ข่าวด่วน

ธปท.เหนือเผย เศรษฐกิจไตรมาสแรกหดตัว คาดการณ์ ‘หมอกควันไฟป่า’กระทบไตรมาสสอง หนี้ครัวเรือนพุ่ง

เมื่อเวลา 10.30 . วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ที่ห้องประชุมธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ นางนวอร เดชสุวรรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. สำนักงานภาคเหนือ แถลงข่าวสรุปภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 1 ปี 2562 ว่า อยู่ในภาวะขยายตัวเล็กน้อย คือ 1.6% ลดลงจากปีก่อนในช่วงเดียวกันซึ่งมีรายได้ 15% ผลผลิตชะลอลงจากอ้อยโรงงานที่เร่งเก็บเกี่ยวไปก่อนหน้าและข้าวที่เกษตรกรลดพื้นที่ปลูก โดยหันไปปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน อาทิ ข้าวโพด

นอกเหนือจากนี้ ผลผลิตอุตสาหกรรมลดลงหากเทียบในระยะเดียวกัน โดยเฉพาะในหมวดเครื่องดื่มที่ลดลง -3.9% ทั้งเบียร์และสุรา ส่วนเลนซ์และฮาร์ดดิสไดรฟ์ลดลงมากตามวัฎจักรที่อยู่ในช่วงขาลงถึง -46.5% สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม -17.6% ผลิตภัณฑ์จากไม้และเซรามิก -10.7% ยกเว้นผลผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ที่ยังขยายตัว +23% อาหาร +2.7% และผลิตภัณฑ์โลหะ +19.4%

การลงทุนภาคเอกชน หดตัวจากการก่อสร้างที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ รวมทั้งการจดทะเบียนซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดลงหมดทุกตัว ยกเว้นการผลิตที่เพิ่มขึ้น +13.7% จากยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ในธุรกิจขนส่ง โดยสังเกตุจากบริษัทเคอรี่ที่เปิดสาขาเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ต้องสั่งซื้อรถยนต์เพื่อการขนส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค

การใช้จ่ายภาคเอกชน ขยายตัวเล็กน้อย จากหมวดสินค้าในชีวิตประจำวัน ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ของใช้ในบ้าน เครื่องประทินโฉม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ +5% ซึ่งน่าจะเป็นผลดีมาจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการจ้างงานนอกภาคเกษตร รวมทั้งยอดจดทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคล +8.1% หรือ 22,550 คัน ยอดจดทะเบียนรถกระบะ +15.5% หรือ 12,864 คัน จากกิจกรรมส่งเสิรมการขายและการผ่อนปรนเงื่อนไข หรือลดเงินดาวน์

ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเคยมีตัวเลขนักท่องเที่ยวสูงและสร้างรายได้เป็นหลักทางเศรษฐกิจ แม้ว่าไตรมาสที่ 1 จะยังดีอยู่คือเพิ่มขึ้น +28.8% หรือ 447,091 คน ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานเชียงใหม่ จากการเปิดเส้นทางบินตรงจากจีน การยกเว้นวีซ่า เทศกาลตรุษจีน และฤดูกาลท่องเที่ยว โดยแยกเป็นนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น +28% หรือ 54% เกาหลี +15.2% หรือ 6% ฮ่องกง +27.4% หรือ 5% สหรัฐอเมริกา +39.8% หรือ 6% และอื่น +73% หรือ 29%

แต่คาดว่าในไตรมาสที่ 2 จะมีผลกระทบจากปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่เกิดขึ้น ทั้งนี้จากการออกสำรวจ และดูสถิติที่เกี่ยวข้อง เฉพาะเดือนมีนาคมเดือนเดียว พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่บินผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่หดตัวลง 0.2% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีที่ลดลง สถิติจำนวนคนที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในข่วง 1-15 เมษายน 2562 ชะลอลง จากปกติเข้ามา 20-30% ลดลงเหลือแค่ 18%

และจากการสำรวจ ภาคบริการร้านอาหารขนาดใหญ่ พบว่า ลูกค้าลดลงประมาณ 30% โดยเฉพาะคนกรุงเทพหายไปมาก ร้านขายปลีก ซุปเปอร์มาร์เก็ตลูกค้าหายไป 10-15% เป็นคนไทยที่ไม่มาใช้บริการในข่วงนั้น  สตรีทฟู๊ดขายได้ต่ำกว่าเป้า ลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวจีนหายไป โดยเฉพาะร้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากคนไม่ออกมาใช้ชีวิตนอกอาคาร แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของบิ๊กซีและโลตัส คนซื้อลดจำนวนครั้งการจับจ่ายลง แต่ซื้อในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นต่อครั้ง เช่น จากที่เคยซื้อ 1,000 บาท ก็จะซื้อเพิ่มเป็น 1,500 บาท รวมทั้งมีการซื้อทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้นในช่วงวิกฤตหมอกควัน

เชื่อว่าเดือนเมษายนจะคลี่คลายลง เพราะทางอุตุฯบอกว่าฝนจะมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป คาดว่าฝนมาหมอกควันไฟป่าจะลดลง เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะมาเชียงใหม่เหมือนเดิม ปัญหาหมอกควัน ยังส่งผลในส่วนของรายจ่ายภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล จากการดูแลสุขภาพของคนป่วย โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง ตา โดยสัดส่วนของผู้ป่วยเพิ่มขึ้น  ครัวเรือนต้องจ่ายเงินซื้อหน้ากากอนามัยและเครื่องฟอกอากาศค่อนข้างมาก ประเมินว่าคิดเป็น 46% ของรายจ่ายของครัวเรือนต่อเดือน

อย่างไรก็ตามการคาดการณ์ระยะต่อไปของเศรษฐกิจภาคเหนือ นางนวอร กล่าวว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวยังดีต่อเนื่อง หากปัญหาหมอกควันคลี่คลายไป เพราะนโยบายการยกเว้นวีซ่าที่คณะรัฐมนตรีขยายเวลาออกไปจนถึงเดือนตุลาคม 2562 การเปิดเที่ยวบินใหม่จากสาธารณรัฐประชาชนจีนบินตรงมาเชียงใหม่และเชียงรายยังมีต่อเนื่อง แต่ยังต้องจับตาความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นได้จากเอลนีโญ แต่จากปริมาน้ำในเขื่อนที่มีมากกว่า 48% น่าจะเพียงพอต่อการทำเกษตรในช่วงหน้าแล้งนี้  รวมทั้งภาระหนี้ครัวเรือนกว่า 78% ซึ่งสูงมาก อาจทำให้การบริโภคของประชาชนไม่เต็มที่ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกกรณีสงครามการค้าระหว่างยักษ์ใหม่สองประเทศคือมหรัฐอเมริกากับจีนว่าจะมีผลกระทบหรือไม่

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน