‘ภาคเหนือ’ ค่าฝุ่นละอองลดลง แต่จุดความร้อนยังสูง วอนประชาชนช่วยกันเพิ่มความชุ่มชื้น

วันที่ 20 มีนาคม 2562  ศูนย์ควบคุมสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าภาคเหนือ รายงานการตรวจพบจุดความร้อน หรือ Hotspot จำนวน 301 จุด จากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS  หนักสุดพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน  110  จุด เชียงใหม่  94  จุด ตาก 32  จุด เชียงราย 20  จุด พะเยา 17  จุด ลำปาง 16  จุด ลำพูน 5  จุด แพร่  4  จุด และน่าน  3  จุด

โดยพบพื้นที่เผาไหม้สูงในพื้นที่ .เชียงดาว ฝาง แม่ออน พร้าว และสันทราย เจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมดับไฟตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมาจนกระทั่งบ่ายวันนี้ สูญเสียป่าไม้ไปกว่าหลาย 100 ไร่ หลายหน่วยงานยังคงทำม่านน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับสภาพอากาศ

ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ลงพื้นที่ตามอำเภอเพื่อเรียกประชุมเร่งด่วนประชาคมหมู่บ้านในการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังพื้นที่ไม่ให้เกิดจุดความร้อนหรือไฟไหม้ลุกลามในพื้นที่อย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่าจังหวัดเชียงใหม่ออกประกาศปิดป่าห้ามเผาเด็ดขาดไปจนถึง 30 เมษายนนี้ โดยให้ทุกอำเภอที่มีพื้นที่ติดกับป่า ตั้งจุดตรวจคนเข้าออก ตรวจค้นอุปกรณ์ที่จะสามารถจุดไฟ รวมทั้งให้กำนันผู้ใหญ่บ้านจัดทำบัญชีผู้มีอาชีพหาของป่า พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปยังจุดที่เกิดการเผาซ้ำซาก โดยกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้เข้มงวดอย่างเด็ดขาด

ในขณะที่นายสรัชชา สุริยกุล อยุธยา ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กลดลงเฉลี่ย 62-119 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ยังมีผลกระทบต่อประชาชนขอให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด สวมหน้ากากอนามัยที่มีการป้องกันขนาด N95 และเฝ้าระวังสุขภาพเป็นพิเศษ พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกรงดการเผาทุกชนิดเนื่องจากสภาพอากาศมีความร้อนสูงถึง 38 องศาเซนเซียส แม้จะมีลมแต่ก็อาจส่งผลให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองจำนวนมากจนทำให้คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานได้

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน