คณะแพทยศาสตร์ มช. จับมือบริษัท จีอี เมดิคอลฯ หนุน‘เครื่องอัลตร้าซาวน์แบบพกพา’ใช้ในหลักสูตรการเรียนแพทย์ขั้นสูงแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อเวลา 13.30 . วันที่ 23 เมษายน 2562 ที่ห้องประชุม 801 ชั้น 8 อาคารราชนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) คณะแพทยศาสตร์ มช. และ .จีอี เมดิคอล ซิสเต็ม (ประเทศไทย) ร่วมกันแถลงความร่วมมือโครงการอัลตร้าซาวน์แบบพกพา ‘Ultrasound in Curriculum’ เพื่อสนับสนุนการศึกษาในหลักสูตรแพทย์ขั้นสูงเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเชียน เพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษาแพทย์กว่า 200 คน ในการศึกษาหลากหลายสาชาวิชาชีพแพทย์ ให้สามารถเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที โดยมีนายนาธาน อัสติน กงสุลสหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยาน

.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ถืออีกขั้นของเทคโนโลยีการแพทย์ด้านอัลตราซาวน์ กับการพัฒนาการศึกษาต่อทางการแพทย์ขั้นสูงแห่งแรกในประเทศไทย และในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งบริษัท จีอี เมดิคอล ซิสเต็ม (ประเทศไทย) ให้การสนับสนุนเครื่องอัลตราซาวน์แบบพกพารุ่นล่าสุด จำนวน 10 เครื่อง มูลค่าเครื่องละ 4-5 แสนบาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาและเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาแพทย์กว่า 200 คนที่จะได้ใช้เครื่องมืออัลตราซาวน์เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาหลากหลายสาชาวิชา อาทิ สาขาวิชาอายุรศาสตร์ รังสีวิทยา สาขาศัลยศาสตร์ และ สาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน เป็นระยะเวลา 2 ปี

การใช้เครื่องมืออัลตราซาวน์แบบพกพาในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงของแพทย์ถือเป็นการข้ามข้อจำกัดในการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยในแหล่งห่างไกลและถิ่นทุรกันดารในภาคเหนือ ซึ่งเครื่องอัลตราซาวน์แบบพกพายังเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศภาคเหนือ (Northern Sky Doctor) นับเป็นบทบาทที่สำคัญของภาคเอกชนในการสนับสนุนด้านการถ่ายทอดเทคโลยีการศึกษาต่อขั้นสูงของแพทย์ในประเทศไทย สอดคล้องกับพันธกิจหลักของคณะแพทยศาสตร์ มช. ที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของการศึกษาให้เป็นยอมรับในระดับสากล โดยคาดหวังว่าการนำเครื่องมืออัลตราซาวน์แบบพกพาเข้ามาใช้จะช่วยเพิ่มพูนขีดความสามารถ และทักษะการประเมินภาวะความเสี่ยงเบื้องต้นของคนไข้ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยโรคและส่งต่อการรักษาโรคได้อย่างฉับไวและทันท่วงที

.นพ.บรรณกิจ กล่าวว่า นักศึกษาแพทย์ในสหสาขาวิชาจะได้รับการฝึกอบรมให้สามารถใช้เครื่องมืออัลตราซาวน์แบบพกพาในการทำ Fast-Scanning ในส่วนอวัยวะหลักที่สำคัญของร่างกาย ได้แก่ ระบบหัวใจ ระบบปอด และ ระบบช่องท้อง และทราบผลภายในระยะเวลา 10 นาที จึงสามารถประเมินร่างกายผู้ป่วยก่อนการวินิจฉัยโรคได้อย่างเหมาะสม และสามารถส่งต่อผู้ป่วยเพื่อการรักษาในแผนกต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เรียกว่ารู้เร็ว รักษาเร็ซ และรอดเร็ว ทั้งนี้ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในการส่งตรวจอัลตราซาวน์แบบเต็มรูปแบบในผู้ป่วยบางรายอีกด้วย

ทั้งนี้คณะแพทยศาสตร์ มช. ยังรับการส่งมอบสิทธิจาก บริษัท จีอี เมดิคอล ซิสเต็ม (ประเทศไทย) ในการเข้าถึงระบบเครือข่ายข้อมูลภาพถ่ายอัลตราซาวน์ ผ่านระบบดิจิตอลคราวน์ ซึ่งเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงในการปกป้องข้อมูลของคนไข้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นระบบปิดที่สามารถส่งต่อข้อมูลในระบบในอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยนักศึกษาแพทย์สามารถส่งภาพถ่ายจากเครื่องอัลตราซาวน์แบบพกพาเข้าสู่ระบบดิจิตัลคราวน์ภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์แพทย์ผู้สอน และจะได้รับคำปรึกษาที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาทักษะในด้านการแปลผลภาพถ่ายอัลตราซาวน์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อแพทย์ผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ในการตรวจสอบความถูกต้องของภาพ อัลตราซาวน์ภายในกลุ่มแพทย์ในโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที

ในขณะที่นายชินตัน เดไซ กรรมการอำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ จีอี เฮลท์แคร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นในฐานะศูนย์การทางการแพทย์ (Medical Hub) ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  จีอี จึงเห็นถึงความสำคัญและความสามารถในการพัฒนาต่อยอดของไทย จึงอยากเข้ามาช่วยสร้างมาตรฐานทางการแพทย์ของประเทศไทยให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งหวังที่จะสนับสนุนในด้านอื่นๆ ทั้งการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสู่คนไทย การส่งเสริมงานวิจัยและเทคโนโลยี เพื่อต่อยอดไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ของไทยต่อไป

ด้าน ดร.ราจาน คาลิดินดี ผู้จัดการใหญ่ จีอี แฮลท์แคร์ ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นครั้งแรกของ จีอี เฮลท์แคร์ ในการสนับสนุนเครื่องอัลตร้าซาวน์แบบพกพาให้กับโรงเรียนแพทย์ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จากที่เคย สนับสนุนเฉพาะมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และประสบความสำเร็จในการนำเครื่องอัลตร้าซาวน์แบบพกพาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอน เช่น Norwegian University และ US medical University โดยเครื่องดังกล่าวสามารถตรวจสอบทุกอวัยวะได้ 80% แบบ 2 หัวตรวจ มีความแม่นยำและแปลงผลได้ทันทีสะดวกต่อการวินิจฉัยโรค เป็นต้นแบบการพัฒนารักษาโรคในภูมิภาคนี้

โดย รศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และอาจารย์ประจำหน่วยระบบหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอยุรศาสตร์ มช. กล่าวว่า จะเป็นเครื่องที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจง่ายมากกว่าการจินตนาการจากเดิมที่ฟังแค่เสียงและแปลผลเพื่อวินิจฉัย เกิดความชำนาญและเคยชินต่อการใช้เครื่องมือที่มีความแม่นยำในการวินิจฉัย นำไปสู่การผ่าตัดได้อยางปลอดภัย โดยเฉพาะโรคฉุกเฉินที่ต้องเร่งรักษาให้ปลอดภัย เพราะเครื่องสามารถส่งภาพจากพื้นที่มาให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ได้ทันที

ทั้งนี้มีการนำเครื่องมืออัลตร้าซาวน์แบบพกพา ทดสอบโดย ..กฤตยาณี อิทธิเดชรณ นักศึกษาแพทย์ปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ มช. ซึ่งเปิดเผยว่า จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวินัจฉัยโรคในภาวะฉุกเฉิน มีความรวดเร็วมากขึ้น อุปกรณ์ใช้ง่ายและสะดวก เป็นผลดีต่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน