ข่าวด่วน

ธปท.เหนือเผย ภาวะเศรษฐกิจ-การเงินภาคเหนือไตรมาสที่2 ยังคงชะลอตัว คาดท่องเที่ยวขยายตัวขึ้นปลายปี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2562 นางนวอร เดชสุวรรณ์​ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ แถลงภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ว่า ชะลอลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยรายได้เกษตรกร ลดลงร้อยละ 14.6 จากระยะเดียวกันปีก่อน จากด้านผลผลิตที่หดตัวร้อยละ 17.2 ตามผลผลิตอ้อยโรงงานที่ลดลงมากเพราะได้เร่งเก็บเกี่ยวในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ผลผลิตอ้อยโรงงานรวมทั้งฤดูกาลมีปริมาณใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่ผลผลิตข้าวลดลงจากเกษตรกรส่วนหนึ่งหันไปปลูกพืชอื่น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่วนทางด้านราคาขยายตัวร้อยละ 3.1 เนื่องจากราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้นตามความต้องการของโรงงานอาหารสัตว์ ประกอบกับราคาปศุสัตว์ ทั้งสุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ขยายตัวต่อเนื่องเพราะผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย

ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ดัชนีผลผลิตลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 9.7 โดยหมวดอาหารลดลงจากการผลิตน้ำตาลตามปริมาณอ้อยที่ลดลงหลังจากเร่งเข้าหีบในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้การผลิตผักผลไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์แป้งและเส้น การผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องประดับ และเยื่อกระดาษ ลดลงตามความต้องการจากต่างประเทศ อย่างไรก็ดี หมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องดื่มยังขยายตัว

“ที่ยังดีคือภาคการท่องเที่ยว แม้จะขยายตัวชะลอลงจากผลกระทบของปัญหาฝุ่นละอองในช่วงต้นไตรมาส โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวไทยที่ชะลอลงมาก อย่างไรก็ดีนักท่องท่องเที่ยวสัญชาติอื่นที่ยังขยายตัวดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป เอเชีย (ไม่รวมจีน) เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ทำให้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานเชียงใหม่ยังขยายตัวได้ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวผ่านท่าอากาศยานในภาคเหนือซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย”

นางนวอร  กล่าวอีกว่า การบริโภคภาคเอกชน ดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 จากระยะเดียวกันปีก่อน ตามการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าใช้ในชีวิต ประจำวันที่ขยายตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะในหมวดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์และหมวดอาหาร โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ช่วยพยุงกำลังซื้อในกลุ่มครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย ด้านการใช้จ่ายซื้อสินค้าคงทนหดตัวเล็กน้อยตามยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่ลดลงมาก ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัวเล็กน้อยจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ

ส่วนการลงทุนภาคเอกชน ดัชนีลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อนร้อยละ 4.4 โดยการลงทุนในภาคก่อสร้างยังลดลงต่อเนื่อง สอดคล้องกันในทุกเครื่องชี้สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างในกลุ่มอาคารพาณิชย์และโรงแรม ยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และยอดสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ที่ให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการรายเล็กยังเดินหน้าต่อหยุดไม่ได้ แต่ไม่เห็นการลงทุนของโครงการใหญ่ ในขณะที่ยอดเสินเชื่อในแง่ผู้ซื้อยังมีอยู่จากความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย

“เรียกว่ามีทั้งปัจจัยบวกและลบ คือ ฝากความหวังไว้ที่ภาคการท่องเที่ยวที่ยังน่าจะขับเคลื่อนไปได้ ทั้งจากการยกเว้นวีซ่าที่ขยายออกไปถึงปลายปีเพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น การเปิดเส้นทางเที่ยวบินใหม่จากเชียงใหม่และเชียงรายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่น่าจะช่วยส่งเสริมให้การท่องเที่ยวไปต่อได้ แต่ในแง่ลบคือ การส่งออกที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดทั้งสงครามการค้าของสหรัฐอเมริกากับจีน และสหรัฐอเมริกากับประเทศอื่น ซึ่งจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการสั่งซื้อสินค้าไทย เศรษฐกิจประเทศหลักทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีนว่าจะดีขึ้นหรือไม่ และยังไม่รวมความผันผวนของปัญหาภัยแล้ง ตลอดจนภาระหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง จนต้องแบ่งจ่ายชำระหนี้ ทำให้กำลังซื้อและการลงทุนไม่เต็มที่ จะเป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจ หรือแม้แต่งบประมาณปีนี้ที่จะต้องล่าช้าออกไป ถือเป็นประเด็นท้าทายให้ภาครัฐต้องเร่งหามาตรการและแนวทางป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น” นางนวอร กล่าวทิ้งท้าย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน