หมอกควันยังไม่นิ่ง จุดความร้อนในประเทศลด แต่ต้องรับมือหมอกควันต่างแดน

วันที่ 11 เมษายน 2562  ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่  ได้มีการสรุปสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าประจำวันว่า สถานการณ์โดยรวมดีขึ้น จุดเกิดไฟป่าพื้นที่ภาคเหนือลดลง

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ครบไปแล้ว 7วันในการแก้ปัญหาหมอกควันตามการสั่งการของนายกรัฐมนตรี เราได้บูรณาการกันแบบไร้รอยต่อ ตามมาตรการต่างๆ ในพื้นที่เป้าหมาย และก็ได้ผลเป็นอย่างดี มีการพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน

ในส่วนที่มีการจับกุม เราก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ถ้าห้ามแล้วไม่เชื่อฟังกัน เราก็ได้บังคับใช้กฎหมาย เท่าที่ทราบผู้ที่ถูกจับกุมลักลอบจุดไฟเผาป่า ไม่ได้เป็นคนไทย เป็นคนที่อื่นซึ่งมาประกอบอาชีพเป็นคนเฝ้าสวน แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่เราก็มองไปถึงครบ 62วัน

นายคมสัน กล่าวอีกว่า หลังจากที่เราหมดภารกิจในการคบคุมการเผาป่าได้แล้ว ตอนนี้เราก็กำลังขอการสนับสนุนเครื่องกรองอากาศเพื่อให้ผู้ป่วยเด็กเล็ก ที่เข้าไปรับบริการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ได้มีเซฟตี้โซนซึ่งเราจะขยายไปให้ครบ 297 จุดในทุกอำเภอ  ทำเผื่อเอาไว้ว่าหากหลัง 62 วันแล้ว ยังมีสถานการณ์ฝุ่นควันมากขึ้น ก็จะได้จัดไว้เป็นเซพตี้โซนรองรับผู้ป่วยต่อไป

เราจะไม่หยุด เพียงแค่นี้ เราจะดำเนินการโดยใช้มาตรการ 3 อย่าง คือ ดึงฟืนออกจากไฟ   ดึงไฟจากใจคน ทำให้คนเปลี่ยนพฤติกรรม และจังหวัดกับกองทัพเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยใช้ศาสตร์พระราชาเข้ามาในการทำให้เกิดความยั่งยืน โดยใช้แนวทางป่าเปียก ใช้ในการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชของพี่น้องประชาชน ทำให้เกิดความหวงแหนผืนดิน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหา ซึ่งตอนนี้เราให้ทุกอำเภอ ในจังหวัดเราจะมีงบประมาณในการมอบให้ไปใช้ในการดำเนินโครงการในส่วนนี้ต่อไปนายคมสันกล่าว

พล..สุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่3 กล่าวว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางมามอบไหมเราก็ได้กับแผนซึ่งมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรก เป็นการดับไฟ ที่เราสามารถควบคุมได้ทั้ง 9จังหวัดใน 112 อำเภอ มีพื้นที่เสี่ยงในการลักลอบเผาประมาณ 250 แห่ง

ในส่วนภาคพื้นดิน เราจัดกำลังจากหลายหน่วยใน 9จังหวัดมีเจ้าหน้าที่รวมกัน 7,400 คนเศษ ดึงเอากำนันผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านมาร่วมอีกประมาณ 1,000 คน

ทางอากาศมีทั้งส่วนของการดับไฟป่าซึ่งใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก คือ MI 17 และเฮลิคอปเตอร์ BEL 212 อีก 2 ลำ ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเฮลิคอปเตอร์มาช่วยอีก 3 ลำ  กรมฝนหลวง กระทรวงเกษตรฯเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยทำฝน แม้หลายวันสภาพความชื้นอาจไม่เอื้อขึ้นทำไม่ได้ แต่ช่วงที่ผ่านมาก็สามารถขึ้นทำให้มีฝนตกในพื้นที่มาได้หลายครั้ง

ส่วนไฟนอกประเทศ เราใช้กลไกในส่วนของจังหวัดประสานกับช่องทางระหว่างเพื่อนบ้าน ใช้กลไกของคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นหรือพ TBCในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนในประเทศต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจของประชาชนช่วยรถน้ำฉีดสเปรย์น้ำในทุกหลังคาเรือน มีการนำรถน้ำจากท้องถิ่น ทั้งรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงเข้าฉีดน้ำในที่สูงจับฝุ่นลงมา ร่วมกับการใช้เครื่องบิน BT67 2 เครื่อง บรรทุกน้ำเที่ยวละ 3,000 ลิตร บินลดฝุ่นวันละ 2-3เที่ยวต่อลำในพื้นที่ฝุ่นเกิน

ตอนนี้ค่าฝุ่นละอองลดลงมาทุกจังหวัดแล้ว ค่าจุดความร้อนจากไฟป่า ของ 9 จังหวัดภาคเหนือรวมกัน 264 จุด  เชียงราย 59 จุด แม่ฮ่องสอน 72 จุด น่าน 14 จุด พะเยา25 จุด เชียงใหม่ 37 จุด ลำปาง 24 จุด ตาก 19 จุด แพร่ 12 จุด และ ลำพูน 2 จุด บางพื้นที่ยังคงสภาพการเข้าไปดับไฟที่ยากลำบาก เราใช้วิธีการล้อมไฟไว้ก่อนไม่ให้ไฟขยายตัว จากนั้นเข้าไปทำแนวกันไฟกันไว้ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ได้สั่งไว้ และเฝ้าระวังเพราะไฟอาจคุขึ้นมาได้อีก อย่างไรก็ตามภาพรวมไฟป่าลดลงไปมาก

แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี ได้ฝากชื่นชมการปฎิบัติการในห้วง 7 วันที่ผ่านมา พร้อมฝากความห่วงใยไปยังทุกหน่วย และให้แนวทางว่าควรจะรักษาการรักษาเฝ้าระวังไว้อีกสักระยะหนึ่งเพื่อให้สามารถควบคุมปัญหาหมอกควันได้ดี  เป็นที่เหมาะสมเกื้อกูลกับทางสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวต่อไป

ด้านนายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า  หมอกควันตามแนวชายแดน และประเทศเพื่อนบ้านยังมีมากกว่าวานนี้มากนัก ลมที่พัดเข้ามาในภาคเหนือเป็นลมตะวันตก ผ่าน hotspots จำนวนมากซึ่งนำฝุ่น/ควันเข้ามารวมในภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ตอนบน เชียงราย) ทำให้หมอกควันมีความเข้มข้นสูง

ลมบน (10กม.) ยังเห็นเป็นแนวความเร็ว120-160กม./ชม.) พาดเป็นแนวลงมาในภาคเหนือที่ช่วยพาฝุ่นออกไปได้มาก  ภาพถ่ายเมฆฝน ส่วนใหญ่ก่อตัวในภาคตะวันออก กลาง อีสานล่าง (ภาคเหนือเป็นเมฆก้อนเล็กๆ ไม่ทำให้เกิดฝน) ฝนในภาคเหนือยังไม่มี ในอีกสองวันนี้ลมบนยังแรงสามารถพาฝุ่นออกไปได้ ที่เฝ้าระวังคือลมตะวันตก ที่เอาฝุ่นมารวมในพื้นที่แอ่งกะทะของเชียงใหม่ และการคลุ้งควันในพื้นที่ที่ไม่สามารถออกนอกพื้นที่ไปได้

ขณะที่ นางสาวหนึ่งฤทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ  ระบุว่า สำหรับผลตรวจอากาศชั้นบนเช้าวันนี้ทางด้านตะวันตกของภาคเหนือความชื้นสัมพัทธ์ค่อนข้างต่ำมากมีเพียง 20 -30% สำหรับทางด้านตะวันออกของภาค ก็ยังน้อยกว่า 60% มีค่า 40-50% เท่านั้น  ดังนั้นโอกาสเกิดเมฆในพื้นที่ภาคเหนือจะค่อนข้างน้อย และจากการติดตามสภาพอากาศ จนถึงเที่ยงพบว่ามีเมฆขนาดเล็กเริ่มก่อตัวบริเวณแนวเขา จึงขอติดตามสภาพอากาศที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงบ่ายต่อไป หากสามารถปฏิบัติการได้ก็จะดำเนินการทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองในจังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 10 เมษายน 2562 เวลา 09.00 . พบว่าค่าฝุ่นละอองจากสถานีตรวจวัดทางอากาศของกรมควบคุมมลพิษทั้ง 4 สถานี  ค่าคุณภาพอากาศไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้ามากนัก คุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ค่าAQI เฉลี่ย 24 ชั่วโมงมีค่าระหว่าง 115-162 มคก./ลบ.. ค่า PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงมีค่าระหว่าง 56-75 มคก./ลบ.. และค่า PM 10 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 90-114 มคก./ลบ.. โดยสรุปค่าคุณภาพอากาศยังมีผละกระทบต่อสุขภาพ

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน