ข่าวด่วน

‘ศูนย์ปฏิบัติการบินภาคเหนือ’ เพิ่มชั่วโมงการบิน200ชั่วโมง หวังแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ

วันที่ 21 มีนาคม 2562 นายภาสกร พจนาพันธ์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการบินภาคเหนือ กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการบินภาคเหนือ กองการบิน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดตั้งขึ้น เพื่อใช้อากาศยานในการสำรวจ ตรวจตรา เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ ซึ่งได้นำอากาศยานปีกหมุนเฮลิคอปเตอร์แบบ AS350 มาปฏิบัติการบิน เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ  เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก จำนวน 6 ที่นั่ง มีความคล่องตัวสูง สามารถเข้าถึงพื้นที่สูงชันที่เข้าถึงยาก เหมาะสมกับการประยุกต์ใช้ในภารกิจด้านดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่บินสำรวจปริมาณเชื้อเพลิงและจุดเสี่ยงที่จะเกิดไฟในพื้นที่เป้าหมาย ปฏิบัติการบินสำรวจแนวกันไฟ รวมทั้งขนส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ไปยังหน่วยไฟป่า เพื่อเตรียมความพร้อมในการดับไฟ ตลอดจนการบินกดดันเชิงจิตวิทยาในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในการปฏิบัติการดับไฟป่าของอากาศยานกองการบินครั้งนี้ สามารถติดตั้งอุปกรณ์ถังทิ้งน้ำดับไฟป่า (Bambi Backet )ขนาดบรรจุ 450 – 500 ลิตร เพื่อทิ้งน้ำบริเวณที่เกิดไฟป่าเพื่อลดความรุนแรงและการกระจายตัวของไฟป่าในการสนับสนุนหน่วยภาคพื้นดินให้ดับไฟได้มีประสิทธิภาพรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการลดความสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายภาสกร กล่าวว่า ในห้วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 19 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาศูนย์ปฏิบัติการบินภาคเหนือ กองการบิน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำอากาศยานปีกหมุนเฮลิคอปเตอร์แบบ AS350 มาปฏิบัติการบิน เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมทั้งสิ้น 130.45 ชั่วโมง  โดยเป็นการสนับสนุนการบินสำรวจประเมินสถานการณ์ไฟป่า 27  เที่ยว และทิ้งน้ำดับไฟป่า จำนวน 1,057 เที่ยว

อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2562 นี้ ศูนย์ปฏิบัติการบินภาคเหนือ กองการบิน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีแผนการบินสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนสำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบินสนับสนุนภารกิจ กรณีฉุกเฉินภัยพิบัติไฟป่า จำนวน 120 ชั่วโมงบิน ขณะนี้เตรียมขอเพิ่มชั่วโมงการบิน 200 ชั่วโมงเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันห้วงเดือนเมษายน 2562

ส่วนศูนย์ควบคุมหมอกควันและไฟป่าภาคเหนือ เปิดเผยการตรวจพบจุดความร้อน หรือ Hotspot จากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS  จำนวน  808 จุด สูงสุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 288  จุด เชียงใหม่  209  จุด เชียงราย 85  จุด ลำปาง  72  จุด พะเยา 63  จุด ตาก  41  จุด น่าน 25  จุด ลำพูน 15  จุด และแพร่ 10  จุด  โดยปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กลดลงตามลำดับ PM 2.5 เฉลี่ย 35-60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลมพัดแรงและท้องฟ้าเปิด แต่ประชาชนควรงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน