ผนึกกำลังแก้หมอกควันสุดกำลัง ภาคเหนือฮอตสปอตลดกว่าครึ่ง เชียงใหม่ฝุ่นฯเริ่มจาง จับมือเผาต่อเนื่อง

ความคืบหน้าสถานการณ์หหมอกควันไฟป่าล่าสุด เช้ามืดวันที่ 7 เมษายน 2562 ภาพรวมของภาคเหนือ จุดความร้อนจากไฟป่าลดลงไปกว่าครึ่ง พบว่ามีเพียงจำนวน 375 จุด จากวานนี้ ที่มี 679 จุด ประกอบด้วย สูงสุด คือ 1. .แม่ฮ่องสอน จำนวน 128 จุด 2. .เชียงราย จำนวน  69  จุด 3. .ตาก จำนวน  47  จุด 4..เชียงใหม่ จำนวน  44 จุด  5..ลำปาง จำนวน  28  จุด  6. .พะเยา จำนวน  27  จุด  7. .น่านจำนวน  18  จุด และ 8. .แพร่ จำนวน 14  จุด

ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ จุดความร้อนลดลงไปมากจากวานนี้ 120 จุด วันนี้เหลือเพียง 44 จุด ค่ามลพิษในอากาศก็ได้ลดระดับความรุนแรงลง พื้นที่อันตรายสีน้ำตาลและม่วงมีน้อยลงมาเป็นสีส้มแดง  ค่าฝุ่น PM2.5 ในเขตเมืองต่ำกว่า 120 มก./ลบ..  แต่ยังอยู่ระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน  ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) แนะนำให้ งดออกกำลังกาย และทำกิจกรรมหนักกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นต้องออกนอกอาคารควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นแบบละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงยังควรงดออกนอกอาคาร

สถานการณ์ฝุ่นควันที่เชียงใหม่มีแนวโน้มดีขึ้น จากมาตรการของจังหวัดที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ และปฏิบัติการอย่างจริงจัง ในการหยุดไฟป่าและการเผาซึ่งเป็นต้นเหตุของควันไฟ ตลอด 24 ชั่วโมง ทหารได้สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่หลายหน่วยและราษฎร จัดเวรยามเข้าดับไฟป่าลาดตระเวน ลุยทำแนวกันไฟอย่างสุดกำลัง แบบปูพรมในทุกตำบล และมีการรายงานเข้ามายัง ศูนย์ควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือกองทัพภาคที่3 ส่วนหน้า

กองทัพบก ส่งเฮลิคอปเตอร์ Mi17 เข้าปฏิบัติการขึ้นบินลำเลียงน้ำปล่อยดับไฟป่าบนที่เขาสูงชันวันละหลายเที่ยว หลังจากได้รับการแจ้งพิกัดจาก หน่วยภาคพื้นดิน ที่เดินเท้าเข้าไปดับไฟได้ยากลำบาก กองทัพอากาศส่ง เครื่องบิน BT67 ขึ้นฉีดล้างฝุ่นในอากาศ ขณะที่ภาคพื้นดิน ระดมหุ่นยนต์ฉีดน้ำกำลังแรง รถบรรทุกน้ำจากหลายหน่วยงานและในท้องถิ่นออกฉีดน้ำเพิ่มความชื้นล้างถนนแบบทุกตำบล ร่วมกับการทำม่านน้ำ ของประปาส่วนภูมิภาคในเขตเมือง และหน่วยต่างๆตามแหล่วงที่มีอ่างเก็บน้ำ

ขณะที่วานนี้ ฝนหลวงขึ้นก่อเมฆทำฝนเทียมได้สำเร็จ จากสภาพอากาศที่เริ่มเอื้ออำนวย ให้ฝนตกเหนือพื้นที่เกิดไฟป่าได้บ้างแล้ว โดย ..หนึ่งฤทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยว่า วานนี้ (6 เมย.2562) หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง .เชียงใหม่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติขึ้น 3 เที่ยวบิน ทำให้มีฝนตกบริเวณ .เชียงใหม่ ดังนี้ ขั้นเสริมการก่อตัวของเมฆเที่ยวแรกขึ้นเวลา 13.30 . หลังปฏิบัติการพบว่า เมฆมีการพัฒนาตัวตกเป็นฝนเวลา 16.00 . บริเวณ .อมก๋อย .ดอยเต่า .เชียงใหม่ ปริมาณเล็กน้อย 4.0 มม.(อมก๋อย) ขั้นโจมตีเที่ยวที่ 2 ขึ้นเวลา 15.20 . ทำให้ฝนตกเวลา 15.55 . บริเวณ .สะเมิง .เชียงใหม่ ปริมาณเล็กน้อย ขั้นโจมตีเที่ยวที่ 3 ขึ้นเวลา 16.35 . เมื่อไปถึงบริเวณพื้นที่เป้าหมาย (.อมก๋อย .เชียงใหม่) พบว่ากลุ่มเมฆบริเวณดังกล่าวตกเป็นฝนและเริ่มสลายตัว ยกฐานสูงขึ้น จึงตัดสินใจปฏิบัติการในขั้นตอนเสริมการก่อตัวของเมฆพื้นที่ข้างเคียงบริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ .ฮอดทิศเหนือ .ดอยเต่า .เชียงใหม่ ทั้งนี้จากการติดตามเริ่มพบกลุ่มฝนตกบริเวณ .ฮอด .เชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 18.48 . และมีทิศทางการเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่ .ลำพูน

ด้านการจับกุมคนเผาป่า พบว่ากลางดึกถึงเช้า หลายจังหวัดมีการจับกุมคนจุดไฟเผาป่าได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนสามารถจับกุมชายได้หนึ่งราย คือ นายกิตชระ ไม่มีนามสกุล อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 59/ .1 .ถ้ำลอด .ถ้ำลอด .ปางมะผ้า .แม่ฮ่องสอน เนื่องจากกระทำความผิดกฏหมาย พรบ.ป่าไม้ โดยการลักลอบเผาป่า บริเวณพิกัด MB 253651 เนื้อที่ความเสียหาย 1 งาน 76 ตารางวา ค่าความเสียหายของรัฐที่พึงได้รับ 28,600 บาทถ้วน ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำการเผาป่าจริง โดยอ้างว่าระหว่างอยู่ในที่เกิดเหตุผู้ต้องหาพบไฟป่าลุกลามเข้ามาใกล้พื้นที่ทำกินของตน จึงได้ทำการจุดไฟเพื่อป้องกันการลุกลามเข้าสู่พื้นที่ทำกินของตน ต่อมาได้นำตัวส่งมอบให้ พนง.สอบสวน สภ.ปางมะผ้า เพื่อดำเนินคดี

ส่วนที่เชียงใหม่ เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงปะทะกับกลุ่มนายพรานลอบล่าสัตว์ ในพื้นที่อุทยานศรีลานนา อำเภอพร้าว ผู้ต้องหาบาดเจ็บ  2 ราย พื้นที่ป่าถูกไฟไหม้เสียหาย 40 ไร่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการยิงไปที่โคนกอไผ่ เพื่อสกัด แต่ผู้ต้องหาพยายามวิ่งหลบหนี จนายยอซะพะ จะลา อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ที่ 4 .ป่าไหน่ .พร้าว .เชียงใหม่ตกลงไปในห้วยทำให้สะเก็ดกระสุนโดนที่บริเวณขาซ้าย ส่วนผู้ต้องหาอีกคนคือนายคำ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 26 ปี อยู่ที่หมู่ที่ 4 .ป่าไหน่ .พร้าว .เชียงใหม่ แขนซ้ายหัก เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเดินทางจากจุดเกิดเกิดเหตุนำตัวผู้ต้องหาออกมาจากป่าตั้งแต่เย็นวานนี้ ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง  ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอำเภอแม่แตง

ซึ่งขณะเกิดเหตุทั้งคู่กำลังใช้มีดโค่นต้นไม้ พยายามจะล่าสัตว์ป่า ตะกวด หรือ (แลน)และผึ้ง ในที่เกิดเหตุพบพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้ ประมาณ 40 ไร่ ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุม และตรวจสอบในพื้นที่เกิดเหตุพบอุปกรณ์ของกลาง .อาวุธปืนแก๊ปพร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 1 กระบอก มีด จำนวน 3 เล่ม ไฟแช๊ก  1 อัน ไฟฉายคาดศีรษะ  1 อัน รถจักรยานยนต์  1 คัน หินลับมีด จำนวน 1 อัน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเดินทางมาจากบ้านในตำบลป่าไหน่  อำเภอพร้าว ตั้งแต่ เวลา 17 นาฬิกาของเย็นวันที่ 5 เมษายนและนอนในป่าเพื่อล่าสัตว์จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา  บุกรุกพื้นที่เผาป่าและพยายามล่าสัตว์ป่าในเก็บห้ามของป่า  เข้าไปในพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามประกาศของจังหวัดเชียงใหม่และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  และ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน