ข่าวด่วน

เปิดวิสัยทัศน์ ‘วโรดม ปิฏกานนท์’ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ชูความเข้มแข็งด้วยนวัตกรรมดิจิตอล เชื่อมองค์กรพันธมิตร มุ่งตลาดการค้าต่างประเทศ

ค่ำวันที่ 27 มิถุนายน 2562 ที่ห้องประชุมคุ้มคำหลวง ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ บิสซิเนส ปาร์ค .เมืองเชียงใหม่ .เชียงใหม่  นายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมกงสุลต่างประเทศประจำเชียงใหม่ ร่วมแสดงความยินดีการสถาปนาหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 22 ประจำปี     2562-2563

โดยนายวโรดม ปิฎกานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์หอการค้าเชียงใหม่เข้มแข็งด้วยนวัตกรรมดิจิตอล เชื่อมโยงสมาชิกและองค์กรพันธมิตร มุ่งตลาดการค้าต่างประเทศประกาศผลักดันโครงการ Flagships  เร่งรัดสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 การเป็นนครแห่งการดูแลสุขภาพ  Wellness City –Medicopolis โครงการ Smart City – MICE City  ควบคู่กับการเมืองการศึกษา (University Town-Education Hub) ด้านสิ่งแวดล้อมดันกฎบัตรเชียงใหม่ (Chiang Mai Charter) แก้ปัญหาหมอกควันยั่งยืน พร้อมชูพื้นที่เชียงใหม่เป็นมรดกโลกในโซนที่เหมาะสม หรือ World Heritage City มุ่งขยายเศรษฐกิจโต 3 แสนล้าน ก่อนขยายความให้ฟังชัดๆ ว่า เรามีพันธกิจ 4 ด้าน

 

ได้แก่ การส่งเสริมองค์กรหอการค้าฯ ให้เข้มแข็ง  โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิทัล มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการสู่เป้าหมาย   สานประโยชน์สู่มวลหมู่สมาชิกให้มีความชัดเจน ใกล้ชิด ตอบสนองความต้องการของสมาชิกเป็นหลัก  ส่งเสริมและฟื้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเชียงใหม่ เชื่อมโยงตลาดการค้า การลงทุน และการบริการระหว่างประเทศ (International Trade) ผลักดันโครงการที่เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคตที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดเชียงใหม่เชื่อมโยงทุกภูมิภาคของประเทศ และระหว่างประเทศ และสนับสนุนร่วมมือองค์กรพันธมิตร ได้แก่ ภาครัฐ ภาคสถาบัน การศึกษา  ภาคเอกชนประชาสังคม และสื่อมวลชน อย่างต่อเนื่อง   

 ในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน มีปัจจัยการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและมีผลกระทบสูงต่อทุกภาคส่วนดังนั้นภาคการค้าจะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์และรอบคอบ โดยการบริหารงานของหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่สมัยนี้จะเน้นด้านการนำนวัตกรรมดิจิตอลมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของเชียงใหม่ให้เติบโตขึ้น ผ่านยุทธศาสตร์ แผนงานโครงการต่าง ที่จะทำให้มูลค่ามวลรวมด้านเศรษฐกิจเติบโตถึง 3 แสนล้านบาทภายในปี 2565”

นายวโรดม กล่าวอีกว่า คณะกรรมการฯ ได้เห็นพ้องร่วมกันในการกำหนดนโยบายที่สำคัญดังนี้ คือ นโยบายที่ 1  มุ่งมั่นส่งเสริมองค์กรหอการค้าฯ ให้เข้มแข็ง โดยการพัฒนาศักยภาพขององค์กรในภาพรวมในระดับคณะกรรมการ และสำนักงานเลขาธิการหอการค้า โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมดิจิตอล มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการสู่เป้าหมาย 

นโยบายที่ 2 สานประโยชน์สู่มวลหมู่สมาชิกให้มีความชัดเจน ใกล้ชิด ตอบสนองความต้องการของสมาชิกเป็นหลัก  ได้แก่ การสนับสนุนให้สมาชิกรวมตัวเป็นเครือข่ายความร่วมมือ (Cluster) ในแต่ละวิสาหกิจของภาคธุรกิจในจังหวัด เพิ่มจำนวนสมาชิกหอการค้าฯ ให้มีความหลากกลายประเภทธุรกิจ และครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่  สร้างศูนย์ข้อมูลเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการสร้างสมองค์ความรู้ และแบ่งปันสู่ทุกภาคส่วนของธุรกิจ อย่างเป็นระบบ (Knowledge Sharing)   ตลอดจนการส่งเสริมให้ความรู้ให้เกิดช่องทางการตลาด และการเงินใหม่ (Fintech) ให้กับสมาชิก ภายใต้แนวโน้มใหม่ทางเทคโนโลยีด้านการเงิน  ผ่านระบบออนไลน์ –ดิจิตอล (E-Commerce) หรือ Block Chain เป็นต้น

 

นโยบายที่ 3 ส่งเสริมและฟื้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเชียงใหม่  เชื่อมโยงตลาดการค้า การลงทุน และการบริการระหว่างประเทศ (International Trade)   ที่สำคัญคือการฟื้นความสัมพันธ์กับเมืองคู่มิตรที่สำคัญของหอการค้าฯ และจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเป็นการฟื้นฟู และเชื่อมโยงสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำคัญที่เป็นรูปธรรมให้ก้าวสู่การค้าสากล    

 “หอการค้าฯ จะร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ในการฟื้นการเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ที่เรามีสัมพันธภาพที่ดีกับสถานกงสุลใหญ่ และกงสุลกิตติมศักดิ์ในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถต่อยอดในการเปิดตลาด ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยวได้  เช่น ประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ เมืองยูโอชุ เมืองฮอกไกโด เมืองไซตามะ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ ชิงเต่า เฉินตู เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองซานราฟาเอล มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศเกาหลี  มลรัฐโตรอนโต ประเทศแคนาดา จังหวัดย็อกยาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย เชียงตุง สหภาพเมียนมา และเมืองบูร์ซา สาธารณรัฐตุรกี ซึ่งยังไม่รวมประเทศที่หอการค้าฯ ได้ไปลงนามความร่วมมือ ได้แก่ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เมืองจิตตะกอง ประเทศบังคลาเทศ เขตปกครองสิบสองปันนา CCPIT ของมณฑลยูนนาน มณฑลเสฉวน เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกวางสี ชิงเต่า มณฑลซานตง มณฑลซีอาน มณฑลหนิงเซียะ สาธารณรัฐประชาชนจีน  สหภาพเมียนมา ได้แก่ เชียงตุง ตองยี มัณฑะเลย์ และท่าขี้เหล็ก ประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ โอซาก้า  หอการค้าโอบิฮิโร่ ล่าสุดคือ เมืองผานโจว์ มณฑลกุ้ยโจว เป็นต้น” 

 

นายนโรดม กล่าวว่า จะผลักดันโครงการที่เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคตที่สำคัญ  ได้แก่  ยุทธศาสตร์การเป็นนครแห่งการดูแลสุขภาพ (Wellness City) และ Long Stay-Retirement Tourism ได้แก่ โครงการเวชนคร (Medicopolis) เป็นต้น  โครงการ Smart City  โครงการเชียงใหม่แฟร์เทรด โครงการ MICE City  การผลักดันพื้นที่เชียงใหม่เป็น ‘มรดกโลก” ในโซนที่เหมาะสม (World Heritage City) การเป็นเมืองการศึกษา (University Town-Education Hub) การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดเชียงใหม่เชื่อมโยงทุกภูมิภาคของประเทศ และระหว่างประเทศ รวมถึงการทำบทบาทเป็นองค์กรชี้นำการพัฒนาเศรษฐกิจเชียงใหม่ในระยะยาวผ่านการใช้เครื่องมือทางด้านเศรษฐกิจอนาคต โดยริเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจเชียงใหม่ระยะ 20 ปี  Chiang Mai Economic Future Plan 2040

ตามด้วยนโยบายที่ 4 สนับสนุนร่วมมือองค์กรพันธมิตร ได้แก่ ภาครัฐ ภาคสถาบัน การศึกษา  ภาคเอกชน-ประชาสังคม และสื่อมวลชน อย่างต่อเนื่องโดย การเป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนการทำงานร่วมกันในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะบทบาทต่อประเด็นปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ การติดตามแก้ไขปัญหาหมอกควันในเชียงใหม่ที่เป็นวิกฤติของเมืองผ่านกลไกความร่วมมือทุกภาคส่วน  และการมีส่วนร่วมสนับสนุนผลักดัน กฎบัตรเชียงใหม่ (Chiang Mai Charter) ที่จะยกระดับจังหวัดเชียงใหม่เป็นการท่องเที่ยวนิเวศโลก   

 

“แผนงานนโยบายที่หอการค้าฯ ได้วางไว้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการสนับสนุน และความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง   ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนสื่อมวลชนทุกแขนง จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหอการค้าฯจะได้เป็นกลไกขับเคลื่อนองค์กรเอกชน เพื่อที่เราจะได้ร่วมมือกันสร้างประโยชน์ และความเจริญให้กับจังหวัด และประเทศชาติโดยรวมต่อไป” ประธานหอการค้าฯ กล่าวทิ้งท้าย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน