ข่าวด่วน

โครงการหลวงเปิดตัว ‘เมซ่าน่า คอฟฟี่’กาแฟผสมนมกระบือ หอมอร่อย-น่าลอง

วันที่ 19 มีนาคม 2562 ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ มูลนิธิโครงการหลวง เปิดเผยว่า ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จเยี่ยมราษฏรชาวไทยภูเขา   ในพื้นที่โครงการหลวงอินทนนท์  ทรงทอดพระเนตรกาแฟ 2-3 ต้นของเกษตรกรบ้านหนองหล่ม อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยนายพะโย ตาโร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหนองหล่มในขณะนั้น เข้าเฝ้าและน้อมเกล้า ฯ ถวาย เมล็ดกาแฟ เหตุการณ์ในปี 2517 นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการวิจัยและพัฒนาคุณภาพและสายพันธุ์กาแฟอาราบิกาในประเทศไทย

ปัจจุบันกาแฟโครงการหลวงเป็นพืชสร้างรายได้เพื่อทดแทนฝิ่น ที่มีการส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างชัดเจน เกษตรกรที่เป็นสมาชิกในพื้นที่โครงการหลวง มีจำนวนกว่า 2,183 ราย (ข้อมูลปี 2561)  พื้นที่ปลูกกาแฟรวมทั้งสิ้น 13,978.24 ไร่  ผลผลิตกาแฟกะลาในปี 2561 จำนวน  785,862.40 กิโลกรัม  คิดเป็นมูลค่าผลิตผลคืนสู่เกษตรกร จำนวน  95,725,895.90   บาท ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรบนพื้นที่สูงได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันสายพันธุ์ ‘คาติมอร์’ เป็นสายพันธุ์หลักที่ปลูกในพื้นที่สูง เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตดี ทนทานต่อโรคราสนิมและให้ผลผลิตได้ดีในสภาพแวดล้อมของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ความสูงของพื้นที่ที่เหมาะสมต่อคุณภาพกาแฟอาราบิกานั้น ควรเป็นพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 1,000 เมตร ขึ้นไป อุณหภูมิเฉลี่ยที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 18-22  องศาเซลเซียส

มูลนิธิโครงการหลวง จำหน่ายกาแฟให้แก่ลูกค้าภายในประเทศมากกว่าส่งออก เนื่องจากตลาดในประเทศยังมีความต้องการและมีมูลค่าที่ได้สูงกว่า และความเสี่ยงน้อยกว่า แต่ก็มีการจำหน่ายกาแฟเมล็ดดิบ และกาแฟคั่วให้แก่ลูกค้า ที่เป็นผู้ประกอบการเพื่อดำเนินการด้านการส่งออกเอง  ในสถานการณ์ตลาดโลก ณ วันที่ 31 มกราคม 2562 ราคาเมล็ดกาแฟดิบตลาดโลก International coffee organization  กาแฟกลุ่ม Other Mind Arabica ราคาเฉลี่ย 128.46 US cents/lb คิดเป็นเงินไทย (คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน 31 บาท/US$)  ราคาประมาณ 87.60 บาท ต่อกิโลกรัม เป็นราคาไม่รวมภาษีและค่าขนส่ง ในขณะที่ราคาขายในตลาดประเทศไทย อยู่ระหว่าง 170 -250 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับเกรด และข้อตกลงในการขาย

ปัจจุบันกาแฟโครงการหลวง มีจำหน่ายทั้งในแบบ กาแฟกะลา สารกาแฟ และกาแฟคั่ว  โดยกาแฟคั่ว ยังมีให้เลือกได้อีก 2 แบบ คือ แบบเม็ด และแบบบด ตามความต้องการของลูกค้า แต่หากต้องการแบบพร้อมดื่ม ก็สามารถเลือกซื้อได้จากร้านโครงการหลวงทุกสาขา  ครัวโครงการหลวงและ ร้านค้าสวัสดิการโครงการหลวงทุกแห่ง

สำหรับใน ปี 2562 กาแฟโครงการหลวง ได้เพิ่มความหลากหลาย และคุณภาพของกาแฟร้อนและเย็นที่จำหน่ายอยู่ในร้านโครงการหลวง ด้วยการนำนมกระบือ ‘เมซาน่า’ มาใช้เป็นส่วนผสมในการชงกาแฟ กระบือพันธุ์เมซาน่า เป็นกระบือพันธุ์นมที่ประเทศอินเดียได้ น้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 50 ปี และได้โปรดเกล้าฯ ให้กรมปศุสัตว์มาเริ่มทดลองเลี้ยงที่มูลนิธิโครงการหลวง  น้ำนมกระบือยังมีคุณค่าสารอาหารที่มากกว่านมวัว ได้แก่ โปรตีน, แคลเซียม, เหล็ก, ฟอสฟอรัส และยังมีคลอเลสเตอรอลที่น้อยกว่านมวัวอีกด้วย

กาแฟเมซาน่า คอฟฟี่ เป็นกาแฟที่ผลิตจาก กาแฟอาราบิก้าแท้ 100 % ของโครงการหลวง ผสมกับนมกระบือเมซาน่า ทำให้ได้กาแฟที่หอมกรุ่น รสชาติกลมกล่อมได้อย่างลงตัว มีให้เลือกทั้งกาแฟร้อน และกาแฟเย็น เปิดจำหน่ายครั้งแรกที่ร้านโครงการหลวง สาขาสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และในเดือนเมษายน 2562 จะมีจำหน่ายเพิ่มขึ้นที่ ร้านครัวโครงการหลวง ทางขึ้นวัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ. เมือง จ.เชียงใหม่

สำนักข่าวเห็ดลม รายงาน