ข่าวด่วน

หมอกควันคลุมหนักทั่วภาคเหนือ มทภ.3สั่งเร่งหารือประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทาง ‘TBC’ เชียงใหม่ฝุ่นยังพุ่งทะลุค่ามาตรฐาน

วันที่ 24 มีนาคม 2562 ศูนย์ควบคุมสถานการณ์หมอกควันไฟป่าภาคเหนือ รายงานสถานการณ์จุดความร้อน หรือ Hotspot จำนวน 169 จุด  จากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS  ถือว่าลดลงจากเมื่อวานนี้มาก โดยจังหวัดเชียงใหม่พบ จำนวน  52  จุด แม่ฮ่องสอน 34  จุด แพร่  20  จุด เชียงราย 15  จุด น่าน 13  จุด ลำปาง 13  จุด ตาก 9  จุด พะเยา 7  จุด และลำพูน 6  จุด

โดย พล..บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเผยว่า พล..ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 สั่งการด่วน ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ 9 จังหวัดภาคเหนือ กรณีการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า ซึ่งมีภาวะวิกฤตเกี่ยวกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ว่านอกเหนือจากเชิญนายอำเภอทุกอำเภอของทุกจังหวัดเพื่อเร่งรัดการดับไฟในเขตรับผิดชอบ และควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นอีก ให้ประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีแนวชายแดนติดต่อกับจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก

โดยกองทัพภาคที่ 3 จะใช้ช่องทางของ TBC หรือคณะกรรมการชายแดนให้ทำเรื่องประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจัดวาระประชุมพิเศษ เพื่อประสานให้ระงับการจุดไฟเผาป่า หรือเผาพื้นที่การเกษตรในเขตของเพื่อนบ้าน เนื่องจากต่างมีผลกระทบ จากหมอกควันพิษ PM 2.5 จากการเผาร่วมกัน โดยให้กองยุทธการกองทัพภาคที่ 3 รวบรวมข้อมูลผลการประชุม และต้องให้กำหนดเขตห้ามเผาเป็นบัฟเฟอร์ No Fire Land ขึ้น เพื่อใช้ยึดถือการปฏิบัติร่วมกันทั้งสองประเทศ ในห้วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี

 พล..บัญชา กล่าวอีกว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดเร่งประชุมอย่างมีรูปแบบ โดยให้ทุกอำเภอนำแผนที่สถานการณ์การแบ่งเขตการใช้พื้นที่อย่างแน่ชัด โดยการป้องกันแก้ไขไฟป่า หรือการเผาในที่โล่งแจ้งหรือพื้นที่การเกษตร หน่วยงานสาธารณสุข รวมถึงการมีงบประมาณในครอบครองแต่ละปี เพื่อจะได้เห็นฟังก์ชันงานของแต่ละกระทรวงว่ามีการบูรณาการกันหรือไม่ เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในปีต่อๆไป

การจัดทำระบบป่าเปียกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับป่าในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ และการทำระบบควบคุมอื่นๆ คู่ขนานไปด้วยในพื้นที่วิกฤตมีการเผาป่า โดยเน้นย้ำการจัดทำฝายเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่พล..บัญชา กล่าว

ในขณะที่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมผ่านระบบ VDO Conference ที่ห้อง POC ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่  ไปยัง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการรายงานสถานการณ์และปัญหาอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าของแต่ละพื้นที่ หลังค่าฝุ่นละอองในอากาศสูงเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง จากการลักลอบเผาป่า ล่าสัตว์ในพื้นที่ป่า การเตรียมพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎร ทำให้เกิดการสะสมของกลุ่มควัน ซึ่งเป็นปัญหาจากภายใน และยังมีปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองจากนอกพื้นที่เข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบกับกระแสลมมีกำลังอ่อน ไม่สามารถพัดกลุ่มควันที่สะสมอยู่ให้ระบายออกไปจากพื้นที่ได้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั่วทั้งจังหวัด

ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ ออกประกาศมาตรการในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และการดูแลสุขภาพของประชาชน ประจำปี 2562 (เพิ่มเติม) ให้ทุกอำเภอดำเนินการตามมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด โดยให้จัดชุดลาดตระเวน ตรวจตรา เพื่อป้องกันการเผาป่า และจัดชุดปฏิบัติการเข้าดับไฟทันทีในเวลาอันรวดเร็ว หากมีเหตุเผาไหม้ในพื้นที่ และหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวมทั้งสั่งการให้อำเภอมอบหมายหน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติตนที่ถูกต้องในการดูแลรักษาสุขภาพ เพี่อป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละอองและหมอกควันไฟป่า และกำชับให้ดำเนินการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย ให้กับเด็ก สตรี ผู้มีโรคประจำตัว (ระบบทางเดินหายใจ) และประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถมารับด้วยตนเองได้ที่สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือตามเทศบาลท้องถิ่นของตนเอง และให้แจกจ่ายแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อให้ทั่วถึงทุกชุมชน ตลอดจนให้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารในทุกช่องทาง เช่น เสียงตามสายประจำหมู่บ้านชุมชน วิทยุชุมชน รถกระจายเสียงเคลื่อนที่ ในการชี้แจงทำความเข้าใจการห้ามเผาป่า เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบของการเผาป่า

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกอำเภอประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการสร้างความชุ่มชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มรอบในการกวาดล้างทำความสะอาด และควบคุมพื้นที่ก่อสร้างไม่ให้เกิดฝุ่นละออง และขอความร่วมมือจากประชาชนในการเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณที่อยู่อาศัย เช่น รดน้ำต้นไม้ ฉีดล้างถนน หรือทางเท้าหน้าอาคารบ้านเรือนของตนเอง เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่

ส่วนนายสรัชชา สุริยกุล อยุธยา ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ค่า PM 2.5 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 132-241 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะเขตพื้นที่อำเภอเมืองที่มลพิษสูงมากถึง 200 กว่าแทบทุกจุด สาเหตุมาจากอุณหภูมิสูงถึง 37 องศาเซลเซียส อากาศไม่ลอยตัวไม่มีฝน อากาศถูกกักไว้ในระดับล่าง เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน

ทางด้านท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ แม้วันนี้ทัศนวิสัยในสภาพอากาศมีระดับ 2,000 เมตร แต่ยังไม่มีการแจ้งผลกระทบกับเที่ยวบินแต่อย่างใด

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน