเนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ “หญิงเหลือ” หรือหม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ ดิศกุล พระธิดาอีกองค์หนึ่งของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยสมเด็จฯ ทรงเรียกขาน “หญิงเหลือ” ว่า “เธอ” เสด็จพ่อทรงมอบการรับผิดชอบในการจัดทําแผ่นเสียงและโน้ตเพลงครั้งนี้ให้ “เธอ” และตรัสสั่งว่า ถ้ามีเหตุขัดข้องที่จะต้องชี้ขาด ให้ไปทูลถามสมเด็จอา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงตัดสินพระทัย

“หญิงเหลือ” เริ่มงานแต่มีพิธีไหว้ครูร่วมกันที่ท้องพระโรงวังวรดิศ แล้วจึงลงมือซ้อมและ จดลงโน้ตอย่างฝรั่งต่อไปทุกวัน เธอเป็นทั้งผู้เลือกบทร้องและเพลงร่วมกับอาจารย์ทั้งหลาย เป็นทั้ง conductor ในเวลาใส่แผ่นเสียง และเป็นแม่บ้านเลี้ยงดูปูเสื่อผู้ทํางานด้วยกันตลอดเวลา ใช้เวลาซ้อมกันอยู่ประมาณ 4-5 เดือน แล้วฝรั่งผู้จะใส่ลงในจานเสียงขี้ผึ้งก็ไปเลือกที่ทํางานได้ในพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ หญิงเหลือก็ไปคุมเองทุกครั้งจนเสร็จเรียบร้อย ฝรั่งรับแผ่นเสียงกลับไปยังเมืองเยอรมนีเพื่อทําลงแผ่นจริง แล้วส่งตัวอย่างกลับมาถวาย 3 ชุด ชุด 1 ทูนเกล้าฯถวายพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ชุดที่ 2 ให้แก่ราชบัณฑิตยสภา ชุดที่ 3 ให้หญิงเหลือ ส่วนการจดลงเป็นสมุดโน้ตก็ทําต่อไปจนสําเร็จได้ 3 เล่มสมุดแล้ว โดยได้เชิญท่านอาจารย์ชั้นผู้ใหญ่ เช่น หลวงประดิษฐ์ไพเราะมาเป็นที่ปรึกษาด้วย”

ม.ล.ปนัดดา กล่าวในบทสรุปของการสนทนาเช้าวันนี้ว่า ลูกหลานเยาวชนจะเห็นได้ว่า เมื่อมีความเพียรพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่นอย่างไม่ต้องสงสัย เราทุกคนต้องมีความรู้-รัก-สามัคคี ทำความดีด้วยหัวใจ แม้ศึกษาได้จากเหตุการณ์ในสมัยก่อน การทำงานร่วมกันก็ไม่มีความแตกแยก ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา จะเห็นได้จากการทํางานบันทึกเสียงดนตรีในประเทศสยามนานมาแล้วนี้ เป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ความสามารถ ความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะความเป็นเอกภาพในการทำงานของหมู่คณะ การระดมบุคคลทั้งกําลังฝีมือ กำลังความคิดว่าด้วยการใช้ปัญญา และวัสดุที่ทันสมัยมาใช้อย่างพร้อมมูล เพื่อเป้าหมายแห่งความสำเร็จบริบูรณ์ ที่ลูกหลานเยาวชนต่างมีความมุ่งมั่นปฏิบัติกันอยู่ เพื่อความสุขความเจริญแห่งตน ครอบครัว และประเทศชาติ

#หอภาพพิพิธภัณฑ์วังวรดิศและหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน